ผบ.ตร. สั่งแจ้งความ ‘บิ๊กโจ๊ก’ ให้ร้ายองค์กร
จากกรณีการตรวจสอบการเผยแพร่ข้อมูลที่ส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์องค์กร ล่าสุด ผบ.ตร. สั่งให้แจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรอง ผบ.ตร. ในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ประเด็นนี้เกี่ยวข้องกับคำพูดที่อาจเข้าข่าย ให้ร้ายองค์กร
พล.ต.อ.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ จเรตำรวจแห่งชาติ ได้รายงานผลการตรวจสอบข้อมูลข่าวสารต่อ ผบ.ตร. โดยระบุถึงการเผยแพร่บทสัมภาษณ์และคลิปวิดีโอของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล ในช่วงวันที่ 4-17 พฤศจิกายน 2568 ซึ่งมีเนื้อหาที่อาจ ให้ร้ายองค์กร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
เนื้อหาที่ตรวจสอบพบมีถ้อยคำที่อาจเข้าข่ายพาดพิงรุนแรง โดยระบุว่า “สำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นองค์กรอาชญากรรมที่ใหญ่ที่สุด” ซึ่งเผยแพร่ในวงกว้าง การกล่าวเช่นนี้ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ขององค์กรอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
รายงานระบุว่า การกล่าวหาองค์กรด้วยถ้อยคำดังกล่าวเป็นการใส่ความที่เกินขอบเขตของการวิพากษ์วิจารณ์โดยสุจริต แต่เป็นการทำลายชื่อเสียง ลดทอนคุณค่า และความน่าเชื่อถือของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งอาจทำให้ประชาชนเกิดความเกลียดชังและขาดความศรัทธาต่อองค์กรในภาพรวม การกระทำนี้จึงเป็นเหตุให้ต้องมีการดำเนินการทางกฎหมายเพื่อปกป้องชื่อเสียงขององค์กร
แม้จะมีการชี้แจงภายหลังว่าไม่ได้หมายความรวมถึงตำรวจทั้งแผ่นดิน แต่การสื่อสารครั้งแรกที่ระบุชื่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้สร้างความเสียหายต่อภาพลักษณ์โดยรวมไปแล้ว การแก้ตัวภายหลังจึงไม่อาจลบล้างความผิดได้
เพื่อปกป้องเกียรติยศและภาพลักษณ์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ จึงมอบอำนาจให้ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ เป็นตัวแทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน
ผบ.ตร. สั่งแจ้งความ ‘บิ๊กโจ๊ก’ ให้ร้ายองค์กร
ด้าน พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวว่า ผบ.ตร. มอบหมายให้ตรวจสอบการกระทำของบุคคลหรือกลุ่มบุคคลใดก็ตามที่มีการกล่าวหาหรือพูดพาดพิง ให้ร้ายองค์กร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือมีพฤติกรรมหมิ่นเข้าข่ายกระทำผิดกฎหมาย หากพบให้แจ้งความดำเนินคดี
ทำไม ผบ.ตร. จึงสั่งดำเนินคดีกรณี ‘บิ๊กโจ๊ก’ ให้ร้ายองค์กร?
การตัดสินใจของ ผบ.ตร. ในการสั่งดำเนินคดีกับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล สืบเนื่องมาจากการพิจารณาอย่างรอบคอบถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการเผยแพร่ข้อมูลดังกล่าว ไม่ว่าเจตนาที่แท้จริงของผู้พูดคืออะไร แต่ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นคือความเสียหายต่อภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งเป็นองค์กรที่มีหน้าที่สำคัญในการรักษาความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยของประชาชน
การดำเนินคดีนี้จึงเป็นการแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของสำนักงานตำรวจแห่งชาติในการปกป้องชื่อเสียงและศักดิ์ศรีขององค์กร และเป็นการส่งสัญญาณไปยังบุคคลอื่น ๆ ว่าการกระทำใด ๆ ที่เป็นการ ให้ร้ายองค์กร จะต้องได้รับการตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายอย่างจริงจัง
นอกจากนี้ การดำเนินคดีนี้ยังเป็นการยืนยันว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติมีความโปร่งใสและพร้อมรับฟังความคิดเห็นที่สร้างสรรค์ แต่จะไม่ยอมให้มีการกล่าวหาหรือใส่ร้ายป้ายสีโดยไม่มีมูลความจริง ซึ่งอาจนำไปสู่ความเข้าใจผิดและความไม่ไว้วางใจของประชาชน
ในท้ายที่สุด การดำเนินคดีนี้ไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อแก้แค้นหรือเอาคืน แต่มีวัตถุประสงค์หลักคือเพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความศรัทธาของประชาชนต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และเพื่อรักษาไว้ซึ่งความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงของสังคม
- การกล่าวหาว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นองค์กรอาชญากรรมที่ใหญ่ที่สุด ถือเป็นการกล่าวหาที่ร้ายแรงและเกินเลย
- การกระทำดังกล่าวส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือขององค์กรโดยรวม
- การดำเนินคดีนี้เป็นการปกป้องเกียรติยศและศักดิ์ศรีของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
การดำเนินการทางกฎหมายในกรณีนี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการรักษาภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือขององค์กรตำรวจในสายตาของประชาชน
ที่มา – ผบ.ตร. ส่งรองจเรฯ แจ้งความเอาผิด ‘บิ๊กโจ๊ก’ พูดพาดพิงให้ร้ายองค์กร