ปลาหมอคางดำเขื่อนลำปาว จับแล้ว 41 ตัว

สถานการณ์ ปลาหมอคางดำเขื่อนลำปาว ยังคงเป็นเรื่องที่ชาวกาฬสินธุ์และคนในพื้นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด หลังหน่วยเคลื่อนที่เร็วแก้ปัญหาปลาหมอคางดำเดินหน้าลาดตระเวนและตรวจค้นบริเวณรอบเขื่อนลำปาวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่ที่เคยพบการแพร่ระบาดมาก่อน ได้แก่ บ้านนาอวน ตำบลหนองสรวง อำเภอหนองกุงศรี และบ้านคำเขื่อนแก้ว ตำบลสำราญใต้ อำเภอสามชัย

ผลการปฏิบัติงานล่าสุดพบปลาหมอคางดำเพิ่มขึ้นอย่างน่าจับตา โดยช่วงกลางวันสามารถจับได้ 18 ตัว และช่วงกลางคืนถึงช่วงดึกจับได้อีก 8 ตัว รวมวันเดียว 26 ตัว เมื่อนับยอดสะสมตั้งแต่วันที่ 31 สิงหาคมถึง 16 กันยายน พบว่าจับได้ทั้งหมด 41 ตัว ทำให้หน่วยงานประมงต้องเพิ่มการเฝ้าระวัง โดยเฉพาะพื้นที่ตอนล่างของลุ่มน้ำปาวและลำน้ำชี

ปลาหมอคางดำเขื่อนลำปาว พบเพิ่มแต่ยังไม่ระบาดรุนแรง

นายบุญธง เภาเจริญ ประมงจังหวัดกาฬสินธุ์ เปิดเผยว่า จุดที่พบปลาหมอคางดำส่วนใหญ่ยังเป็นบริเวณเดิม โดยบ้านคำเขื่อนแก้วมีจำนวนสะสมมากที่สุด เนื่องจากปลาส่วนใหญ่ติดเครื่องมือประมงที่เรียกว่า “ตุ้ม” ซึ่งชาวบ้านวางดักไว้ และมีการแจ้งข้อมูลให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง

  • บ้านคำเขื่อนแก้ว จับได้สะสม 34 ตัว
  • บ้านนาอวน จับได้สะสม 5 ตัว
  • บ้านท่าเรือ ตำบลภูสิงห์ อำเภอสหัสขันธ์ จับได้ 1 ตัว
  • บ้านโคกครึม ตำบลหนองหิน อำเภอหนองกุงศรี จับได้ 1 ตัว
  • ยอดรวมทั้งหมด 41 ตัว

ปลาที่จับได้มีอายุประมาณ 3-6 เดือน สะท้อนว่าปลาหมอคางดำเริ่มกระจายตัวอยู่บริเวณเหนือเขื่อนลำปาว อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยังไม่พบการรวมฝูงขนาดใหญ่ ส่วนมากพบกระจายตามจุดต่าง ๆ จุดละประมาณ 1-3 ตัว จึงยังไม่ถือว่าเป็นการระบาดที่รุนแรง แต่จำนวนที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ถือเป็นสัญญาณที่ต้องติดตามอย่างจริงจัง

ปลาหมอคางดำเขื่อนลำปาว กับการควบคุมโดยธรรมชาติ

แม้ปลาหมอคางดำจะถูกมองว่าเป็นปลานักล่าที่อาจส่งผลกระทบต่อสัตว์น้ำพื้นถิ่น แต่ในเขื่อนลำปาวยังมีปลานักล่าขนาดใหญ่หลายชนิด เช่น ปลาชะโด ปลากดคัง ปลาตองลาย ปลาสลาด และปลาช่อน ปลาเหล่านี้อาจช่วยควบคุมจำนวนปลาหมอคางดำตามธรรมชาติได้ในระดับหนึ่ง

