ภูริพล หลั่งน้ำตา เปิดใจคว้าทองซีเกมส์ ทำ 9 วินาที
ภูริพล หลั่งน้ำตา เปิดใจคว้าทองซีเกมส์ ทำ 9 วินาที
การแข่งขันกรีฑาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ที่สนามศุภชลาศัย ได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับวงการกีฬาไทย เมื่อ “บิว” ภูริพล บุญสอน ลมกรดหนุ่มไทย ดีกรีเหรียญเงินเอเชียนเกมส์ หางโจว สร้างความฮือฮาตั้งแต่รอบคัดเลือก กดสถิติ 9.94 วินาที เข้าเส้นชัยอันดับ 1 ของฮีต
สถิติอันน่าทึ่งนี้ไม่เพียงทำลายสถิติซีเกมส์ 10.17 วินาที ของ อากุง วิโบโว ของอินโดนีเซีย เมื่อปี 2009 เท่านั้น แต่ยังทำลายสถิติตัวเองซึ่งเป็นสถิติประเทศไทยที่ 10.06 วินาที จากเอเชียนเกมส์ เมื่อกันยายนปี 2023 อีกด้วย
ความรู้สึกของ “ภูริพล หลั่งน้ำตา” หลังคว้าชัยชนะ
ผลการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ ภูริพล เข้าอันดับ 1 ด้วยเวลา 10.00 วินาที คว้าเหรียญทองไปครอง ส่วนเหรียญเงินเป็นของ มูฮัมหมัด ซอห์รี จากอินโดนีเซีย ด้วยเวลา 10.25 วินาที และเหรียญทองแดงตกเป็นของ เดนิช มูฮัมหมัด จากมาเลเซีย ด้วยเวลา 10.26 วินาที ส่วน ธวัชชัย หีมเอียด คว้าอันดับ 5 ด้วยเวลา 10.37 วินาที
โดยหลังเข้าเส้นชัย เจ้าบิว ได้ชูมือสะใจ พร้อมชูพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินี แสดงถึงความภาคภูมิใจและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ
ข้อความจากหัวใจของภูริพล
หลังการแข่งขัน ภูริพล กล่าวด้วยน้ำเสียงตื้นตันว่า “ดีใจมากๆ ที่วันนี้วิ่งลง 9 วินาทีครั้งแรกในชีวิต ตอนเข้าเส้นชัยก็รู้สึกสะใจ เพราะเตรียมการมานาน สมาคมกีฬากรีฑาฯ ก็ส่งโค้ชต่างชาติมาเพื่อตนโดยเฉพาะจนกลับมาคว้าเหรียญทองได้อีกครั้ง และทำลายสถิติได้ก็ดีใจมากๆ ซ้อมมา 3-4 เดือนกับโค้ชต่างชาติจนปรับตัวได้ โค้ชเขาก็เข้มมาก อาจมีท้อบ้าง แต่โค้ชก็ปลุกใจให้กลับมาวิ่งได้อีกครั้ง”
“รอบคัดเลือกทำได้ 9.94 วิ แต่รอบชิงอาจจะกดดันนิดนึง ทำให้เวลาออกมาได้ 10.00 วิ ครั้งนี้ก็ไม่คิดมาก ไม่กังวล และทำเต็มที่ โค้ชใหม่ก็เข้ามาช่วยเราในเรื่องการวอร์มก่อนแข่ง และสิ่งใหม่ๆ ทุกอย่าง รู้สึกดีใจที่ตัวเองผ่านจุดดังมาได้ ก็จะพยายามทำผลงานให้ดีที่สุด”
ความฝันและการตั้งเป้าหมาย
ภูริพลยังกล่าวต่อไปอีกว่า “พอรู้ว่า 9 วิ. รู้สึกว่า ตื่นเต้นจนพูดไม่ออก ไม่คิดไม่ฝันว่าวันหนึ่งจะทำได้ แต่วันนี้ ทำได้ก็ดีใจ โค้ชอเมริกัน เปลี่ยนแปลงเยอะเลย หวังว่าอยากทำต่ำกว่าอีก ยังเหลือวิ่ง 200 เมตร วันที่ 13 ธ.ค. และ วิ่ง 4 คูณ 100 เมตร วันที่ 15 ธ.ค. ฝากติดตามเชียร์นะครับ”
เมื่อถามถึงสถิติการซ้อม เจ้าบิวตอบว่า “ตอนซ้อม จับเวลานาฬิกาข้อมือ ทำ 9.4 เมตร” ซึ่งถือว่าเป็นความก้าวหน้าอย่างมาก และแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจในการฝึกซ้อมอย่างหนัก
- การเปลี่ยนโค้ชช่วยพัฒนาเทคนิคการวิ่ง
- การวอร์มร่างกายก่อนการแข่งขันอย่างถูกวิธี
- การตั้งเป้าหมายและทำตามแผนการซ้อมอย่างเคร่งครัด
- การมีจิตใจที่เข้มแข็งและไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค
ความรู้สึกของ “ภูริพล หลั่งน้ำตา” กับการขอบคุณ
เมื่อถูกถามว่าจะฝากอะไรถึงใครหรือไม่ บิวตอบด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า “ขอขอบคุณ คุณแม่สุภาวดี มรรคพล ที่เป็นกำลังใจ ก่อนร้องไห้ออกมา จนต้องหยุดสัมภาษณ์ไประยะหนึ่ง แล้วบอกว่า ขอบคุณครอบครัวสนับสนุน ขอบคุณโค้ชทุกคน ตั้งแต่ประถม จนติดทีมชาติ”
บิวยังเล่าอีกว่าก่อนการแข่งขันได้ไปขอพรพระพิฆเนศ ห้วยขวาง ขอพรว่าจะทำเต็มที่ แต่ไม่ได้บนอะไร ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเชื่อและศรัทธาที่มีต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์
สรุปความสำเร็จของ “ภูริพล หลั่งน้ำตา เปิดใจคว้าทองซีเกมส์”
ความสำเร็จในครั้งนี้ไม่ใช่เพียงแค่การคว้าเหรียญทองเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้กับนักกีฬาไทยทุกคน ว่าด้วยความตั้งใจ ความพยายาม และการฝึกซ้อมอย่างถูกวิธี เราสามารถก้าวข้ามขีดจำกัดของตนเองไปได้
สำหรับแฟนกีฬาที่ติดตามเจ้าบิว อย่าลืมให้กำลังใจและส่งแรงเชียร์ในการแข่งขันรายการต่อไป ไม่ว่าจะเป็นวิ่ง 200 เมตร หรือวิ่งผลัด 4 คูณ 100 เมตร ความหวังของคนไทยยังคงมีอยู่
ที่มา – ‘ภูริพล’ หลั่งน้ำตา เปิดใจหลังคว้าทองซีเกมส์ ตื่นเต้นจนพูดไม่ออก ทำ 9 วิ.



