ผู้การนครปฐมถ่ายทอดประสบการณ์สร้างตำรวจน้ำดี
การสร้างตำรวจมืออาชีพไม่ได้เกิดขึ้นจากการฝึกอบรมเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยทั้งความรู้ ประสบการณ์ และจิตสำนึกที่ดีในการปฏิบัติหน้าที่ ล่าสุด ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม นำทีมตำรวจที่ได้รับรางวัลด้านคุณธรรมและรางวัลครุฑทองคำ ถ่ายทอดประสบการณ์ให้แก่ผู้เข้ารับการฝึกอบรม เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การเป็นตำรวจที่ประชาชนเชื่อมั่น
กิจกรรมครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้โครงการบรรยายพิเศษ ตำรวจเด่นไปเป็นครูเพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้สู่ตำรวจมืออาชีพ โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการส่งต่อแนวคิด วิธีทำงาน และบทเรียนจากประสบการณ์จริงให้กับกำลังพลรุ่นใหม่ เนื้อหาครอบคลุมทั้งการปฏิบัติหน้าที่ราชการ การให้บริการประชาชน การทำงานด้วยความโปร่งใส และการยึดมั่นในจรรยาบรรณวิชาชีพตำรวจ
ผู้การนครปฐมถ่ายทอดประสบการณ์สร้างตำรวจน้ำดี
พล.ต.ท.ศิร์ธัชเขต ครูวัฒนเศรษฐ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 มอบหมายให้ พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม พร้อมด้วย พ.ต.อ.กฤษณัฐ วงษ์กล้าหาญ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม พ.ต.ท.อุทัย สุมาลัย รองผู้กำกับการป้องกันปราบปราม สภ.บางเลน และ พ.ต.ท.ตะวัน วัฒนรังสรรค์ รองผู้กำกับการป้องกันปราบปราม สภ.เมืองนครปฐม ทำหน้าที่เป็นวิทยากร
วิทยากรทั้งสี่ท่านได้แบ่งปันประสบการณ์จากการทำงานจริง ตั้งแต่การวางแผนปฏิบัติการ การตัดสินใจในสถานการณ์กดดัน การประสานงานกับหน่วยงานต่าง ๆ ไปจนถึงการดูแลประชาชนด้วยความสุภาพและเป็นธรรม การถ่ายทอดลักษณะนี้ช่วยให้ผู้เข้าอบรมเห็นภาพการทำงานของตำรวจได้ชัดเจนกว่าการเรียนรู้จากตำราเพียงอย่างเดียว
แนวคิดจากผู้การนครปฐมถ่ายทอดประสบการณ์สร้างตำรวจน้ำดี
หัวใจสำคัญของการบรรยายคือการปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณวิชาชีพ ผู้การนครปฐมเน้นว่า ตำรวจต้องปฏิบัติหน้าที่โดยยึดกฎหมายเป็นหลัก พร้อมคำนึงถึงสิทธิและศักดิ์ศรีของประชาชนในทุกขั้นตอน แม้บางสถานการณ์จะมีความเร่งด่วนหรือมีแรงกดดันสูง แต่การรักษาความถูกต้องและความเป็นกลางยังคงเป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญเสมอ
การเป็นตำรวจที่ดีจึงไม่ได้วัดจากจำนวนคดีที่สามารถจับกุมได้เท่านั้น แต่ยังรวมถึงวิธีการทำงาน ความรับผิดชอบ ความซื่อสัตย์ และความสามารถในการสร้างความไว้วางใจให้เกิดขึ้นในชุมชน ตำรวจที่ประชาชนเข้าถึงได้ รับฟังปัญหา และช่วยเหลืออย่างจริงใจ ย่อมมีส่วนสำคัญในการทำให้สังคมปลอดภัยและน่าอยู่มากขึ้น
อีกประเด็นที่ได้รับความสนใจคือการทำงานแบบมืออาชีพในยุคปัจจุบัน เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้าใจการสื่อสารบนสื่อสังคมออนไลน์ และรู้จักตรวจสอบข้อมูลก่อนตัดสินใจ การทำงานที่รวดเร็วต้องเดินคู่กับความรอบคอบ เพราะทุกการปฏิบัติหน้าที่อาจส่งผลต่อความปลอดภัย ความเชื่อมั่น และสิทธิของประชาชนจำนวนมาก
รางวัลครุฑทองคำสะท้อนการทำงานด้วยธรรมาภิบาล
พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม ได้รับรางวัลตำรวจสีขาว ดาวคุณธรรม ประเภทบุคคล จำนวน 11 ครั้ง รวมถึงได้รับการยกย่องในประเภทหน่วยงานดีเด่นที่มีผลการปฏิบัติงานดีเยี่ยม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 รางวัลเหล่านี้สะท้อนถึงความตั้งใจในการทำงานตามหลักคุณธรรมและความโปร่งใส