นอกจากนี้ ชาวประมงพื้นบ้านยังออกทำประมงเป็นประจำ ทำให้มีโอกาสจับปลาหมอคางดำติดขึ้นมาพร้อมกับสัตว์น้ำชนิดอื่น เจ้าหน้าที่จึงขอความร่วมมือจากชาวประมงและนักตกปลา หากพบปลาที่มีลักษณะเข้าข่ายให้รีบแจ้งหน่วยงานประมง เพื่อช่วยกันเก็บข้อมูลและลดโอกาสการแพร่กระจาย

เร่งเฝ้าระวังพื้นที่ตอนล่างและบ่อเลี้ยงกุ้ง

จากการสำรวจของเจ้าหน้าที่ คาดว่าปลาหมอคางดำอาจถูกนำมาปล่อยบริเวณริมตลิ่งเขื่อนลำปาว ตำบลหนองสรวง อำเภอหนองกุงศรี มานานกว่า 1 ปี ก่อนเริ่มขยายพันธุ์และเติบโตตามธรรมชาติ การทำงานร่วมกันระหว่างเครือข่ายประมงพื้นบ้านกับทีมปฏิบัติการของประมงจังหวัดจึงมีความสำคัญ เพราะช่วยให้พบปลาได้รวดเร็วและทำให้การประเมินสถานการณ์มีความแม่นยำมากขึ้น

สำหรับพื้นที่เพาะเลี้ยงกุ้งก้ามกราม เจ้าหน้าที่ยังไม่พบความผิดปกติจากการแพร่ระบาด แต่เกษตรกรยังต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษในช่วงเปลี่ยนถ่ายน้ำจากบ่อ ขณะที่พื้นที่ตอนล่างของลุ่มน้ำปาวและลำน้ำชี ซึ่งมีการเลี้ยงปลาในกระชัง ยังไม่พบสัญญาณการแพร่ระบาดเช่นกัน

ทางกระทรวงอยู่ระหว่างจัดสรรงบประมาณเพื่อสนับสนุนการดำเนินงาน ส่วนการประกาศพื้นที่ภัยพิบัติยังไม่สามารถทำได้ เนื่องจากสถานการณ์ยังไม่เข้าเกณฑ์ที่กำหนด ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ประมงยืนยันว่าปลาหมอคางดำที่จับได้สามารถนำไปปรุงอาหารรับประทานได้อย่างเหมาะสม โดยควรจัดการตามคำแนะนำด้านสุขอนามัยและไม่ปล่อยปลากลับลงสู่แหล่งน้ำ

ข้อสังเกตสำคัญ คือ แม้ยอดจับจะเพิ่มขึ้น แต่ยังไม่พบการรวมฝูงหนาแน่นหรือผลกระทบชัดเจนต่อแหล่งเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ อย่างไรก็ตาม การพบปลาวัยอ่อนหลายตัวอาจสะท้อนว่ามีการขยายพันธุ์ในพื้นที่แล้ว ชาวบ้านจึงควรช่วยกันสังเกต แจ้งเบาะแส และหลีกเลี่ยงการเคลื่อนย้ายปลาที่ไม่ทราบแหล่งที่มา เพื่อป้องกันไม่ให้ปัญหาขยายไปยังพื้นที่อื่น

สถานการณ์นี้จะคลี่คลายได้เร็วขึ้น หากทุกฝ่ายร่วมมือกันอย่างต่อเนื่อง ทั้งเจ้าหน้าที่ ชาวประมง เกษตรกร และประชาชนทั่วไป หากพบปลาต้องสงสัย อย่าปล่อยกลับลงน้ำ แต่ควรเก็บข้อมูลและแจ้งประมงจังหวัดทันที เพื่อช่วยกันรักษาระบบนิเวศของเขื่อนลำปาวในระยะยาว

ที่มา – ประมงกาฬสินธุ์ ลุยจับปลาหมอคางดำรอบเขื่อนลำปาว ยอดทะลุ 41 ตัว ระวังเข้มพื้นที่ตอนล่าง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *