ผบช.ไซเบอร์ แจงปมรับส่วยเว็บพนัน ใครเอี่ยวฟันไม่เลี้ยง

พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.สอท. ได้ออกมาเปิดเผยถึงกรณีที่มีการกล่าวถึงเว็บพนันออนไลน์จำนวนมากในปัจจุบัน และข้อสงสัยว่าตำรวจไซเบอร์ซึ่งเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบในการปราบปรามนั้น มีส่วนเกี่ยวข้องกับการรับส่วยหรือผลประโยชน์หรือไม่ โดยยืนยันว่าตำรวจมีการจับกุมเว็บพนันไปแล้วกว่า 30 เว็บไซต์ และยึดทรัพย์สินได้กว่า 2 พันล้านบาท ซึ่งเป็นการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ยังมีการจัดตั้งศูนย์ปราบปรามการพนันออนไลน์ขึ้นโดยเฉพาะ เพื่อกวาดล้างเว็บพนัน และเน้นย้ำนโยบายให้ขยายผลการจับกุมไปยังเจ้าของเว็บไซต์และผู้รับผลประโยชน์โดยตรง รวมถึงมอบหมายให้สายตรวจไซเบอร์ตรวจจับอินฟลูเอนเซอร์ หรือกลุ่มบุคคลที่มีชื่อเสียงที่รับจ้างโปรโมทชักชวนให้เล่นเว็บพนันออนไลน์

มีการหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) และผู้ให้บริการ เพื่อเสนอปิดกั้นเว็บพนันออนไลน์ให้เป็นรูปธรรม เนื่องจากเมื่อมีการจับกุมเว็บพนัน ก็มักจะมีการเปิดขึ้นมาใหม่ในชื่อที่คล้ายกัน อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าตำรวจไซเบอร์ได้กวดขันจับกุมอย่างต่อเนื่อง ไม่ได้จับเฉพาะรายเล็กเท่านั้น

ตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม ตนได้เน้นย้ำผู้ใต้บังคับบัญชาว่าห้ามยุ่งเกี่ยวหรือรับผลประโยชน์จากเว็บพนันออนไลน์ และได้ดำเนินการกับข้าราชการตำรวจใน 3 กรณี ที่มีข้อมูลร้องเรียนว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการใช้อำนาจหน้าที่ในการกระทำความผิด กรณีแรกคือตำรวจไซเบอร์ถูกกล่าวหาว่ารีดเงินเจ้าของเว็บพนันที่จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่ามีมูลความจริง จึงได้ตั้งกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงเพื่อดำเนินการทางวินัยและอาญาต่อไป

กรณีที่สองคือถูกกล่าวหาว่าร่วมกับภาคประชาชนไปตรวจโรงงานในพื้นที่จังหวัดทางภาคตะวันออก ซึ่งพบว่าเป็นการกระทำนอกเหนือหน้าที่ และมีมูลความจริง จึงได้สั่งตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงควบคู่ไปกับการดำเนินการทางวินัย

กรณีที่สามคือตำรวจ บช.สอท. ถูกกล่าวหาว่าเรียกรับผลประโยชน์จากการถอนปลดอายัดบัญชี ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงและขยายผล หากพบว่ามีมูล ก็จะดำเนินการตามขั้นตอน

อย่างไรก็ตาม ผบช.สอท. ยืนยันว่าตำรวจไซเบอร์กำลังเร่งรัดปราบปรามทุกเรื่องที่เป็นความเดือดร้อนของประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการปราบปรามการพนันออนไลน์ และห้ามไม่ให้ผู้ใต้บังคับบัญชาในสังกัดเข้าไปยุ่งเกี่ยวหรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์โดยเด็ดขาด พร้อมยืนยันว่าตำรวจไซเบอร์ดำเนินการจับกุมทั้งหมด และหากประชาชนมีข้อมูล สามารถแจ้งได้ที่เบอร์โทร 1441

ในส่วนของกรณี พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรอง ผบ.ตร. ที่ยื่นหนังสือขอความเป็นธรรม กรณีให้ตรวจสอบว่าตำรวจไซเบอร์มีความพยายามแยกคดีมินนี่มาดำเนินคดีซ้ำใหม่ ทั้งที่คดีอยู่ในอำนาจสอบสวนของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นั้น จากการตรวจสอบพบว่าคดีหลักของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ อยู่ในชั้น ป.ป.ช. แล้ว แต่เนื่องจากความกังวลของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ว่าจะมีการดำเนินคดีซ้ำซ้อนกับคดีเดิมหรือไม่ จึงได้ร้องเรียนมาให้ช่วยตรวจสอบ ซึ่งก็ได้สั่งการให้ ผบก. ในสังกัดตรวจสอบโดยละเอียดถี่ถ้วน หากอยู่ในอำนาจของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก็ให้ดำเนินการตามขั้นตอน แต่หากไม่อยู่ในอำนาจ ก็ให้ส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป

**ผบช.ไซเบอร์** แจงหน่วยถูกพาดพิงรับส่วยเว็บพนัน ยันตำรวจใครเอี่ยวสั่งฟันไม่เลี้ยง

ยืนยัน! **ผบช.ไซเบอร์** สั่งฟันไม่เลี้ยง หากพบตำรวจเอี่ยวรับส่วยเว็บพนัน

ประเด็นการปราบปรามเว็บพนันออนไลน์ยังคงเป็นเรื่องที่สังคมให้ความสนใจอย่างต่อเนื่อง การออกมาเปิดเผยของ ผบช.สอท. ในครั้งนี้ ถือเป็นการยืนยันความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหา และแสดงความโปร่งใสในการตรวจสอบการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจเอง

การดำเนินการอย่างจริงจังกับผู้กระทำผิด ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของเว็บพนัน ผู้รับผลประโยชน์ หรือแม้แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจที่เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง ถือเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยลดปัญหาการพนันออนไลน์ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน

สิ่งที่น่าติดตามต่อไปคือ ผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงในกรณีต่างๆ ที่มีการกล่าวหาเจ้าหน้าที่ตำรวจ และมาตรการในการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้ขึ้นอีก

การแจ้งเบาะแสจากประชาชนก็เป็นส่วนสำคัญในการปราบปรามเว็บพนันออนไลน์ หากพบเห็นการกระทำผิด สามารถแจ้งได้ที่เบอร์โทร 1441 เพื่อร่วมกันสร้างสังคมออนไลน์ที่ปลอดภัยและโปร่งใส

การที่ **ผบช.ไซเบอร์** ออกมายืนยันถึงความโปร่งใสในการทำงานและพร้อมที่จะดำเนินการกับผู้กระทำผิด ถือเป็นสัญญาณที่ดีในการแก้ไขปัญหาเว็บพนันออนไลน์อย่างจริงจัง

ที่มา – ‘ผบช.ไซเบอร์’ แจงหน่วยถูกพาดพิงรับส่วยเว็บพนัน ยันตำรวจใครเอี่ยวสั่งฟันไม่เลี้ยง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *