มาตรการอุ้มประชาชนหลังราคาน้ำมันพุ่ง จับตา 22 ก.ย.
ประชาชนกำลังจับตาความชัดเจนของ มาตรการอุ้มประชาชนหลังราคาน้ำมันพุ่ง หลังราคาพลังงานกลับมาปรับตัวสูงขึ้นอีกครั้งและเริ่มส่งผลต่อค่าครองชีพในหลายด้าน ทั้งค่าเดินทาง ราคาสินค้าอุปโภคบริโภค ต้นทุนการผลิต และรายได้ของผู้ประกอบการรายย่อย รัฐบาลจึงเตรียมรวบรวมแนวทางช่วยเหลือจากหลายกระทรวง เพื่อให้การดูแลประชาชนครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ
เมื่อวันที่ 18 ก.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้รับมอบหมายจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้จัดประชุมหารือเกี่ยวกับมาตรการชุดใหม่ เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพและบรรเทาผลกระทบจากราคาพลังงานที่ปรับสูงขึ้น
มาตรการอุ้มประชาชนหลังราคาน้ำมันพุ่ง
การประชุมดังกล่าวมีผู้แทนจากหลายหน่วยงานเข้าร่วม ได้แก่ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ โดยทุกฝ่ายจะร่วมกันประเมินสถานการณ์และจัดทำข้อเสนอที่เหมาะสมกับผลกระทบในปัจจุบัน
รัฐบาลเตรียมนำรายละเอียดของมาตรการเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในวันที่ 22 ก.ย. นี้ การเสนอเรื่องต่อ ครม. ถือเป็นขั้นตอนสำคัญ เพราะจะช่วยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถเดินหน้าใช้งบประมาณและดำเนินโครงการช่วยเหลือได้อย่างเป็นระบบมากขึ้น อย่างไรก็ตาม รายละเอียดสุดท้ายยังต้องรอการพิจารณาและอนุมัติจาก ครม. ก่อนจึงจะเริ่มดำเนินการได้
แนวทางช่วยเหลือที่หลายกระทรวงเตรียมเสนอ
แนวคิดหลักของ มาตรการอุ้มประชาชนหลังราคาน้ำมันพุ่ง คือการทำงานร่วมกันระหว่างหลายกระทรวง ไม่ใช่การแก้ปัญหาเฉพาะราคาน้ำมันเพียงอย่างเดียว เพราะราคาพลังงานมีผลต่อค่าใช้จ่ายแทบทุกส่วนของระบบเศรษฐกิจ ตั้งแต่การขนส่งวัตถุดิบ การผลิตสินค้า การกระจายสินค้า ไปจนถึงราคาสินค้าที่ผู้บริโภคต้องจ่ายในชีวิตประจำวัน
- ดูแลราคาสินค้าอุปโภคบริโภค: กระทรวงพาณิชย์จะติดตามราคาสินค้าจำเป็น ป้องกันการฉวยโอกาสขึ้นราคา และประสานผู้ผลิตหรือผู้ค้าปลีกเพื่อหาทางลดภาระของประชาชน
- ช่วยเหลือสินค้าเกษตร: ภาครัฐจะพิจารณาแนวทางรักษารายได้และลดต้นทุนของเกษตรกร ซึ่งได้รับผลกระทบทั้งจากค่าขนส่ง ราคาปุ๋ย และต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้น
- ส่งเสริมพืชพลังงานชีวภาพ: การสนับสนุนพืชพลังงานอาจช่วยสร้างตลาดใหม่ให้เกษตรกร และเพิ่มทางเลือกด้านพลังงานภายในประเทศในระยะยาว
- พิจารณาแหล่งเงินหลายรูปแบบ: รัฐบาลอาจใช้เงินจากงบกลาง งบประมาณปี 2569 เงินกองทุนพลังงาน หรือกลไกตามพระราชกำหนดกู้เงิน หากมีความจำเป็นและผ่านขั้นตอนตามกฎหมาย
การใช้เงินจากหลายแหล่งสะท้อนว่ารัฐบาลต้องการออกแบบมาตรการให้ยืดหยุ่นและตอบโจทย์ผลกระทบหลายกลุ่ม แต่ขณะเดียวกันก็จำเป็นต้องพิจารณาความคุ้มค่า ความโปร่งใส และภาระทางการคลังอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะหากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังยืดเยื้อและส่งผลต่อราคาพลังงานในตลาดโลกต่อไป
สำหรับประชาชน สิ่งที่ควรติดตามไม่ใช่เพียงว่าจะมีมาตรการช่วยเหลือหรือไม่ แต่ควรดูด้วยว่ามาตรการนั้นครอบคลุมกลุ่มใดบ้าง จะเริ่มใช้เมื่อไร และประชาชนต้องลงทะเบียนหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมหรือไม่ หากเป็นมาตรการลดราคาสินค้าหรือควบคุมราคาสินค้าจำเป็น ก็ควรมีการสื่อสารรายละเอียดให้ชัดเจน เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงสิทธิได้จริง
ภาคธุรกิจขนาดเล็กและผู้ประกอบการขนส่งก็เป็นอีกกลุ่มที่ได้รับผลกระทบโดยตรง เพราะราคาน้ำมันที่สูงขึ้นทำให้ต้นทุนดำเนินงานเพิ่มขึ้น หากไม่สามารถปรับราคาสินค้าและบริการได้ทัน อาจกระทบต่อกระแสเงินสดและการจ้างงาน ดังนั้น มาตรการของรัฐควรพิจารณาทั้งการช่วยผู้บริโภคและการประคองผู้ประกอบการ เพื่อไม่ให้ผลกระทบลุกลามไปสู่เศรษฐกิจโดยรวม
ในมุมของเกษตรกร การส่งเสริมพืชพลังงานชีวภาพอาจเป็นโอกาสใหม่ แต่จำเป็นต้องมีการวางแผนอย่างรอบด้าน ทั้งเรื่องชนิดพืชที่เหมาะสม ตลาดรับซื้อ ราคาที่เป็นธรรม และการไม่กระทบต่อพื้นที่ผลิตอาหาร หากรัฐสามารถสร้างระบบรองรับที่ชัดเจน แนวทางนี้อาจช่วยเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรและลดการพึ่งพาพลังงานจากต่างประเทศได้ในอนาคต
ความท้าทายสำคัญคือการทำให้มาตรการช่วยเหลือไปถึงผู้เดือดร้อนอย่างรวดเร็ว โดยไม่สร้างภาระเกินความจำเป็นให้กับงบประมาณประเทศ ขณะเดียวกันหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับวงเงิน หลักเกณฑ์ และผลลัพธ์ของโครงการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สังคมตรวจสอบได้และช่วยสร้างความเชื่อมั่นต่อการดำเนินงานของรัฐบาล
โดยสรุป มาตรการอุ้มประชาชนหลังราคาน้ำมันพุ่ง มีเป้าหมายลดแรงกดดันจากค่าครองชีพและดูแลเศรษฐกิจในภาพรวม รัฐบาลจะเสนอรายละเอียดต่อ ครม. ในวันที่ 22 ก.ย. นี้ ประชาชนควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานรัฐ และตรวจสอบสิทธิของตนเองเมื่อมีการเปิดโครงการ ความเห็นส่วนตัวคือ มาตรการระยะสั้นมีความจำเป็น แต่ควรเดินควบคู่กับการวางแผนพลังงานและการลดต้นทุนอย่างยั่งยืน เพื่อให้คนไทยรับมือกับความผันผวนของราคาน้ำมันได้ดีขึ้นในอนาคต
ที่มา – จับตารัฐบาลออกมาตรการอุ้มประชาชน หลังราคาน้ำมันพุ่งอีกรอบ เสนอครม. 22 ก.ย.นี้