‘นักวิชาการ’ ไขข้อข้องใจโลกร้อนทำแผ่นดินไหวบ่อยขึ้นหรือไม่ ?
เชื่อว่าหลายคนคงเคยตั้งคำถามเมื่อเห็นข่าวภัยธรรมชาติถาโถมเข้ามาไม่หยุด โดยเฉพาะเมื่อเร็วๆ นี้ที่มีข่าวแผ่นดินไหวในอเมริกาใต้เกิดขึ้นถี่มาก จนหลายคนเริ่มกังวลว่าภาวะโลกร้อนมีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่ วันนี้เรามาหาคำตอบผ่านบทวิเคราะห์จากนักวิชาการกันครับ
‘นักวิชาการ’ ไขข้อข้องใจโลกร้อนทำแผ่นดินไหวบ่อยขึ้นหรือไม่ ?
เมื่อไม่นานมานี้ คุณสนธิ คชวัฒน์ นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมได้ออกมาให้ข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับปรากฏการณ์แผ่นดินไหว โดยเฉพาะเหตุการณ์รุนแรงในประเทศโคลอมเบียและเวเนซุเอลา ซึ่งทำให้เราต้องกลับมาพิจารณาคำถามที่ว่า ‘นักวิชาการ’ ไขข้อข้องใจโลกร้อนทำแผ่นดินไหวบ่อยขึ้นหรือไม่ ? ในมุมมองของวิทยาศาสตร์นั้นมีคำอธิบายที่ชัดเจนครับ
ปัจจัยทางธรณีวิทยาที่อยู่เบื้องหลัง
พื้นที่อย่างอเมริกาใต้ถือเป็นจุดเสี่ยงเพราะตั้งอยู่บนแนววงแหวนแห่งไฟ (Ring of Fire) ซึ่งมีกิจกรรมทางธรณีวิทยาสูงที่สุดในโลก โดยมีสาเหตุหลักดังนี้:
- การมุดตัวของแผ่นเปลือกโลก: โดยเฉพาะแผ่นนาซกาที่มุดตัวลงใต้แผ่นอเมริกาใต้ ทำให้เกิดแรงเสียดสีและสะสมพลังงานมหาศาล
- รอยต่อของหลายแผ่นเปลือกโลก: การปะทะกันของแผ่นแคริบเบียน แผ่นโกกอส และแผ่นอเมริกาใต้ ทำให้พื้นที่นี้มีความเปราะบางสูง
- การสร้างเทือกเขาและร่องลึก: กระบวนการเหล่านี้ส่งผลโดยตรงต่อการเคลื่อนที่ของเปลือกโลกในทุกๆ วัน
โลกร้อนมีส่วนจริงหรือ?
แม้กลไกหลักจะมาจากใต้ดิน แต่คำถามที่ว่า ‘นักวิชาการ’ ไขข้อข้องใจโลกร้อนทำแผ่นดินไหวบ่อยขึ้นหรือไม่ ? ก็ยังมีมิติน่าสนใจ เพราะภาวะโลกร้อนส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเหนือพื้นผิวโลก ซึ่งอาจเป็นปัจจัยเสริมได้ เช่น:
- การเปลี่ยนน้ำหนักบนเปลือกโลก: เมื่อธารน้ำแข็งละลายหรือเกิดฝนตกหนัก น้ำหนักที่กดทับผิวโลกเปลี่ยนไป อาจกระตุ้นรอยเลื่อนที่ใกล้จุดวิกฤต
- แรงดันน้ำใต้ดิน: น้ำฝนที่ซึมลงไปตามรอยแตกอาจเพิ่มแรงดันน้ำ ทำให้รอยเลื่อนลื่นไถลได้ง่ายขึ้น
โดยสรุปแล้ว แม้โลกร้อนจะไม่ใช่สาเหตุหลักที่ทำให้เปลือกโลกขยับตัว แต่เป็นปัจจัยเสริมที่มีน้ำหนักในทางอ้อม ดังนั้นการรักษาสมดุลของโลกและการเฝ้าระวังภัยพิบัติจึงเป็นเรื่องสำคัญที่เราทุกคนไม่ควรละเลยครับ
ที่มา – ‘นักวิชาการ’ ไขข้อข้องใจโลกร้อนทำแผ่นดินไหวบ่อยขึ้นหรือไม่ ?