นอกจากนั้น วิทยากรอีกสามท่านยังได้รับรางวัลข้าราชการพลเรือนดีเด่น หรือรางวัลครุฑทองคำ ซึ่งเป็นรางวัลที่สะท้อนความมุ่งมั่นในการปฏิบัติราชการอย่างมีประสิทธิภาพ รางวัลไม่ได้เป็นเพียงเครื่องหมายแห่งความสำเร็จส่วนบุคคล แต่ยังเป็นตัวอย่างให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมเห็นว่า ความซื่อสัตย์และความรับผิดชอบสามารถสร้างคุณค่าและความก้าวหน้าในวิชาชีพได้
- ยึดกฎหมายและความถูกต้อง: ปฏิบัติหน้าที่ตามขั้นตอนและไม่เลือกปฏิบัติ
- ให้ความสำคัญกับประชาชน: รับฟังปัญหาและให้บริการด้วยความสุภาพ
- ทำงานด้วยความโปร่งใส: ตรวจสอบได้และพร้อมรับผิดชอบต่อผลการปฏิบัติงาน
- พัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง: เรียนรู้กฎหมาย เทคโนโลยี และทักษะการสื่อสารอยู่เสมอ
- ทำงานเป็นทีม: ประสานความร่วมมือเพื่อแก้ไขปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สำหรับผู้เข้ารับการฝึกอบรมหลักสูตร กอน. และ กอร. การได้เรียนรู้จากตำรวจผู้มีผลงานโดดเด่นถือเป็นโอกาสสำคัญ เพราะผู้เข้าอบรมจะได้เห็นทั้งแนวคิดและวิธีนำหลักการไปใช้จริงในสถานการณ์ต่าง ๆ การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ยังช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้เจ้าหน้าที่ตระหนักว่า ทุกหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายมีผลต่อความรู้สึกและความปลอดภัยของประชาชน
การพัฒนาบุคลากรตำรวจควรดำเนินการอย่างต่อเนื่อง โดยไม่จำกัดอยู่เฉพาะช่วงการฝึกอบรม ควรมีการติดตามผล การแลกเปลี่ยนแนวทางการทำงาน และการนำกรณีศึกษาจากพื้นที่ต่าง ๆ มาปรับใช้ให้เหมาะสม การมีผู้บังคับบัญชาและรุ่นพี่เป็นแบบอย่างที่ดีจะช่วยให้ตำรวจรุ่นใหม่เข้าใจวัฒนธรรมองค์กรที่ยึดหลักความรับผิดชอบและการบริการสาธารณะ
นอกจากนี้ หน่วยงานตำรวจยังสามารถนำบทเรียนจากกิจกรรมดังกล่าวไปต่อยอดเป็นแนวทางพัฒนาการทำงาน เช่น การจัดเวทีพูดคุยภายในหน่วย การสร้างระบบพี่เลี้ยงสำหรับเจ้าหน้าที่ใหม่ และการประเมินผลด้านคุณธรรมควบคู่กับผลสัมฤทธิ์ของงาน วิธีการเหล่านี้จะช่วยให้การสร้างตำรวจน้ำดีเป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นจริงในทุกระดับขององค์กร
ผู้การนครปฐมถ่ายทอดประสบการณ์สร้างตำรวจน้ำดี จึงเป็นมากกว่ากิจกรรมบรรยายทั่วไป เพราะเป็นการส่งต่อค่านิยมที่สำคัญจากผู้มีประสบการณ์ไปสู่กำลังพลรุ่นใหม่ ทั้งเรื่องความซื่อสัตย์ การเคารพประชาชน การทำงานตามหลักธรรมาภิบาล และการกล้ารับผิดชอบต่อการตัดสินใจ หากแนวคิดเหล่านี้ถูกนำไปปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ ย่อมช่วยยกระดับภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นที่ประชาชนมีต่อตำรวจได้อย่างยั่งยืน
ท้ายที่สุด ตำรวจมืออาชีพไม่ได้หมายถึงผู้ที่เก่งงานเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเป็นผู้ที่มีหัวใจของการบริการ มีความอดทน และยืนหยัดในสิ่งที่ถูกต้อง กิจกรรมลักษณะนี้จึงควรได้รับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ตำรวจทุกคนสามารถนำความรู้และประสบการณ์ไปพัฒนาการทำงาน และร่วมกันสร้างสังคมที่ประชาชนรู้สึกปลอดภัยและไว้วางใจได้มากขึ้น
ข้อคิดสำคัญ: ความไว้วางใจเริ่มต้นจากการปฏิบัติหน้าที่เล็ก ๆ ด้วยความซื่อสัตย์ หากตำรวจทุกนายยึดมั่นในคุณธรรมและรับฟังประชาชนอย่างจริงใจ การเปลี่ยนแปลงที่ดีจะเกิดขึ้นได้ในทุกชุมชน
ที่มา – ผู้การนครปฐม นำทีมตำรวจรางวัลครุฑทองคำ ถ่ายทอดประสบการณ์ สร้างตำรวจน้ำดี


