ปลายทางอำนาจมาครง ฝ่ามรสุมการเมืองก่อนพ้นตำแหน่ง

ปลายทางอำนาจมาครง ฝ่ามรสุมการเมืองก่อนพ้นตำแหน่ง กำลังกลายเป็นประเด็นสำคัญที่ได้รับความสนใจจากแวดวงการเมืองยุโรป เพราะแม้ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ผู้นำฝรั่งเศส ยังคงมีแนวคิดและความทะเยอทะยานในหลายด้าน แต่ความสามารถในการผลักดันนโยบายให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมกลับลดลงอย่างเห็นได้ชัด เมื่อเข้าสู่ช่วงท้ายของการดำรงตำแหน่ง

ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา มาครงพยายามวางบทบาทฝรั่งเศสให้เป็นผู้นำในการกำกับดูแลปัญญาประดิษฐ์ การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ตลอดจนการกำหนดระเบียบโลกใหม่ ท่ามกลางความขัดแย้งระหว่างมหาอำนาจ อย่างไรก็ตาม สมาชิกบางส่วนในพรรครัฐบาลยอมรับว่า แนวคิดของเขาไม่ได้สร้างแรงกระเพื่อมได้มากเท่ากับในอดีต เนื่องจากอำนาจต่อรองภายในประเทศและระดับยุโรปเริ่มมีข้อจำกัดมากขึ้น

ปลายทางอำนาจมาครง ฝ่ามรสุมการเมืองก่อนพ้นตำแหน่ง

ภาพดังกล่าวสะท้อนชัดเจนในการประชุมสุดยอดสหภาพยุโรปที่กรุงบรัสเซลส์ เมื่อมาครงพยายามผลักดันให้ผู้นำประเทศสมาชิกเร่งเห็นชอบงบประมาณระยะ 7 ปีของสหภาพยุโรป ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่ปี 2571 และต่อเนื่องไปจนถึงปี 2577 งบประมาณชุดนี้มีความสำคัญต่อทิศทางการพัฒนาและการจัดสรรทรัพยากรของยุโรปในระยะยาว รวมถึงช่วงเวลาที่อาจเกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศสในอนาคต

มาครงระบุว่า การบรรลุข้อตกลงภายในสิ้นปีเป็นเป้าหมายที่ยังมีความเป็นไปได้ และทุกฝ่ายยังมีเวลาเจรจาอีกหลายสัปดาห์ เขายังมองว่าการตัดสินใจด้านงบประมาณเป็นเรื่องสมเหตุสมผลในระบอบประชาธิปไตย แต่การเจรจายังคงเต็มไปด้วยความเห็นต่าง ประเทศสมาชิกหลายแห่งมีมุมมองไม่ตรงกันทั้งเรื่องขนาดของงบประมาณ ลำดับความสำคัญในการใช้จ่าย และภาระเงินสมทบของแต่ละประเทศ

แรงกดดันจากการเมืองฝรั่งเศสและยุโรป

สถานการณ์ภายในฝรั่งเศสยิ่งทำให้การทำงานของมาครงซับซ้อนขึ้น มารีน เลอ แปน แกนนำพรรคขวาจัดและหนึ่งในนักการเมืองที่ถูกจับตามองว่าอาจมีโอกาสสืบทอดตำแหน่งต่อจากเขา ประกาศแนวคิดลดเงินสมทบของฝรั่งเศสให้แก่สหภาพยุโรป หากแนวทางนี้เกิดขึ้นจริง อาจกระทบต่อการดำเนินงานของกลุ่มและทำให้การจัดทำงบประมาณร่วมเผชิญภาวะชะงักงัน

อีฟส์ แบร์ตองชินี นักวิเคราะห์กิจการยุโรปในกรุงปารีส มองว่า มาครงกำลังเข้าใกล้จุดสิ้นสุดของวงจรทางการเมือง แม้ยังพยายามแสดงความเด็ดขาดและเป็นผู้นำในประเด็นระดับนานาชาติ แต่แรงขับเคลื่อนทางการเมืองเริ่มลดลง การแสดงท่าทีแข็งกร้าวบางเรื่องอาจไม่ได้ช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือ หากกลับทำให้พันธมิตรในยุโรปมองว่าฝรั่งเศสกำลังพยายามกำหนดทิศทางมากเกินไป

นอกจากเรื่องงบประมาณแล้ว ฝรั่งเศสยังผลักดันให้อียูใช้นโยบายการค้าที่เข้มงวดขึ้นต่อจีน ผู้นำยุโรปเห็นพ้องว่าควรลดการขาดดุลการค้ากับจีน โดยมีแรงสนับสนุนจากเอกสารร่วมระหว่างฝรั่งเศสและเยอรมนี ซึ่งเสนอให้อียูใช้เครื่องมือทางการค้ามากขึ้น รวมถึงการพิจารณาจำกัดการนำเข้ารถยนต์จีน

คณะกรรมาธิการยุโรปเตรียมเสนอแนวทางเพิ่มเติมที่อาจรวมถึงมาตรการป้องกันสินค้าจีนบางประเภทไม่ให้เข้าสู่ตลาดยุโรป ฝรั่งเศสเตือนว่าการดำเนินการที่ล่าช้าอาจเปิดโอกาสให้รัฐบาลปักกิ่งขยายอิทธิพลทางเศรษฐกิจ ขณะที่หลายประเทศสมาชิกยังลังเล เพราะไม่ต้องการทำลายความสัมพันธ์ทางการค้ากับจีน ซึ่งเป็นหนึ่งในเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่สุดของโลก

  • ฝรั่งเศสต้องการปกป้องอุตสาหกรรมยุโรปจากการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรง
  • หลายประเทศในอียูกังวลว่ามาตรการกีดกันทางการค้าอาจกระทบผู้บริโภค
  • ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับจีนยังมีความสำคัญต่อการเติบโตของยุโรป
  • การตัดสินใจร่วมกันของอียูอาจใช้เวลานานจากความเห็นต่างของสมาชิก

รัฐบาลฝรั่งเศสยกกรณีอุตสาหกรรมแผงโซลาร์เซลล์ในช่วงทศวรรษ 2010 เป็นบทเรียนสำคัญ เพราะการตอบสนองต่อสินค้าจีนราคาถูกที่เข้าสู่ตลาดยุโรปล่าช้า ส่งผลให้ผู้ผลิตในยุโรปจำนวนมากต้องปิดกิจการ ฝรั่งเศสจึงต้องการให้อียูมีมาตรการรวดเร็วและจริงจังมากขึ้น เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมภายในภูมิภาค

ในอีกด้านหนึ่ง มาครงบรรลุข้อตกลงกับฟรีดริช เมิร์ซ นายกรัฐมนตรีเยอรมนี เพื่อปกป้องอุตสาหกรรมรถยนต์ของทั้งสองประเทศที่กำลังเผชิญแรงกดดันจากการแข่งขันและการเปลี่ยนผ่านสู่รถยนต์ไฟฟ้า แต่ข้อตกลงนี้มีเงื่อนไขให้ผ่อนปรนกฎควบคุมการปล่อยไอเสียบางส่วน ซึ่งสวนทางกับจุดยืนด้านสิ่งแวดล้อมที่มาครงเคยประกาศไว้

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนความยากลำบากของรัฐบาลฝรั่งเศสในการสร้างสมดุลระหว่างการรักษาฐานการผลิต การคุ้มครองแรงงาน และการลดมลพิษ นโยบายสีเขียวอาจเป็นเป้าหมายระยะยาว แต่ภาคธุรกิจและประชาชนต้องการมาตรการที่ช่วยลดต้นทุนและรักษาการจ้างงานในระยะสั้นด้วย

อนาคตทางการเมืองของมาครงยังไม่ปิดฉาก

แม้จะเผชิญข้อจำกัด แต่มาครงยังคงแสดงบทบาทอย่างกระตือรือร้นบนเวทีระหว่างประเทศ เขาพบปะผู้นำต่างชาติ นักการเงิน และนักเศรษฐศาสตร์ในการประชุมระดับโลกหลายครั้ง ทำให้เกิดการคาดการณ์ว่าเขาอาจกลับมาสู่สนามการเมืองเพื่อชิงตำแหน่งประธานาธิบดีอีกครั้งในปี 2575 ตามเงื่อนไขของรัฐธรรมนูญ

อย่างไรก็ตาม การกลับมาในอนาคตจะไม่ใช่เรื่องง่าย มาครงอาจต้องอาศัยกระแสความคิดถึงจากประชาชน หลังบริหารประเทศมาเกือบ 10 ปี เขาต้องเผชิญกับปัญหาความนิยมที่ลดลง การประท้วงของนักเรียนและนักศึกษาเกี่ยวกับคุณภาพการเรียนการสอน รวมถึงการชุมนุมต่อต้านค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้นทั่วประเทศ

สมาชิกอาวุโสในรัฐบาลบางคนมองว่า การลดการปรากฏตัวต่อสาธารณะอาจช่วยไม่ให้สถานการณ์ตึงเครียดมากกว่าเดิม แต่มาครงยังยืนยันจุดยืนผ่านสื่อว่า ความรุนแรงไม่มีที่ยืนในสาธารณรัฐ ผู้ที่ทำลายอาคารราชการ ธุรกิจ หรือปล้นสะดมสถานที่สาธารณะจะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย จุดยืนนี้แสดงให้เห็นว่าเขายังคงต้องการรักษาภาพลักษณ์ของผู้นำที่ยึดมั่นในระเบียบและอำนาจรัฐ

ช่วงท้ายของเส้นทางการเมืองยังเปิดโอกาสให้มาครงผลักดันงานสำคัญหลายด้าน ฝรั่งเศสทำหน้าที่ประธานหมุนเวียนกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 7 ประเทศ และมาครงมีบทบาทประกาศการตัดสินใจของกลุ่มเกี่ยวกับการระบายน้ำมันจากคลังสำรองเชิงยุทธศาสตร์ออกสู่ตลาดโลก นอกจากนี้ เขายังเตรียมจัดกิจกรรมด้านสันติภาพในกรุงปารีส เข้าร่วมการประชุมกลุ่มประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ 20 ประเทศ และเป็นเจ้าภาพการประชุมส่งเสริมการลงทุนเลือกฝรั่งเศสเป็นครั้งสุดท้ายในเดือนมกราคม 2570

มาครงต้องการผลักดันข้อตกลงต่าง ๆ ให้สำเร็จก่อนหมดวาระ พร้อมย้ำว่าทุกคนควรถ่อมตน เพราะท้ายที่สุดประชาชนจะเป็นผู้เลือกผู้รับผิดชอบประเทศคนต่อไป แต่ในเวลานี้ ผู้ที่ได้รับเลือกตามรัฐธรรมนูญและยังคงปฏิบัติหน้าที่อยู่ก็คือตัวเขาเอง

บทสรุป: ปลายทางอำนาจมาครง ฝ่ามรสุมการเมืองก่อนพ้นตำแหน่ง ไม่ได้หมายถึงการสิ้นสุดบทบาทของเขาในทันที หากแต่เป็นช่วงเวลาที่ต้องพิสูจน์ว่าผู้นำฝรั่งเศสจะเปลี่ยนข้อจำกัดให้เป็นผลงานได้มากเพียงใด ความสำเร็จในช่วงท้ายวาระอาจกลายเป็นต้นทุนทางการเมืองสำหรับอนาคต ขณะที่ความล้มเหลวอาจทำให้ประชาชนจดจำเขาในฐานะผู้นำที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกล แต่ไม่สามารถผลักดันทุกความฝันให้เกิดขึ้นจริงได้

สำหรับผู้อ่านที่ติดตามการเมืองยุโรป ควรจับตาการเจรจางบประมาณอียู นโยบายการค้าต่อจีน และกระแสความนิยมภายในฝรั่งเศส เพราะทั้งสามปัจจัยจะเป็นตัวชี้วัดสำคัญว่า มาครงยังมีอิทธิพลเหลืออยู่มากน้อยเพียงใดในช่วงท้ายของเส้นทางการเมือง

ที่มา – ปลายทางอำนาจมาครง ฝ่ามรสุมการเมืองก่อนพ้นตำแหน่ง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *