ภัณฑิล โอดประชุมสภาลากดึก สส. ท้องกิ่วจี้ทบทวนสวัสดิการ
เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินข่าวคราวความวุ่นวายในรัฐสภากันมาบ้าง ล่าสุดกลายเป็นประเด็นร้อนเมื่อ ภัณฑิล โอดประชุมสภาลากดึก สส. ท้องกิ่วจี้ทบทวนสวัสดิการ ของเหล่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งถือเป็นเรื่องใกล้ตัวที่สะท้อนถึงการบริหารจัดการภายในอาคารรัฐสภาที่ยังคงมีปัญหาให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง โดยเฉพาะการทำงานที่ลากยาวจนดึกดื่นแต่ขาดการดูแลเรื่องปากท้อง
ภัณฑิล โอดประชุมสภาลากดึก สส. ท้องกิ่วจี้ทบทวนสวัสดิการ
นายภัณฑิล น่วมเจิม สส.กทม. พรรคประชาชน ได้ออกมาสะท้อนปัญหาอย่างดุเดือดว่า การประชุมสภาที่กินเวลาถึงเที่ยงคืนนั้นสร้างความเดือดร้อนให้แก่ สส. ไม่น้อย เพราะสวัสดิการอาหารไม่มีความพร้อม ร้านสะดวกซื้อก็ปิดให้บริการตั้งแต่สองทุ่ม ทำให้ สส. หลายท่านต้องทนหิวจนเสี่ยงเป็นโรคกระเพาะกันเป็นแถว สิ่งที่น่าตกใจคือ แม้กระทั่งตอนที่อยากจะควักเงินตัวเองจ่าย 300-500 บาทเพื่อหาข้าวกิน ก็ยังหาซื้อได้ยากเต็มที
ปัญหาการบริหารสวัสดิการและการวางตัวเป็นกลาง
นอกจากเรื่องท้องหิวแล้ว นายภัณฑิลยังได้ตั้งคำถามถึงการทำหน้าที่ของประธานและรองประธานสภาฯ โดยมองว่าการ ภัณฑิล โอดประชุมสภาลากดึก สส. ท้องกิ่วจี้ทบทวนสวัสดิการ ไม่ใช่เพียงเรื่องอาหาร แต่รวมถึงความเป็นกลางในการประชุมด้วย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเซ็นเซอร์สไลด์อภิปราย หรือการบริหารงานที่ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง สิ่งเหล่านี้ทำให้การทำงานของฝ่ายค้านเป็นไปอย่างยากลำบาก
หากจะสรุปประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้น สามารถแบ่งได้เป็นข้อๆ ดังนี้:
- การบริหารสวัสดิการที่ไม่ทั่วถึง: การปล่อยให้ร้านค้าปิดตัวลงจนสมาชิกไม่มีอาหารกินยามดึกเป็นเรื่องที่ต้องเร่งแก้ไข
- ความเป็นกลางของประธานสภาฯ: การควบคุมการประชุมควรยึดหลักความเท่าเทียม ไม่ใช่การจำกัดสิทธิหรือการใช้อำนาจเกินขอบเขต
- การสนับสนุนข้าราชการ: การดองเรื่องต่างๆ ส่งผลกระทบต่อภารกิจโดยรวมของรัฐสภา
ในมุมมองของผม การที่ สส. ออกมาเรียกร้องเช่นนี้ไม่ใช่เพื่อความสบายส่วนตัว แต่คือการเรียกร้องมาตรฐานการทำงานขั้นพื้นฐาน เพราะหากตัวแทนประชาชนยังไม่สามารถบริหารจัดการสวัสดิการให้ตัวเองได้ แล้วประชาชนจะมั่นใจได้อย่างไรว่าเราจะบริหารจัดการปัญหาของประเทศได้ดีครับ คงถึงเวลาแล้วที่ผู้มีอำนาจต้องหันมาทบทวนการทำงานของตนเองอย่างจริงจังเสียที