น้ำป่าสักเริ่มคลี่คลาย ลดระบาย 2 เขื่อน

สถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำป่าสักเริ่มมีแนวโน้มดีขึ้น หลังปริมาณน้ำจากพื้นที่ตอนบนที่ไหลเข้าสู่อ่างเก็บน้ำเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ลดลง กรมชลประทานจึงปรับแผนการบริหารจัดการน้ำ โดยลดการระบายน้ำจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์และเขื่อนพระราม 6 เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ท้ายเขื่อน รวมถึงลดปริมาณน้ำที่จะไหลลงไปสมทบกับแม่น้ำเจ้าพระยา

การปรับลดการระบายน้ำครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณที่ดี เพราะช่วยลดแรงกดดันต่อพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำป่าสักและแม่น้ำเจ้าพระยา โดยเฉพาะพื้นที่จังหวัดปทุมธานี กรุงเทพมหานคร และชุมชนที่อยู่ใกล้แนวแม่น้ำซึ่งยังมีน้ำท่วมขังบางจุด แม้ภาพรวมจะเริ่มผ่อนคลาย แต่ประชาชนยังควรติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพราะปริมาณฝนในช่วงต่อไปอาจส่งผลต่อระดับน้ำได้อีก

น้ำป่าสักเริ่มคลี่คลาย หลังกรมชลฯ ลดระบาย 2 เขื่อน

กรมชลประทานเปิดเผยว่า เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ปรับลดการระบายน้ำจากเดิม 500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เหลือ 450 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขณะที่เขื่อนพระราม 6 ลดการระบายน้ำจาก 735 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เหลือ 713 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที การปรับลดดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อลดปริมาณน้ำที่ไหลผ่านพื้นที่ท้ายเขื่อนพระราม 6 ก่อนจะไหลลงมาบรรจบกับแม่น้ำเจ้าพระยา

น้ำป่าสักเริ่มคลี่คลาย แต่ยังต้องเฝ้าระวังฝนระลอกใหม่

ปัจจุบันเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์มีปริมาณน้ำเก็บกักรวมประมาณ 888 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็น 102 เปอร์เซ็นต์ของความจุอ่าง โดยแนวโน้มปริมาณน้ำเริ่มลดลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถทยอยปรับลดการระบายน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์จริงได้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม ระดับน้ำที่ยังอยู่ในเกณฑ์สูงทำให้จำเป็นต้องติดตามข้อมูลแบบวันต่อวัน

น้ำจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์และเขื่อนพระราม 6 จะไหลผ่านพื้นที่ตอนล่างและมาบรรจบกับแม่น้ำเจ้าพระยา โดยมีสถานี C.29B จังหวัดปทุมธานี เป็นหนึ่งในจุดสำคัญสำหรับติดตามปริมาณน้ำที่จะไหลต่อไปยังพื้นที่กรุงเทพมหานคร ขณะนี้มีน้ำไหลผ่านสถานีดังกล่าวเฉลี่ยประมาณ 1,977 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที การลดระบายจากทั้งสองเขื่อนจึงช่วยลดภาระการรับน้ำของแม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่างได้ในระดับหนึ่ง

สำหรับผลกระทบต่อประชาชน การลดปริมาณน้ำที่ไหลผ่านท้ายเขื่อนจะช่วยให้ระดับน้ำในพื้นที่ลุ่มต่ำมีโอกาสทรงตัวหรือลดลง หากไม่มีฝนตกหนักเพิ่มเติม นอกจากนี้ยังช่วยลดความเสี่ยงที่น้ำจะไหลเข้าท่วมพื้นที่ชุมชน พื้นที่การเกษตร ถนนริมแม่น้ำ และพื้นที่ที่อยู่ใกล้แนวคันกั้นน้ำ แม้จะยังไม่สามารถทำให้น้ำที่ท่วมขังลดลงได้ทันทีทุกพื้นที่ แต่ถือเป็นการช่วยบรรเทาสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง

แนวโน้มฝนวันที่ 9–11 ตุลาคม 2569

แม้สถานการณ์น้ำป่าสักเริ่มคลี่คลาย แต่กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่า ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้นในช่วงวันที่ 9–11 ตุลาคม 2569 และบางพื้นที่อาจมีฝนตกหนักถึงหนักมาก ประชาชนจึงไม่ควรประมาท โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำ พื้นที่ลุ่มต่ำ และบริเวณใกล้ทางน้ำไหลผ่าน

  • วันที่ 9 ตุลาคม ควรเฝ้าระวังฝนตกหนักในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก และภาคใต้
  • วันที่ 10–11 ตุลาคม ควรติดตามสถานการณ์ในภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้
  • พื้นที่ลุ่มต่ำอาจมีน้ำไหลหลาก น้ำท่วมขัง หรือระดับน้ำในลำน้ำสายหลักเพิ่มสูงขึ้น หากมีฝนตกสะสมต่อเนื่อง

ฝนระลอกใหม่อาจทำให้ปริมาณน้ำในพื้นที่ตอนบนเพิ่มขึ้น และส่งผลต่อการไหลเข้าสู่อ่างเก็บน้ำหรือแม่น้ำสายหลัก ดังนั้น การลดการระบายน้ำในช่วงนี้จึงเป็นการบริหารจัดการที่ต้องปรับเปลี่ยนตามข้อมูลจริง ไม่ได้หมายความว่าสถานการณ์จะยุติลงอย่างสมบูรณ์ เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องประเมินทั้งปริมาณฝน ระดับน้ำเหนือเขื่อน ระดับน้ำท้ายเขื่อน และความสามารถในการรองรับน้ำของพื้นที่ตอนล่างควบคู่กัน

ประชาชนควรเตรียมตัวอย่างไร

ผู้ที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงควรติดตามประกาศจากกรมชลประทาน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จังหวัด อำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง หากมีสิ่งของสำคัญ เอกสาร เครื่องใช้ไฟฟ้า หรือยาประจำตัวอยู่ในจุดที่น้ำอาจเข้าถึง ควรย้ายขึ้นที่สูงและเตรียมอุปกรณ์จำเป็นไว้ล่วงหน้า

  • ตรวจสอบระดับน้ำบริเวณบ้านและเส้นทางเข้าออกเป็นประจำ
  • เตรียมถุงยังชีพ น้ำดื่ม อาหารแห้ง ยาสามัญ และไฟฉาย
  • หลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านพื้นที่น้ำท่วมและกระแสน้ำไหลเชี่ยว
  • ติดตามประกาศเตือนภัยจากหน่วยงานราชการแทนการแชร์ข้อมูลที่ยังไม่ยืนยัน
  • แจ้งผู้สูงอายุ เด็ก และผู้ป่วยติดบ้านติดเตียงให้เตรียมพร้อมก่อนเกิดเหตุ

น้ำป่าสักเริ่มคลี่คลาย เป็นข่าวดีสำหรับพื้นที่ท้ายเขื่อนและพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง แต่สถานการณ์ยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิดจากปัจจัยฝนที่อาจเพิ่มขึ้นในช่วงวันที่ 9–11 ตุลาคม การเตรียมพร้อมและติดตามประกาศอย่างสม่ำเสมอจะช่วยลดความเสี่ยงและความเสียหายได้มากที่สุด ขอให้ประชาชนอย่าประมาท หากพบความผิดปกติของระดับน้ำควรแจ้งหน่วยงานท้องถิ่นทันที เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็วและทั่วถึง

ที่มา – น้ำป่าสักเริ่มคลี่คลาย กรมชลฯ ลดระบาย 2 เขื่อน บรรเทาน้ำท่วมท้ายเขื่อน–ลดน้ำสมทบเจ้าพระยา

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *