ฝรั่งเศสเรียกทูตสหรัฐพบ ชี้แจงกล่าวหารัฐบาล ‘ล้มเหลว’ ปราบกระแสต้านชาวยิว
สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงปารีส เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม ว่า รัฐบาลฝรั่งเศสได้เรียก นายชาร์ลส์ คุชเนอร์ เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศฝรั่งเศส เพื่อชี้แจงข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการ ล้มเหลว ในการปราบกระแสต้านชาวยิว โดยในจดหมายเปิดผนึกที่ตีพิมพ์ลงใน The Wall Street Journal คุชเนอร์ได้เรียกร้องให้ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง บังคับใช้กฎหมายอาชญากรรมจากความเกลียดชังอย่างเร่งด่วน และลดการวิพากษ์วิจารณ์อิสราเอล
ฝรั่งเศสเรียกทูตสหรัฐพบ ชี้แจงกล่าวหารัฐบาล ‘ล้มเหลว’ ปราบกระแสต้านชาวยิว
จดหมายดังกล่าวระบุว่า การประกาศรับรองรัฐปาเลสไตน์ของฝรั่งเศสเป็นเชื้อเพลิงให้เกิดกระแสต่อต้านชาวยิวในประเทศ โดยคุชเนอร์กล่าวว่า “ถ้อยแถลงที่โจมตีอิสราเอล และแสดงท่าทีสนับสนุนการยอมรับรัฐปาเลสไตน์ เป็นการปลุกปั่นความรุนแรง และคุกคามชีวิตของชาวยิวในฝรั่งเศส”
ปฏิกิริยาจากรัฐบาลฝรั่งเศส
โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของฝรั่งเศสได้เผยว่า รัฐบาลรับทราบข้อร้องเรียนจากคุชเนอร์ เอกอัครราชทูตสหรัฐที่ได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับการเพิ่มขึ้นของการต่อต้านชาวยิวในฝรั่งเศส และตำหนิว่าฝรั่งเศสไม่ได้ดำเนินการอย่างเพียงพอเพื่อปราบปราม อย่างไรก็ตาม รัฐบาลฝรั่งเศสยืนยันว่า ข้อกล่าวหาดังกล่าว “เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้” และพร้อมจัดการชี้แจงอย่างเป็นทางการ
ประเด็นนี้เกิดขึ้นหลังจากที่นายกรัฐมนตรีอิสราเอล เบนจามิน เนทันยาฮู ส่งจดหมายถึงประธานาธิบดีมาครงเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยใช้ข้อกล่าวหาในลักษณะเดียวกันว่า ฝรั่งเศสมีส่วนสนับสนุนการต่อต้านชาวยิวด้วยแนวทางการเมืองต่างประเทศที่เอียงข้าง
สถานการณ์ด้านความมั่นคงของชาวยิวในฝรั่งเศส
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ฝรั่งเศสเผชิญกับการเพิ่มขึ้นของเหตุการณ์ที่แสดงเจตนาต่อต้านชาวยิว ทั้งในรูปแบบของการกล่าวถึง “ลัทธิไซออนิสต์” ซึ่งบางครั้งถูกใช้ในการเปลี่ยนทิศทางให้กลายเป็นความเกลียดชาวยิว (Antisemitism) คุชเนอร์เน้นว่า ในโลกปัจจุบัน การต่อต้านลัทธิไซออนิสต์ คือการต่อต้านชาวยิวโดยตรง
รัฐบาลฝรั่งเศสรับว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อนและสำคัญ จึงต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างประเทศ เช่นเดียวกับการใช้กฎหมายที่ชัดเจนเพื่อต่อสู้กับความรุนแรงทางความคิดและการกระทำที่เกี่ยวข้องกับการต่อต้านชาวยิว
มุมมองทางการเมืองและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
ข้อโต้ตอบระหว่างสหรัฐฯ กับฝรั่งเศสในครั้งนี้สะท้อนความไม่ลงรอยกันทางการเมืองระหว่างประเทศภายใต้เรื่องของความสัมพันธ์ระหว่างอิสราเอลและปาเลสไตน์ ท่าทีของคุชเนอร์แสดงถึงการสนับสนุนอย่างชัดเจนต่ออิสราเอล ส่วนฝรั่งเศสพยายามหาจุดสมดุลมาระหว่างประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน และการเมืองระหว่างประเทศ
อีกประเด็นที่น่าจับตาคือ ความสัมพันธ์บนพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศและความเชื่อทางศาสนา ว่าจะส่งผลกระทบอย่างไรต่อภาพลักษณ์ของฝรั่งเศสในสายตาของชาวยิวทั่วโลก โดยเฉพาะในยุคที่การเฝ้าระวังการกล่าวถึงความเกลียดกลัวทางชาติพันธุ์ต้องถูกตั้งคำถามอยู่เสมอ
สำหรับประชาชนชาวฝรั่งเศส ทั้งฝ่ายที่สนับสนุนและต่อต้านการกระทำด้านนโยบายต่างประเทศของภาครัฐ ความตึงเครียดในครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของการทูต แต่เป็นการสะท้อนความขัดแย้งทางความคิดที่มีผลต่อสังคมโดยตรง
จากเหตุการณ์นี้ เป็นที่น่าจับตามองว่า ฝรั่งเศสจะปรับนโยบายต่างประเทศอย่างไรในอนาคต และจะสามารถรักษาความสมดุลระหว่างความสัมพันธ์กับชุมชนชาวยิวในประเทศกับสถานการณ์ทางการเมืองระดับโลกได้หรือไม่
หากคุณเป็นผู้ติดตามเรื่องการเมืองระหว่างประเทศ การติดตามการเคลื่อนไหวของประเด็นนี้อย่างใกล้ชิดจะช่วยให้คุณเข้าใจถึงการเชื่อมโยงระหว่างความสัมพันธ์ชาติพันธมิตรกับความมั่นคงของผู้บริโภคในสังคมพลเมืองได้ดียิ่งขึ้น
ที่มา – ฝรั่งเศสเรียกทูตสหรัฐพบ ชี้แจงกล่าวหารัฐบาล ‘ล้มเหลว’ ปราบกระแสต้านชาวยิว