นิดเดียวไม่เป็นไรใช้ไม่ได้กับเด็ก รุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต
นิดเดียวไม่เป็นไรใช้ไม่ได้กับเด็ก รุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต
ในยุคที่ผู้ปกครองต้องทำงานนอกบ้านและพึ่งพาบุคคลภายนอกในการดูแลบุตรหลาน การเลือกคนดูแลเด็กให้ไว้ใจได้จึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด แต่เหตุการณ์ล่าสุดที่เกิดขึ้นกับครอบครัวหนึ่ง ทำให้เราต้องตั้งคำถามอีกครั้งว่า ความปลอดภัยของลูกน้อยอยู่ที่ไหน และความเชื่อที่ว่า “กินนิดเดียวไม่เป็นไร” ยังใช้ได้กับเด็กหรือไม่?
เพจเฟซบุ๊กชื่อดัง “หมอเวร” ได้ออกมาชี้แจงและให้ความรู้เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่แม่บ้านแอบนำน้ำยาฆ่าเชื้อเทใส่ขวดนมของเด็กวัย 2 ขวบ ซึ่งโชคดีที่คุณยายสังเกตเห็นความผิดปกติและรีบนำส่งโรงพยาบาลทันเวลา แต่เหตุการณ์นี้ไม่ใช่ความซนหรือความสะเพร่า แต่เป็นความเข้าใจผิดที่อาจส่งผลร้ายแรงถึงชีวิต
สารเคมีอันตรายต่อเด็กเล็ก
เพจ “หมอเวร” อธิบายว่า น้ำยาฆ่าเชื้ออย่างเดทตอลมีสารในกลุ่มฟีนอล ซึ่งเป็นพิษโดยตรงต่อเด็กเล็ก แม้จะได้รับเพียงนิดเดียว ก็อาจส่งผลให้เกิดอาการแสบปาก แสบคอ อาเจียน หายใจลำบาก ซึม ชัก หมดสติ และรุนแรงถึงขั้นตับและไตเสียหาย หรือเสียชีวิตได้
สิ่งที่น่าตกใจคือ ความเข้าใจผิดของผู้ใหญ่ที่คิดว่า “กินนิดเดียวไม่เป็นไร” ซึ่งความจริงแล้ว นิดเดียวไม่เป็นไรใช้ไม่ได้กับเด็ก เพราะร่างกายของเด็กยังพัฒนาไม่เต็มที่ ไม่สามารถขับถ่ายหรือต้านทานสารพิษได้เหมือนผู้ใหญ่
อันตรายจากความประมาท
- การเก็บสารเคมีไว้ในขวดที่ดูคล้ายขวดน้ำหรือขวดนม
- การไม่แยกภาชนะสำหรับอาหารและสารทำความสะอาด
- การไม่ตรวจสอบพฤติกรรมของบุคคลที่เข้ามาดูแลเด็ก
- การไม่ให้ความรู้กับเด็กเล็กเกี่ยวกับสิ่งที่ห้ามกิน
หากพิจารณาจากพฤติกรรมของแม่บ้านที่นำน้ำยาฆ่าเชื้อใส่ขวดนมของเด็ก แม้จะอ้างว่าเข้าใจผิด แต่การกระทำดังกล่าวไม่ใช่แค่ความสะเพร่า แต่เข้าข่ายการพยายามทำร้ายถึงชีวิต เพราะรู้ว่าสิ่งนั้นไม่ใช่อาหาร และส่งผลให้เด็กต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล
คำแนะนำสำหรับผู้ปกครอง
เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ซ้ำอีก ผู้ปกครองควรระมัดระวังและทำตามคำแนะนำดังนี้
- เก็บสารเคมีให้พ้นมือเด็กและแยกไว้ต่างหาก
- ใช้ภาชนะที่ชัดเจนสำหรับเก็บอาหารและเครื่องดื่ม
- ตรวจสอบประวัติและพฤติกรรมของบุคคลที่มาดูแลเด็ก
- ติดตั้งกล้องวงจรปิดในพื้นที่ที่เด็กอยู่
- สอนเด็กให้รู้จักสิ่งที่ห้ามกินหรือสัมผัส
หากพบว่าเด็กกินสิ่งผิดปกติ ต้องรีบนำส่งโรงพยาบาลทันที อย่าชะล่าใจด้วยความคิดว่า “นิดเดียวไม่เป็นไร” เพราะผลกระทบที่ตามมาอาจรุนแรงเกินกว่าที่จะรับมือได้
สุดท้ายนี้ เรื่องลักษณะนี้ไม่ควรถูกปล่อยให้เงียบ เพราะหากไม่มีการตั้งคำถามและตรวจสอบ อาจเกิดซ้ำกับครอบครัวอื่นได้ในอนาคต ความปลอดภัยของเด็กไม่ควรถูกแลกมากับความสะดวกสบายหรือความไว้ใจที่มีต่อใครก็ตาม
ที่มา – เพจดังหมอเวร ชี้ชัด ‘นิดเดียวไม่เป็นไร’ ใช้ไม่ได้กับเด็ก รุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต