ศาลฎีกาเคาะวันไต่สวน คดี 44 สส.ก้าวไกล ปมแก้ ม.112
เรียกได้ว่าเป็นประเด็นที่สังคมกำลังจับตามองอย่างใกล้ชิด สำหรับความคืบหน้าล่าสุดที่ ศาลฎีกาเคาะวันไต่สวน คดี 44 สส.ก้าวไกล ปมแก้ ม.112 หลังจากที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ยื่นฟ้องกรณีการกระทำที่ถูกมองว่าฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรงจากการลงชื่อเสนอร่างแก้ไขกฎหมายมาตราดังกล่าว
ศาลฎีกาเคาะวันไต่สวน คดี 44 สส.ก้าวไกล ปมแก้ ม.112 พร้อมแผนสืบพยาน
เมื่อวันที่ 4 ส.ค. ที่ผ่านมา ที่ศาลฎีกา ถนนราชดำเนินใน บรรยากาศการตรวจพยานหลักฐานเป็นไปอย่างเข้มข้น โดยศาลได้กำหนดกรอบเวลาการไต่สวนพยานฝ่ายผู้ร้องจำนวน 9 ปาก เริ่มต้นในวันที่ 25 ส.ค. 2569 ในขณะที่ทางฝั่งผู้คัดค้านหรือกลุ่ม 44 สส. นั้น ได้มีการเตรียมพยานชุดใหญ่เพื่อเข้าให้การต่อสู้คดีอย่างเต็มที่
รายละเอียดการเตรียมสู้คดีของ 44 สส.ก้าวไกล
สำหรับแนวทางการต่อสู้ใน ศาลฎีกาเคาะวันไต่สวน คดี 44 สส.ก้าวไกล ปมแก้ ม.112 ครั้งนี้ ฝ่ายผู้คัดค้านได้รับอนุญาตให้สืบพยานได้จำนวน 60 ปาก โดยทนายความได้แบ่งกลุ่มพยานออกเป็น 3 ส่วนหลัก ได้แก่:
- กลุ่มอดีต สส. ผู้คัดค้าน: คาดว่าจะมีการเบิกตัวบุคคลสำคัญ เช่น นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ และนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ มาให้ถ้อยคำด้วยตนเอง
- กลุ่มนักวิชาการ: ผู้เชี่ยวชาญด้านนิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ และรัฐประศาสนศาสตร์ เพื่อให้ความเห็นในเชิงลึก
- กลุ่มผู้รู้เห็นเหตุการณ์: บุคคลที่ทราบถึงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ในขณะนั้น
การไต่สวนพยานฝั่งผู้คัดค้านจะเริ่มต้นขึ้นในวันที่ 3 พ.ย. 2569 และจะลากยาวไปจนถึงวันที่ 18 พ.ค. 2570 ซึ่งนายนิธิ ละเอียดดี ทนายความผู้รับมอบอำนาจยืนยันว่า ระยะเวลาดังกล่าวถือว่ามีความเหมาะสมและไม่ใช่การประวิงเวลาแต่อย่างใด เป็นเพียงการดำเนินการเพื่อให้ได้มาซึ่งความยุติธรรมและเปิดโอกาสให้ผู้ถูกกล่าวหาได้นำเสนอข้อเท็จจริงอย่างครบถ้วนที่สุดเท่านั้น
ในมุมมองของนักกฎหมายและประชาชนที่ติดตามข่าวสาร การที่ศาลให้ความสำคัญกับการไต่สวนพยานจำนวนมากแสดงให้เห็นถึงความละเอียดรอบคอบในการพิจารณาคดีที่มีความสำคัญต่อทิศทางการเมืองไทย ซึ่งต้องจับตาดูกันต่อไปว่าบทสรุปของเรื่องราวนี้จะเป็นอย่างไรและส่งผลกระทบต่อภาพรวมทางการเมืองของกลุ่มอดีตพรรคก้าวไกลอย่างไรบ้าง
ที่มา – ศาลฎีกาเคาะวันไต่สวน คดี 44 สส.ก้าวไกล ปมแก้ ม.112! ฝั่งผู้คัดค้านอ้าง 60 พยาน ลากยาวถึง พ.ค. 70