รัสเซียรุกคืบยูเครนได้มากสุดในรอบกว่า 1 ปี ก่อนซัมมิตทรัมป์–ปูติน
สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครนกลับเพิ่มความรุนแรงขึ้นมาอีกครั้ง หลังจากสำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่ากองทัพรัสเซียสามารถยึดพื้นที่ในยูเครนได้มากถึง 110 ตารางกิโลเมตร เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม ถือเป็นสถิติการรุกคืบรายวันสูงสุดนับตั้งแต่ปลายเดือนพฤษภาคม 2567
รัสเซียรุกคืบยูเครนได้มากสุดในรอบกว่า 1 ปี ก่อนซัมมิตทรัมป์–ปูติน
รายงานจากสถาบันการศึกษาสงคราม (ISW) ในสหรัฐระบุว่าการเคลื่อนขุมทหารของรัสเซียในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมานั้นเร็วและเด็ดขาดกว่าช่วงหลายเดือนก่อน โดยก่อนหน้านี้ทหารรัสเซียต้องใช้เวลา 5-6 เดือนในการยึดพื้นที่ในยูเครนเพียงเท่านี้เท่านั้น
ความคืบหน้าทางทหารของรัสเซีย
ปัจจุบัน มีประมาณ 70% ของพื้นที่ที่รัสเซียสามารถยึดได้ตั้งแต่ต้นปีนี้ตั้งอยู่ในภูมิภาคดอนบาส ซึ่งรัสเซียผนวกรวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของตนเองเมื่อเดือนกันยายน 2565 ขณะนี้รัสเซียควบคุมหรือยึดครองดินแดนในยูเครนประมาณ 19%
สถิตินี้สะท้อนให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ทางทหารที่เร่งด่วนขึ้น โดยเฉพาะในช่วงเวลาก่อนการพบปะเจรจาครั้งสำคัญระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐ และประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินในวันที่ 15 สิงหาคมที่รัฐอะแลสกา
การนัดหมายระหว่างผู้นำของรัสเซียและสหรัฐฯ นี้ไม่มีผู้แทนจากยูเครนเข้าร่วม แม้สถานการณ์จะเพิ่มความตึงเครียดขึ้น แต่ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกียืนยันอย่างแน่วแน่กับประชาชนและสากลโลกว่ารัฐบาลยูเครนไม่มีทางยอมสละดินแดนใดในดอนบาสให้แก่รัสเซียเด็ดขาด
นี่ถือเป็นการเตือนภัยต่อวาระการเจรจาในครั้งนี้ว่าสถานการณ์ไม่ได้สงบลงแม้เพียงชั่วคราว หากแต่ดูเหมือนยิ่งวิกฤติยิ่งเข้มข้นมากขึ้น ทั้งในแง่การเมือง การทหาร และผลกระทบต่อพลเมืองที่อาศัยอยู่ในพื้นที่
เป็นเหตุการณ์ที่สังคมโลกต้องจับตามองอย่างใกล้ชิดว่าการเจรจาในระดับสูงระหว่างรัฐมหาอำนาจสองประเทศจะนำไปสู่ความสงบสุข หรือกลับกระตุ้นสถานการณ์ให้ลุกลามหนักหน่วงยิ่งขึ้น
วิเคราะห์เพิ่มเติม: ในช่วงเวลาเช่นนี้ ความร่วมมือระหว่างประเทศต้องอยู่บนพื้นฐานของความยุติธรรมและความเคารพสิทธิของทุกชาติ หากการนัดหมายระหว่างทรัมป์และปูตินล้มเหลว อาจส่งผลให้สงครามยืดเยื้อและขยายวงกว้างไกลเกินคาด
ติดตามข่าวสารล่าสุดเกี่ยวกับวิกฤตยูเครนอย่างใกล้ชิด เพราะผลกระทบจากสถานการณ์นี้อาจส่งผลต่อมั่นคงของโลกในทุกด้าน ตั้งแต่เศรษฐกิจ พลังงาน ไปจนถึงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในอนาคต
ที่มา – รัสเซียรุกคืบยูเครนได้มากสุดในรอบกว่า 1 ปี ก่อนซัมมิต “ทรัมป์–ปูติน”