วัชระพลเร่งชง ครม. เยียวยาเกษตรกร
วัชระพลเร่งชง ครม. เยียวยาเกษตรกร หลังเกษตรกรผู้เลี้ยงปลาและสัตว์น้ำในหลายจังหวัดได้รับผลกระทบอย่างหนักจากอุทกภัยช่วงปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา โดยเฉพาะพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี ปทุมธานี และฉะเชิงเทรา ซึ่งน้ำหลากได้สร้างความเสียหายต่อบ่อปลา บ่อกุ้ง กระชัง และพื้นที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเป็นวงกว้าง
เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่อำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี เพื่อตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจเกษตรกรที่ได้รับความเดือดร้อน พร้อมติดตามแนวทางช่วยเหลือและฟื้นฟูอาชีพอย่างใกล้ชิด การลงพื้นที่ครั้งนี้สะท้อนว่าภาครัฐต้องการรับฟังปัญหาจากผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง และเร่งผลักดันมาตรการช่วยเหลือให้เกิดขึ้นจริง
วัชระพลเร่งชง ครม. เยียวยาเกษตรกรที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียน
ข้อมูลเบื้องต้นระบุว่า มีเกษตรกรผู้เลี้ยงปลาในบ่อดินได้รับความเสียหายกว่า 4,300 ราย ครอบคลุมพื้นที่บ่อเลี้ยงรวมมากกว่า 58,000 ไร่ คิดเป็นมูลค่าความเสียหายกว่า 95 ล้านบาท ขณะที่การเพาะเลี้ยงในกระชังและการเลี้ยงกบได้รับผลกระทบประมาณ 75 ราย มีพื้นที่รวมเกือบ 30,000 ไร่ และมีมูลค่าความเสียหายกว่า 1,300 ล้านบาท ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความรุนแรงของสถานการณ์และภาระที่เกษตรกรต้องแบกรับ
สาเหตุสำคัญส่วนหนึ่งมาจากภาวะสัตว์น้ำช็อกค่าน้ำ หรือน็อคน้ำ หลังน้ำหลากชะล้างสารอินทรีย์ ตะกอน และสิ่งสะสมต่าง ๆ ลงสู่แหล่งน้ำ ส่งผลให้น้ำมีความขุ่นสูง ค่าออกซิเจนละลายในน้ำ หรือ DO ลดลงอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ ค่า pH และอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงฉับพลันยังทำให้ปลาและสัตว์น้ำปรับตัวไม่ทัน จนเกิดการตายและสร้างความเสียหายต่อเนื่อง
มาตรการช่วยเหลือเกษตรกรหลังน้ำลด
นายวัชระพลสั่งการให้จังหวัดและสำนักงานประมงจังหวัดเร่งสำรวจความเสียหาย พร้อมขึ้นทะเบียนเกษตรกรให้ครอบคลุม โดยต้องดำเนินการตามกรอบเวลาการเปิดรับแบบ กษ.01 ภายในวันที่ 31 ตุลาคม เพื่อให้การชดเชยและเยียวยาเดินหน้าได้เร็วที่สุด ทั้งยังย้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งเบิกจ่ายเงินช่วยเหลือ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประสบภัยอย่างเป็นรูปธรรม
สำหรับเกษตรกรที่ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียน กรมประมงเตรียมเสนอเรื่องผ่านนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อขอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณางบกลางมาใช้ช่วยเหลือเป็นกรณีเพิ่มเติม แนวทางดังกล่าวอาจครอบคลุมปัจจัยการผลิตที่จำเป็น เช่น ลูกปลา อาหารสัตว์ กระชัง และอุปกรณ์สำหรับประกอบอาชีพ เพื่อให้ผู้เลี้ยงสัตว์น้ำสามารถกลับมาเริ่มต้นใหม่ได้โดยไม่ต้องแบกรับต้นทุนทั้งหมดเพียงลำพัง
- เร่งสำรวจและขึ้นทะเบียนความเสียหายให้ครบถ้วน
- ผลักดันการชดเชยและงบกลางสำหรับผู้ได้รับผลกระทบ
- สนับสนุนลูกปลา อาหารสัตว์ กระชัง และอุปกรณ์ประมง
- ประสานแหล่งเงินทุนและมาตรการพักชำระหนี้
- ฟื้นฟูแหล่งน้ำและปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำหลังน้ำลด
นอกจากเงินเยียวยาแล้ว เกษตรกรยังสามารถขอรับความช่วยเหลือด้านเงินทุนจากกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธ.ก.ส. ซึ่งมีแนวทางสินเชื่อฉุกเฉิน การขยายเวลาชำระหนี้ และการพักชำระหนี้สำหรับลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ขณะเดียวกัน กรมส่งเสริมสหกรณ์ยังสามารถสนับสนุนผ่านกองทุนพัฒนาสหกรณ์ เพื่อเพิ่มสภาพคล่องและช่วยให้สหกรณ์ฟื้นฟูกิจการได้เร็วขึ้น
ในส่วนของธนาคารรัฐอื่น ๆ เช่น ธนาคารออมสินและธนาคารอาคารสงเคราะห์ อาจมีมาตรการลดอัตราดอกเบี้ย พักชำระเงินต้น หรือสนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ เพื่อนำไปใช้ซ่อมแซมอาคาร เครื่องจักร และอุปกรณ์ที่เสียหายจากน้ำท่วม เกษตรกรควรติดตามประกาศจากหน่วยงานโดยตรง และเตรียมเอกสารยืนยันความเสียหายให้พร้อม เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงความช่วยเหลือ
อีกประเด็นที่อยู่ระหว่างตรวจสอบคือข้อสงสัยว่าสัตว์น้ำตายจำนวนมากอาจเกี่ยวข้องกับมลพิษจากโรงงานอุตสาหกรรม นายวัชระพลมอบหมายให้กรมวิชาการเกษตรเก็บตัวอย่างน้ำ ซากปลา สารพิษ และโลหะหนักไปตรวจวิเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์ หากพบการปนเปื้อนหรือมีการลักลอบปล่อยน้ำเสียจริง กระทรวงเกษตรฯ จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด และให้กรมประมงเป็นเจ้าทุกข์เพื่อปกป้องสิทธิและผลประโยชน์ของเกษตรกร
การตรวจสอบจะต้องครอบคลุมทุกจุด เพื่อระบุให้ชัดเจนว่าพื้นที่ใดได้รับผลกระทบจากสารปนเปื้อน รวมถึงควบคุมไม่ให้ความเสียหายขยายไปยังพื้นที่อื่น นอกจากนี้ ยังมีแผนฟื้นฟูแม่น้ำปราจีนบุรีด้วยการปล่อยพันธุ์ปลาประจำถิ่นที่เหมาะสม เพื่อช่วยเพิ่มผลผลิตสัตว์น้ำ รักษาความหลากหลายทางชีวภาพ และฟื้นสมดุลของระบบนิเวศ
กรมประมงยังเตรียมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำมากกว่า 1,100 ล้านตัว มากกว่า 35 ชนิดพันธุ์ ในแหล่งน้ำธรรมชาติประมาณ 4,700 แห่ง และแหล่งน้ำชุมชนอีก 100 แห่ง รวมถึงการผลิตพันธุ์สัตว์น้ำชายฝั่งกว่า 397 ล้านตัว เพื่อช่วยให้เกษตรกรและชุมชนประมงกลับมามีแหล่งอาหารและสร้างรายได้อีกครั้งหลังสถานการณ์คลี่คลาย
โดยสรุป วัชระพลเร่งชง ครม. เยียวยาเกษตรกร เพื่อช่วยเหลือทั้งผู้ที่ขึ้นทะเบียนและผู้ที่ยังไม่มีชื่อในระบบ พร้อมเดินหน้าตรวจสอบสาเหตุการตายของสัตว์น้ำและฟื้นฟูแหล่งน้ำอย่างจริงจัง สิ่งที่เกษตรกรควรทำในเวลานี้คือรวบรวมหลักฐานความเสียหาย ติดต่อสำนักงานประมงในพื้นที่ และติดตามมาตรการจากภาครัฐอย่างต่อเนื่อง ความช่วยเหลือที่รวดเร็ว โปร่งใส และตรงจุด จะเป็นกุญแจสำคัญให้พี่น้องเกษตรกรกลับมายืนหยัดและประกอบอาชีพได้อีกครั้ง
ที่มา – ‘วัชระพล’ เร่งชงครม.เยียวยาเกษตรกร ลั่น! พร้อมปกป้องชาวประมง


