ศนค.สพฐ. พัฒนาเจ้าหน้าที่ 29 เขตช่วยแก้หนี้ครู

ศนค.สพฐ. พัฒนาเจ้าหน้าที่ 29 เขตพื้นที่ ช่วยเหลือแก้หนี้ครู ทำแผนฟื้นฟูหนี้สินยั่งยืน

ในยุคที่ปัญหาหนี้สินกลายเป็นภาระหนักอึ้งสำหรับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา การริเริ่มของศูนย์ขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา (ศนค.) ภายใต้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ถือเป็นก้าวสำคัญที่นำไปสู่การแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน โดยเมื่อวันที่ 25 กันยายนที่ผ่านมา นางเกศทิพย์ ศุภวานิช รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ได้เข้าร่วมการประชุม PLC ผ่านระบบออนไลน์ ซึ่งจัดขึ้นเพื่อพัฒนาเจ้าหน้าที่สถานีแก้หนี้ครูจาก 29 เขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ

ศนค.สพฐ. พัฒนาเจ้าหน้าที่ 29 เขตพื้นที่ ช่วยเหลือแก้หนี้ครู

การประชุมครั้งนี้มุ่งเน้นการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ให้มีความเชี่ยวชาญในการช่วยเหลือข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษากลุ่มเปราะบาง โดยเฉพาะการจัดทำแผนฟื้นฟูหนี้สินอย่างเป็นระบบและยั่งยืน เขตพื้นที่ที่เข้าร่วมรวมถึง สพป.ขอนแก่น เขต 1–5, สพม.ขอนแก่น, สพป.ยโสธร เขต 1–2, สพม.ศรีสะเกษ ยโสธร, สพป.สกลนคร เขต 1–3, สพม.สกลนคร, สพป.ศรีสะเกษ เขต 1–4, สพป.อุดรธานี เขต 1–4, สพม.อุดรธานี, สพป.อำนาจเจริญ, สพป.อุบลราชธานี เขต 1–5, สพม.อุบลฯ อำนาจเจริญ และผู้สนใจอื่นๆ กว่า 60 คน

ศนค.สพฐ. พัฒนาเจ้าหน้าที่ 29 เขตพื้นที่ ช่วยเหลือแก้หนี้ครู โดยมุ่งสร้างความเข้าใจในบทบาทของเจ้าหน้าที่สถานีแก้หนี้ครูที่ทำหน้าที่เป็นคนกลาง ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลทางการเงิน วางแผนการใช้จ่าย และเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย นอกจากนี้ ยังฝึกแนวทางการจัดทำแผนฟื้นฟูหนี้สินที่จับต้องได้จริง ซึ่งจะช่วยให้ครูมีแผนชีวิตที่ชัดเจน ลดความเสี่ยง และไม่ถูกทอดทิ้งในระบบ

แผนฟื้นฟูหนี้สินยั่งยืนสำหรับครู

ผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับเชิญในครั้งนี้คือ นายเชิดศักดิ์ หิรัญสิริสมบัติ อดีตรองอัยการสูงสุดและหนึ่งในคณะผู้ผลักดันร่างพระราชบัญญัติล้มละลายฉบับใหม่ ซึ่งกำลังอยู่ในขั้นตอนบังคับใช้ โดยสาระสำคัญคือการเปิดโอกาสให้บุคคลธรรมดาเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูหนี้ผ่านแผนชำระหนี้ที่เป็นไปได้ แทนการลงโทษด้วยการล้มละลายแบบเดิม การประชุมนี้จึงเป็นการปูรากฐานวัฒนธรรมฟื้นฟูที่เน้นความเป็นธรรม ความเป็นไปได้ และศักดิ์ศรีของวิชาชีพครู

นางเกศทิพย์ ศุภวานิช เน้นย้ำว่าปัญหาหนี้สินครูเป็นเรื่องที่ พลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ให้ความสำคัญ โดยแนวทางแก้ไขยั่งยืนคือการสร้างวินัยทางการเงินบนหลักเศรษฐกิจพอเพียง สำหรับกลุ่มที่ยังไม่วิกฤต และสำหรับกลุ่มที่เข้าสู่ระบบราชการ การใช้บัตรเครดิตต้องฉลาดรู้และเท่าทัน

  • ร่วมกับโค้ชหนุ่มจาก Money Coach จัดหลักสูตร OBEC Money Coach เพื่อสร้างความฉลาดรู้ทางการเงินและป้องกันหนี้ซ้ำ
  • แนวทางนี้สานต่อโดย ศาสตราจารย์นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และจะรวมในนโยบายรัฐบาลเกี่ยวกับหนี้สินประชาชน
  • สถานีแก้หนี้ทุกแห่งและเจ้าหน้าที่เขตพื้นที่ทุ่มเทอย่างมาก แม้ยังแก้ไม่หมด แต่แต่ละเคสต้องวางแผน สร้างเครือข่าย และลงมือทำ

การดำเนินงานของ สพฐ. และสถานีแก้หนี้ครูยึดตามระเบียบกฎหมายและคุณภาพ โดยมี นายเชิดศักดิ์ เป็นที่ปรึกษา แนวทางต่อไปคือการสร้างเครือข่ายระหว่างสถานีแก้หนี้ สหกรณ์ออมทรัพย์ และ ศนค.สพฐ. รวมถึงพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่ด้วย OBEC Money Coach ซึ่งหลักสูตรระดับมัธยมศึกษาตอนต้นเสร็จเรียบร้อยแล้ว ขอให้สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษาขับเคลื่อนต่อ

ศนค.สพฐ. พัฒนาเจ้าหน้าที่ 29 เขตพื้นที่ ช่วยเหลือแก้หนี้ครู ไม่เพียงช่วยข้าราชการประจำ แต่รวมถึงข้าราชการบำนาญด้วย สิ่งสำคัญคือความทุ่มเททั้งกายและใจ เพื่อให้ครูกลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีและสง่างาม

ในฐานะที่ปรึกษาและผู้สังเกตการณ์ การริเริ่มนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของหน่วยงานรัฐในการปกป้องอาชีพครู ซึ่งเป็นรากฐานของการศึกษาไทย หากคุณเป็นครูหรือบุคลากรที่ประสบปัญหาหนี้สิน อย่าลังเลที่จะติดต่อสถานีแก้หนี้ใกล้บ้าน เพื่อรับคำปรึกษาและเริ่มต้นแผนฟื้นฟูวันนี้ การแก้ปัญหาหนี้สินไม่ใช่จุดจบ แต่เป็นโอกาสใหม่ในการใช้ชีวิตอย่างยั่งยืน

ที่มา – ศนค.สพฐ. พัฒนาเจ้าหน้าที่ 29 เขตพื้นที่ ช่วยเหลือแก้หนี้ครู ทำแผนฟื้นฟูหนี้สินยั่งยืน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *