มรส.กระชับความร่วมมือ ไทย-จีน ผ่านเวทีวิชาการ เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี (มรส.) ได้เดินหน้าเสริมสร้างความสัมพันธ์ระดับนานาชาติอย่างเข้มข้น ล่าสุดได้จัดกิจกรรมมรส.กระชับความร่วมมือ ไทย-จีน ผ่านเวทีวิชาการ เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยได้รับเกียรติจากนายวัง จื้อเจี้ยน กงสุลใหญ่แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำจังหวัดสงขลา เป็นประธานในพิธีเปิดเวทีเสวนาแลกเปลี่ยนประสบการณ์การลดความยากจน ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการเชื่อมโยงองค์ความรู้ระหว่างสองประเทศ

มรส.กระชับความร่วมมือ ไทย-จีน ผ่านเวทีวิชาการ เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

การเสวนาในครั้งนี้มุ่งเน้นหัวข้อ “ร่วมสร้างบ้านแห่งความเจริญรุ่งเรืองที่มีอนาคตร่วมกัน” โดยมีผศ.ดร.วัฒนา รัตนพรหม อธิการบดี มรส. เป็นผู้ให้การต้อนรับ กิจกรรมนี้ไม่เพียงแต่เป็นเวทีแลกเปลี่ยนทางวิชาการ แต่ยังเป็นการปูทางสู่ความร่วมมือเชิงรุกในด้านการวิจัย นวัตกรรม และการพัฒนาชุมชน เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดีขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม

ความมุ่งมั่นของการเป็นพันธมิตรเพื่ออนาคต

สำหรับเป้าหมายหลักในการดำเนินงาน 5 ด้านที่ทางมหาวิทยาลัยตั้งเป้าไว้นั้น ได้แก่:

  • การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ผ่านหลักสูตรและการแลกเปลี่ยนนักศึกษา
  • การวิจัยและนวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์ปัญหาเศรษฐกิจและสังคม
  • การประยุกต์ใช้ AI และเทคโนโลยีดิจิทัลในภาคการศึกษาและอุตสาหกรรม
  • การส่งเสริมเศรษฐกิจท้องถิ่นโดยใช้เครือข่ายความร่วมมือระดับสากล
  • การแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมเพื่อสร้างความเข้าใจอันดีที่ยั่งยืน

ในมุมมองของกงสุลใหญ่นายวัง จื้อเจี้ยน การลดความยากจนในจีนที่ประสบความสำเร็จนั้นเกิดจากการยึดประชาชนเป็นศูนย์กลางและการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ตามปัญหาจริง ซึ่งเป็นบทเรียนที่มีค่าสำหรับประเทศไทย แม้บริบทของทั้งสองประเทศจะแตกต่างกัน แต่การแบ่งปันภูมิปัญญาและเทคโนโลยีการเกษตรจะช่วยให้เกิดการเติบโตไปด้วยกันอย่างไม่ทอดทิ้งกัน มรส.กระชับความร่วมมือ ไทย-จีน ผ่านเวทีวิชาการ เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน จึงไม่ใช่เพียงแค่โครงการระยะสั้น แต่เป็นความตั้งใจในการวางรากฐานการพัฒนาที่ยั่งยืนในศตวรรษที่ 21

นอกจากการแลกเปลี่ยนในระดับนโยบายแล้ว ทางมหาวิทยาลัยยังได้ลงลึกไปถึงการแลกเปลี่ยนด้านการเกษตร เช่น ความร่วมมือเรื่องส้มโอทับทิมสยาม เพื่อนำองค์ความรู้จากประเทศจีนมาปรับใช้ในชุมชนไทย สิ่งนี้พิสูจน์ให้เห็นว่าความร่วมมือที่แท้จริงต้องเริ่มจากความใกล้ชิดและการลงมือทำร่วมกัน หากเราสามารถนำเทคโนโลยีและความเชี่ยวชาญเหล่านี้มาประยุกต์ใช้ได้อย่างถูกจุด อนาคตของการพัฒนาร่วมกันย่อมเป็นไปได้อย่างแน่นอน

ในฐานะเยาวชนและคนรุ่นใหม่ นี่คือจุดเริ่มต้นสำคัญที่คุณไม่ควรพลาด เพราะโอกาสในการเรียนรู้ข้ามพรมแดนจะช่วยเปิดมุมมองสู่โลกกว้างและความก้าวหน้าในสายอาชีพ การขับเคลื่อนครั้งนี้ที่ มรส. ได้ริเริ่มถือเป็นแบบอย่างที่ดีในการสร้างสะพานเชื่อมสัมพันธ์ไทย-จีนให้แข็งแกร่งและก้าวไกลยิ่งกว่าเดิม

ที่มา – มรส.กระชับความร่วมมือ ไทย-จีน ผ่านเวทีวิชาการ เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *