นิพนธ์ผลักดันรถไฟฟ้าโมโนเรลหาดใหญ่

หาดใหญ่กำลังเดินหน้าอีกก้าวสำคัญในการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะ หลังจาก “นิพนธ์ผลักดันรถไฟฟ้าโมโนเรลหาดใหญ่” และนำผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย หรือ รฟม. เข้าหารือร่วมกับนายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ พร้อมสมาชิกสภาเทศบาล เพื่อประสานความร่วมมือและผลักดันโครงการให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม โครงการนี้ถือเป็นความหวังของคนในพื้นที่ที่ต้องการระบบเดินทางทันสมัย ลดปัญหารถติด และเพิ่มทางเลือกให้ประชาชน นักเรียน นักศึกษา ผู้ประกอบการ รวมถึงนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามายังเมืองเศรษฐกิจสำคัญของภาคใต้

นิพนธ์ผลักดันรถไฟฟ้าโมโนเรลหาดใหญ่

การหารือครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อทบทวนความคืบหน้าโครงการระบบขนส่งมวลชนโดยระบบรางในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา โดยทุกฝ่ายเห็นตรงกันว่าการเติบโตของเมืองทำให้จำเป็นต้องมีระบบขนส่งสาธารณะที่มีประสิทธิภาพ เชื่อมต่อพื้นที่ชุมชน ย่านธุรกิจ สถานีขนส่ง และสนามบินได้อย่างสะดวก การพัฒนาโมโนเรลจึงไม่ได้เป็นเพียงโครงการก่อสร้างทางรถไฟฟ้าเท่านั้น แต่ยังเป็นการวางรากฐานอนาคตของเมืองให้รองรับประชากรและกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ขยายตัวต่อเนื่อง

จุดเริ่มต้นของโครงการโมโนเรลหาดใหญ่

นายนิพนธ์ บุญญามณี อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และอดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา ระบุว่า โครงการนี้เริ่มต้นจากแนวคิดที่ต้องการยกระดับการเดินทางของประชาชนในจังหวัดสงขลา โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลาได้ศึกษาความเหมาะสมและออกแบบโครงการไว้แล้ว จากนั้นจึงประสานให้ รฟม. ซึ่งมีภารกิจและความเชี่ยวชาญด้านระบบรถไฟฟ้า เข้ามารับช่วงดำเนินการ ตรวจสอบข้อมูลเดิม และปรับปรุงรายละเอียดให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่และความต้องการในปัจจุบัน

ความคืบหน้าที่สำคัญเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2569 ซึ่งคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดจังหวัดให้ รฟม. สามารถดำเนินกิจการรถไฟฟ้าเพิ่มเติมในจังหวัดสงขลา ตามข้อเสนอของกระทรวงคมนาคม ขั้นตอนดังกล่าวมีความสำคัญต่อการเตรียมความพร้อมด้านกฎหมาย และช่วยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถเดินหน้าศึกษา วางแผน และพัฒนาโครงการได้อย่างมีทิศทางชัดเจนยิ่งขึ้น

แนวเส้นทางระยะแรกเชื่อมพื้นที่สำคัญ

สำหรับระยะแรกของโครงการ จะเป็นรถไฟฟ้าโมโนเรลช่วงคลองหวะ–สถานีรถตู้ ระยะทางประมาณ 12.54 กิโลเมตร มีทั้งหมด 12 สถานี จุดเริ่มต้นอยู่บริเวณแยกคลองหวะ จากนั้นวิ่งไปตามแนวถนนกาญจนวนิช ผ่านแยกคอหงส์ และต่อเนื่องไปตามถนนเพชรเกษมจนถึงสถานีรถตู้ แนวเส้นทางดังกล่าวได้รับการวางแผนให้เชื่อมต่อชุมชนสำคัญ แหล่งงาน สถานศึกษา ย่านการค้า และพื้นที่โดยรอบเมือง เพื่อให้ผู้โดยสารสามารถเดินทางเข้าสู่ใจกลางหาดใหญ่ได้สะดวกมากขึ้น

โครงการยังมีแผนจัดตั้งโรงจอดและศูนย์ซ่อมบำรุงบริเวณคลองหวะ พร้อมจุดเชื่อมต่อการเดินทางที่สำคัญ ได้แก่ คลองหวะ คอหงส์ และสถานีรถตู้ จุดเชื่อมต่อเหล่านี้จะช่วยให้ประชาชนจากพื้นที่ใกล้เคียงสามารถเปลี่ยนรูปแบบการเดินทางจากรถยนต์ส่วนตัว รถโดยสาร หรือรถจักรยานยนต์เข้าสู่ระบบรางได้ง่ายขึ้น หากมีการออกแบบระบบเชื่อมต่อที่ดี ก็จะช่วยลดเวลาเดินทางและทำให้การใช้ขนส่งสาธารณะเป็นทางเลือกที่น่าสนใจในชีวิตประจำวัน

แผนระยะที่สองเชื่อมสนามบินหาดใหญ่

ในระยะที่สอง มีแนวทางขยายเส้นทางจากสถานีรถตู้ไปยังท่าอากาศยานหาดใหญ่ เพื่อเชื่อมโยงตัวเมืองกับสนามบินโดยตรง เบื้องต้นคาดว่าจะใช้เวลาศึกษาประมาณ 1 ปี ขณะที่กรอบเวลาก่อสร้างอาจใช้เวลาประมาณ 5 ปี หลังจากผ่านการศึกษาและขั้นตอนอนุมัติที่เกี่ยวข้องแล้ว อย่างไรก็ตาม กำหนดการทั้งหมดจะต้องพิจารณาจากผลการศึกษา ความเหมาะสมด้านวิศวกรรม งบประมาณ ผลกระทบต่อชุมชน และแผนดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ

การเชื่อมต่อกับสนามบินจะเป็นประโยชน์ต่อทั้งประชาชนและภาคธุรกิจ เพราะช่วยเพิ่มความสะดวกให้ผู้โดยสารที่เดินทางมาทำงาน ติดต่อธุรกิจ หรือท่องเที่ยวในหาดใหญ่ นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางจากสนามบินเข้าสู่เขตเมืองได้ง่ายขึ้น ขณะเดียวกันผู้ประกอบการโรงแรม ร้านค้า และธุรกิจบริการก็มีโอกาสเข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น ระบบรางจึงอาจช่วยสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและส่งเสริมภาพลักษณ์ของหาดใหญ่ในฐานะเมืองศูนย์กลางการค้าและการท่องเที่ยวของภาคใต้

ความร่วมมือจากท้องถิ่นคือหัวใจสำคัญ

นายณรงค์พร ณ พัทลุง นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ กล่าวว่า เทศบาลยินดีที่โครงการมีความคืบหน้าและได้รับการผลักดันอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเมืองหาดใหญ่จำเป็นต้องมีระบบขนส่งสาธารณะที่รองรับการขยายตัวของเมือง ช่วยแก้ไขปัญหาการจราจร และเพิ่มความสะดวกให้ประชาชน เทศบาลนครหาดใหญ่พร้อมประสานงานกับ รฟม. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่มีความสำคัญต่อเมืองและภูมิภาค

ความร่วมมือระหว่างหน่วยงานส่วนกลางกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะช่วยให้การออกแบบโครงการตอบโจทย์พื้นที่มากขึ้น ท้องถิ่นสามารถสะท้อนปัญหาการเดินทางจริงของประชาชน ขณะที่ รฟม. มีความเชี่ยวชาญด้านการวางระบบ การก่อสร้าง และการบริหารจัดการรถไฟฟ้า การทำงานร่วมกันตั้งแต่ระยะศึกษาโครงการจะช่วยลดความซ้ำซ้อน เพิ่มความรอบคอบ และทำให้โครงการมีโอกาสเดินหน้าได้อย่างราบรื่น

ประโยชน์ที่ชาวหาดใหญ่คาดหวัง

  • ช่วยลดปริมาณรถยนต์ส่วนบุคคลบนถนนและบรรเทาปัญหาการจราจรในเขตเมือง
  • เพิ่มทางเลือกในการเดินทางให้ประชาชน นักเรียน นักศึกษา และผู้สูงอายุ
  • เชื่อมต่อชุมชน ย่านธุรกิจ สถานีรถตู้ และสนามบินหาดใหญ่ในอนาคต
  • สนับสนุนการท่องเที่ยว การค้า การลงทุน และการเติบโตของธุรกิจในพื้นที่
  • วางรากฐานการพัฒนาเมืองให้เป็นระบบและรองรับการขยายตัวในระยะยาว

นายกาจผจญ อุดมธรรมภักดี ผู้ว่าการ รฟม. ยืนยันว่า รฟม. พร้อมผลักดันโครงการอย่างเต็มที่ เพราะหาดใหญ่เป็นเมืองเศรษฐกิจสำคัญของภาคใต้ มีบทบาททั้งด้านการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว การมีระบบขนส่งมวลชนทางรางจะช่วยเพิ่มทางเลือกในการเดินทาง บรรเทาปัญหาการจราจร และรองรับการเติบโตของเมืองในอนาคต

แม้โครงการยังต้องผ่านขั้นตอนการศึกษา ออกแบบ ขออนุมัติ และพิจารณารายละเอียดด้านงบประมาณ แต่การประสานงานระหว่างนายนิพนธ์ รฟม. เทศบาลนครหาดใหญ่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ถือเป็นสัญญาณที่ดี สำหรับชาวหาดใหญ่ สิ่งสำคัญหลังจากนี้คือการติดตามข้อมูลอย่างต่อเนื่อง เปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วม และออกแบบระบบให้ใช้งานง่าย ปลอดภัย ค่าโดยสารเหมาะสม และเชื่อมต่อกับการเดินทางรูปแบบอื่นได้จริง

“นิพนธ์ผลักดันรถไฟฟ้าโมโนเรลหาดใหญ่” จึงเป็นอีกประเด็นที่สะท้อนความพยายามวางระบบเมืองให้พร้อมสำหรับอนาคต หากทุกฝ่ายร่วมมือกันอย่างต่อเนื่อง โครงการนี้อาจกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตและเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของหาดใหญ่ได้อย่างยั่งยืน ประชาชนควรติดตามความคืบหน้าและร่วมเสนอความคิดเห็น เพื่อให้โมโนเรลสายนี้ตอบโจทย์การเดินทางของคนในพื้นที่มากที่สุด

ที่มา – ‘นิพนธ์’ นำผู้ว่าฯ รฟม. หารือนายกนครหาดใหญ่ เดินหน้ารถไฟฟ้า โมโลเรล

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *