ศาลอุทธรณ์ยืน ไม่ให้ประกัน ‘อดีตเจ้าคณะพิจิตร’

เมื่อวันที่ 10 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า กรณีเมื่อวันที่ 8 ส.ค.ที่ผ่านมา พนักงานสอบสวนกองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปราม ยื่นคำร้อง ฝ.13/2568 ต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ขอฝากขังครั้งแรก นายวิรัติ วัชรสิทธิเมธี หรือ อดีตพระเทพวัชรสิทธิเมธี อายุ 60 ปี ผู้ต้องหา คดีเป็นพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตนหรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริต หรือโดยทุจริตยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์นั้นเสีย, เป็นพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต, เป็นเจ้าพนักงานของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต

โดยศาลอาญาคดีทุจริตฯ มีคำสั่งอนุญาตให้ฝากขังมีกำหนด 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 8 -19 ส.ค.2568 ต่อมา นายวิรัติ หรือ อดีตพระเทพวัชรสิทธิเมธีผู้ต้องหายื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราว

ศาลอาญาคดีทุจริตฯ มีคำสั่งว่า ผู้ต้องหาถูกจับกุมตามหมายจับ และพนักงานสอบสวนคัดค้านเพราะอยู่ในระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานซึ่งเป็นพยานหลักฐานทางอิเล็กทรอนิกส์เกรงว่าจะไปยุ่งเหยิงพยานหลักฐาน หากได้รับการปล่อยชั่วคราวเกรงว่าจะหลบหนีและไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว ให้ยกคำร้อง จากนั้นทนายความผู้ต้องหา จึงยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์

ล่าสุดเมื่อวันที่ 9 ส.ค.ที่ผ่านมา ศาลอุทธรณ์ ได้มีคำสั่งว่า พิเคราะห์ความหนักเบาแห่งข้อหาและพฤติการณ์แห่งคดีแล้ว ผู้ต้องหาถูกกล่าวหาว่าเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตนหรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริต และเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่โดยมิชอบ อันเป็นการเสียหายต่อรัฐหรือทรัพย์สินของรัฐ มีมูลค่าความเสียหายจำนวนมาก และข้อหามีอัตราโทษสูง กรณีเป็นเรื่องร้ายแรง ประกอบกับพนักงานสอบสวนคัดค้านการขอปล่อยชั่วคราว หากอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวมีเหตุอันควรเชื่อว่าผู้ต้องหาจะไปยุ่งเหยิงพยานหลักฐานและหลบหนี คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

ทั้งนี้นายวิรัติ หรือ อดีตพระเทพวัชรสิทธิเมธี ผู้ต้องหาถูกคุมขังที่เรือนจำพิเศษ กรุงเทพมหานคร

ศาลอุทธรณ์ยืน ไม่ให้ประกัน ‘อดีตเจ้าคณะพิจิตร’

ความคืบหน้าคดีของอดีตเจ้าคณะพิจิตรยังคงเป็นที่สนใจของประชาชน โดยเฉพาะประเด็นเรื่องการประกันตัว ล่าสุด ศาลอุทธรณ์ได้ยืนยันคำสั่งเดิมที่ไม่ให้ประกันตัว ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความร้ายแรงของข้อกล่าวหาและพฤติการณ์แห่งคดีที่เกี่ยวข้องกับ ศาลอุทธรณ์ยืน ไม่ให้ประกัน ‘อดีตเจ้าคณะพิจิตร’

ทำไมศาลอุทธรณ์จึงยืน ไม่ให้ประกัน ‘อดีตเจ้าคณะพิจิตร’?

เหตุผลหลักที่ ศาลอุทธรณ์ยืน ไม่ให้ประกัน ‘อดีตเจ้าคณะพิจิตร’ นั้นมาจากหลายปัจจัยสำคัญที่ศาลพิจารณาอย่างรอบคอบ ปัจจัยเหล่านี้รวมถึง:

  • ความหนักเบาแห่งข้อหา: ผู้ต้องหาถูกกล่าวหาในข้อหาที่ร้ายแรงและมีอัตราโทษสูง
  • พฤติการณ์แห่งคดี: พฤติการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดนั้นมีความซับซ้อนและส่งผลกระทบต่อรัฐหรือทรัพย์สินของรัฐ
  • มูลค่าความเสียหาย: ความเสียหายที่เกิดขึ้นมีมูลค่าจำนวนมาก
  • การคัดค้านของพนักงานสอบสวน: พนักงานสอบสวนยังคงคัดค้านการปล่อยชั่วคราวเนื่องจากเกรงว่าจะมีการยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานหรือหลบหนี

จากเหตุผลเหล่านี้ ศาลอุทธรณ์จึงเห็นพ้องกับศาลชั้นต้นที่ไม่สมควรให้ปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหา

การตัดสินใจของ ศาลอุทธรณ์ยืน ไม่ให้ประกัน ‘อดีตเจ้าคณะพิจิตร’ เป็นผลมาจากการพิจารณาอย่างถี่ถ้วนถึงความร้ายแรงของข้อกล่าวหาและพฤติการณ์แห่งคดี การที่ศาลให้ความสำคัญกับประเด็นเหล่านี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการรักษาความยุติธรรมและป้องกันไม่ให้เกิดการกระทำใดๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อกระบวนการยุติธรรม

สถานการณ์นี้ยังเป็นเครื่องเตือนใจให้ทุกคนตระหนักถึงความสำคัญของการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และหลีกเลี่ยงการกระทำใดๆ ที่อาจนำไปสู่การละเมิดกฎหมายและก่อให้เกิดความเสียหายต่อส่วนรวม

ที่มา – ศาลอุทธรณ์ยืน ไม่ให้ประกัน ‘อดีตเจ้าคณะพิจิตร’ ชี้ ‘เป็นเรื่องร้ายแรง-โทษสูง’

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *