บอสเจมส์ช่วยคุณตาหนีไฟไหม้บ่อนไก่

เหตุการณ์ไฟไหม้ในชุมชนพัฒนาบ่อนไก่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ สร้างความเสียหายให้บ้านเรือนและส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนจำนวนมาก ท่ามกลางความวุ่นวายและบรรยากาศที่เต็มไปด้วยกลิ่นควัน ยังมีเหตุการณ์ช่วยเหลือที่สร้างความประทับใจให้กับชาวบ้าน เมื่อ “บอสเจมส์” หรือ นายสุจินดา เสงี่ยมไพศาล กรรมการบริหารพรรคไทยก้าวใหม่ ตัดสินใจเข้าช่วยเหลือคุณตาที่เกิดอาการชักเกร็งและหมดสติในพื้นที่เกิดเหตุอย่างรวดเร็ว

ก่อนเกิดเหตุช่วยเหลือครั้งนี้ บอสเจมส์ได้ลงพื้นที่ศูนย์นันทนาการบ่อนไก่ เพื่อมอบถุงยังชีพและสิ่งของจำเป็นให้ผู้ประสบภัยจากเหตุเพลิงไหม้กว่า 126 ครอบครัว หลังเสร็จภารกิจ เขาได้เดินสำรวจบริเวณชุมชนเพื่อดูความเสียหายและสอบถามความต้องการของชาวบ้านเพิ่มเติม การลงพื้นที่ครั้งนั้นทำให้พบกับสถานการณ์ฉุกเฉินที่ต้องตัดสินใจภายในเวลาไม่กี่วินาที

บอสเจมส์ช่วยคุณตาหนีไฟไหม้บ่อนไก่ในนาทีวิกฤต

ขณะเดินอยู่ในซอยแคบ ซึ่งเต็มไปด้วยบ้านไม้สองชั้นที่ปลูกติดกันและได้รับความเสียหายจากเพลิงไหม้ บอสเจมส์สังเกตเห็นชายชราวัยประมาณ 60 ปี เดินวนเวียนอยู่ด้วยท่าทีเหม่อลอย เขาจึงตั้งใจจะเข้าไปพูดคุยและสอบถามว่าต้องการความช่วยเหลือหรือไม่ แต่ก่อนที่จะได้พูดคุย คุณตากลับล้มลงต่อหน้าและมีอาการชักเกร็งจนหมดสติ

พื้นที่ดังกล่าวยังมีอากาศไม่ถ่ายเท มีทั้งกลิ่นควันและกลิ่นไหม้คละคลุ้ง รวมถึงมีเศษวัสดุจากบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหายกระจายอยู่โดยรอบ บอสเจมส์จึงรีบเข้าไปประคองและช้อนอุ้มคุณตาออกจากจุดเกิดเหตุ พาไปยังพื้นที่โล่งด้านนอกเพื่อให้ได้รับอากาศที่ถ่ายเทมากขึ้น การตัดสินใจอย่างรวดเร็วช่วยลดความเสี่ยงจากควันไฟและทำให้ผู้ป่วยอยู่ในตำแหน่งที่ทีมแพทย์สามารถเข้าถึงได้ง่าย

บอสเจมส์ช่วยคุณตาหนีไฟไหม้บ่อนไก่ พร้อมประสานทีมแพทย์

หลังนำคุณตาออกจากบริเวณอันตรายแล้ว บอสเจมส์และผู้ที่อยู่ใกล้เคียงได้ช่วยกันดูแลเบื้องต้น พร้อมประสานรถพยาบาลฉุกเฉินให้เข้ามายังชุมชนโดยเร็วที่สุด แม้เส้นทางภายในชุมชนจะคับแคบและมีสิ่งกีดขวางจากบ้านเรือนที่ถูกไฟไหม้ แต่ทีมแพทย์ฉุกเฉินก็เดินทางมาถึงภายในเวลาประมาณ 30 นาที จากนั้นจึงนำตัวคุณตาส่งโรงพยาบาลเพื่อเข้ารับการตรวจและรักษาอย่างเร่งด่วน

เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่า ในภาวะฉุกเฉิน การสังเกตความผิดปกติของคนรอบตัวและการรีบขอความช่วยเหลือจากหน่วยแพทย์มีความสำคัญมาก ผู้ที่พบผู้ป่วยหมดสติหรือมีอาการชักควรหลีกเลี่ยงการนำสิ่งของใส่ปาก ไม่ควรยึดหรือง้างแขนขา และควรเคลื่อนย้ายออกจากพื้นที่อันตรายเท่าที่จำเป็น โดยต้องระมัดระวังศีรษะและการหายใจของผู้ป่วย

จากข้อมูลของชาวบ้าน คุณตาอาศัยอยู่ในชุมชนเพียงลำพัง ไม่มีญาติพี่น้องอยู่ในกรุงเทพฯ และมีโรคประจำตัวอยู่เดิม หลังบ้านพักถูกเพลิงเผาจนเสียหายทั้งหมด คุณตาไม่มีเงินติดตัวและไม่มียารักษาโรคประจำตัวรับประทาน ชาวบ้านจึงคาดว่าความเครียดสะสมจากการสูญเสียที่อยู่อาศัยและทรัพย์สิน อาจเป็นปัจจัยที่ทำให้อาการกำเริบอย่างกะทันหัน

สำหรับผู้ประสบภัยเพลิงไหม้ การสูญเสียบ้านและของใช้จำเป็นไม่เพียงสร้างความเดือดร้อนด้านที่อยู่อาศัยเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อสุขภาพกายและสุขภาพใจ โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดบ้าน และผู้ที่ต้องใช้ยาต่อเนื่อง ชุมชนจึงควรช่วยกันสำรวจว่ามีใครขาดยา ขาดอาหาร หรือจำเป็นต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ พร้อมแจ้งหน่วยงานท้องถิ่นและทีมแพทย์เพื่อให้ความช่วยเหลืออย่างตรงจุด

  • หากพบผู้ป่วยชัก ให้เคลียร์พื้นที่รอบตัวเพื่อป้องกันการกระแทก
  • จัดผู้ป่วยให้นอนตะแคงเมื่อปลอดภัยและตรวจดูการหายใจ
  • อย่าใส่ช้อน น้ำ หรือสิ่งของใด ๆ เข้าไปในปากระหว่างผู้ป่วยชัก
  • โทรแจ้งสายด่วนฉุกเฉิน 1669 และบอกตำแหน่งให้ชัดเจน
  • หากอยู่ใกล้ควันไฟ ควรพาผู้ป่วยออกสู่พื้นที่โล่งโดยคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ช่วยเหลือ

ชาวบ้านในชุมชนบ่อนไก่ต่างแสดงความขอบคุณต่อบอสเจมส์ที่ไม่เพิกเฉยต่อสถานการณ์และเข้าช่วยเหลือทันที การช่วยเหลือครั้งนี้ไม่เพียงทำให้คุณตาได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที แต่ยังเป็นตัวอย่างของการมีน้ำใจและความรับผิดชอบต่อเพื่อนมนุษย์ในช่วงเวลาที่ยากลำบาก

เหตุการณ์ดังกล่าวจึงเป็นบทเรียนสำคัญว่า ทุกคนสามารถมีส่วนช่วยชีวิตผู้อื่นได้ เพียงตั้งสติ ประเมินความปลอดภัย และรีบประสานเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง หากพบผู้ประสบภัยหรือผู้ป่วยในพื้นที่ไฟไหม้ อย่าลังเลที่จะขอความช่วยเหลือ เพราะการลงมืออย่างถูกต้องและรวดเร็วอาจเปลี่ยนจากนาทีวิกฤตให้กลายเป็นโอกาสในการรักษาชีวิตได้

ที่มา – นาทีชีวิต! ‘บอสเจมส์’ อุ้มคุณตาชักเกร็งหนีไฟไหม้ชุมชนบ่อนไก่ ประสานแพทย์ช่วยทัน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *