รัฐบาลเร่งขายข้าว จีทูจี ไปจีน เพิ่ม 2.2 แสนตันภายในปีนี้
เชื่อว่าหลายคนคงได้ยินข่าวดีในวงการเกษตรไทยกันมาบ้างแล้วนะครับ เมื่อล่าสุดทางรัฐบาลไทยได้เดินหน้าผลักดันการส่งออกข้าวผ่านช่องทางรัฐต่อรัฐ หรือที่เราคุ้นเคยกันดีในชื่อ รัฐบาลเร่งขายข้าว ‘จีทูจี’ ไปจีน เพิ่มอีก 2.2 แสนตัน ส่งมอบภายในปีนี้ ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและการระบายข้าวของไทยให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นครับ
รัฐบาลเร่งขายข้าว ‘จีทูจี’ ไปจีน เพิ่มอีก 2.2 แสนตัน ส่งมอบภายในปีนี้
การดำเนินการในครั้งนี้เป็นผลสืบเนื่องมาจากบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างไทยและจีน ตั้งแต่ปี 2557 โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับการค้าสินค้าเกษตรระหว่างสองประเทศ ซึ่งการที่ รัฐบาลเร่งขายข้าว ‘จีทูจี’ ไปจีน เพิ่มอีก 2.2 แสนตัน ส่งมอบภายในปีนี้ นั้น ไม่ใช่แค่เรื่องของการเพิ่มปริมาณการขายเพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นการตอกย้ำความสัมพันธ์ทางการค้าที่แน่นแฟ้นอีกด้วย
ทำความเข้าใจเบื้องหลังการส่งออกข้าวจีทูจี
สำหรับดีลนี้ รัฐบาลไทยโดยกระทรวงพาณิชย์ได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีให้ดำเนินการแก้ไขสัญญาซื้อขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ เพื่อให้ครอบคลุมปริมาณข้าวที่เพิ่มขึ้น โดยสรุปใจความสำคัญได้ดังนี้ครับ:
- เป้าหมายการส่งมอบเพิ่มเติมอีก 220,000 ตัน ภายใต้สัญญาเดิม
- การเจรจาครั้งนี้รวมถึงการบริหารจัดการปริมาณคงค้างและการส่งมอบให้ทันภายในกำหนดปี 2569
- ความร่วมมือกับ COFCO Corporation รัฐวิสาหกิจยักษ์ใหญ่ของจีน
หลายคนอาจสงสัยว่าการที่ รัฐบาลเร่งขายข้าว ‘จีทูจี’ ไปจีน เพิ่มอีก 2.2 แสนตัน ส่งมอบภายในปีนี้ จะส่งผลดีอย่างไรต่อชาวนาและเศรษฐกิจไทย? คำตอบคือการกระจายผลผลิตออกสู่ตลาดต่างประเทศด้วยช่องทางรัฐต่อรัฐนั้น ช่วยสร้างความเชื่อมั่นในคุณภาพข้าวไทยและเป็นการรักษาเสถียรภาพราคาข้าวในระยะยาว นอกจากนี้ ครม. ยังได้วางกรอบแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนในการเจรจา เพื่อให้มีความโปร่งใสและตรวจสอบได้ในทุกขั้นตอน
ถือเป็นสัญญาณบวกที่น่าจับตามองอย่างยิ่งสำหรับภาคการเกษตรบ้านเรา หากทุกอย่างเป็นไปตามแผนที่วางไว้ เราคงได้เห็นการส่งออกข้าวไทยไปจีนเติบโตอย่างต่อเนื่องครับ อย่างไรก็ตาม เราต้องคอยติดตามว่ากระบวนการส่งมอบในแต่ละงวดจะเป็นไปตามเป้าหมายหรือไม่ หวังว่าความร่วมมือในครั้งนี้จะสร้างรายได้เข้าประเทศและเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องเกษตรกรไทยโดยตรงครับ
ที่มา – รัฐบาลเร่งขายข้าว ‘จีทูจี’ ไปจีน เพิ่มอีก 2.2 แสนตัน ส่งมอบภายในปีนี้