ศาลไม่ให้ประกันอัจฉริยะ ส่งเข้าเรือนจำคืนนี้

ศาลอาญามีคำสั่งไม่ให้ประกันตัวนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ผู้ต้องหาในคดีที่เกี่ยวข้องกับข้อหาฉ้อโกงประชาชน ฟอกเงิน และลักลอบเล่นการพนัน โดยหลังศาลพิจารณาคำร้องฝากขังและคำร้องขอปล่อยชั่วคราวแล้ว มีความเห็นว่ายังมีเหตุอันควรเชื่อว่า หากปล่อยตัวผู้ต้องหาออกไป อาจเกิดผลกระทบต่อการสอบสวนและพยานหลักฐานในคดีได้

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก เมื่อวันที่ 5 ต.ค. โดยพนักงานสอบสวนจากกองบังคับการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1 นำตัวนายอัจฉริยะมายื่นคำร้องฝากขังครั้งแรกเป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 5-16 ต.ค. 2569 หลังศาลออกหมายจับในคดีที่มีประเด็นเกี่ยวกับการใช้บัญชีเงินฝากของชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม

ศาลไม่ให้ประกันอัจฉริยะ เพราะกังวลพยานหลักฐาน

ตามคำร้องของพนักงานสอบสวน ระบุว่ายังจำเป็นต้องสอบปากคำพยานอีกหลายราย รวมทั้งรอผลตรวจสอบประวัติอาชญากร ผลการตรวจพิสูจน์หลักฐาน และการตรวจสอบเส้นทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับคดี การสอบสวนจึงยังอยู่ในขั้นตอนสำคัญ และเจ้าหน้าที่ต้องรวบรวมข้อมูลให้ครบถ้วนก่อนสรุปสำนวน

ตำรวจยังคัดค้านการปล่อยชั่วคราว โดยให้เหตุผลว่าคดีมีข้อกล่าวหาหลายประเด็น ทั้งฉ้อโกงประชาชน ฟอกเงิน และความผิดเกี่ยวกับการพนันออนไลน์ อีกทั้งมีมูลค่าความเสียหายและเส้นทางการเงินที่อาจเชื่อมโยงกันเป็นเครือข่ายขนาดใหญ่ หากผู้ต้องหาได้รับการปล่อยตัว เจ้าหน้าที่เกรงว่าอาจเข้าไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน หรือส่งผลต่อการขยายผลในส่วนที่เกี่ยวข้อง

ศาลไม่ให้ประกันอัจฉริยะ หลังพิจารณาความหนักเบาของคดี

ศาลพิเคราะห์ความหนักเบาแห่งข้อหาและพฤติการณ์ตามคำร้องฝากขัง โดยเห็นว่าผู้ต้องหาถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการฉ้อโกงประชาชน การฟอกเงิน และการลักลอบเล่นการพนันชกมวย นอกจากนี้ ในคำร้องยังระบุว่ากลุ่มผู้ต้องหาอาจมีการแบ่งหน้าที่กันทำ และมีการใช้ทั้งบัญชีส่วนตัวกับบัญชีของชมรมซึ่งเป็นบัญชีที่เปิดรับเงินบริจาค

ประเด็นที่ศาลให้ความสำคัญคือ ข้อกล่าวหาว่าบัญชีรับบริจาคถูกนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ มีเงินหมุนเวียนในระบบจำนวนมาก และมีเงินโอนเข้าออกหลายรายการ ศาลมองว่าพฤติการณ์ตามที่ปรากฏในชั้นนี้เป็นเรื่องร้ายแรงและอาจสะท้อนถึงการไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย อย่างไรก็ตาม ข้อความทั้งหมดเป็นเพียงรายละเอียดจากคำร้องและดุลพินิจในชั้นพิจารณาคำร้อง ผู้ต้องหายังมีสิทธิต่อสู้คดีตามกระบวนการยุติธรรม และยังไม่ถือว่าเป็นผู้กระทำผิดจนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด

เหตุผลที่ศาลกังวลเรื่องการข่มขู่พยาน

อีกประเด็นหนึ่งที่อยู่ในการพิจารณาคือคำคัดค้านของพนักงานสอบสวน ซึ่งอ้างว่าผู้ต้องหาอาจมีพฤติการณ์ข่มขู่หรือกดดันผู้เสียหายและพยาน รวมถึงอาจยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินจนทำให้การติดตามตรวจสอบทำได้ยาก หากเกิดเหตุเช่นนี้ขึ้น อาจกระทบต่อการรวบรวมข้อเท็จจริงและความน่าเชื่อถือของพยานหลักฐานในคดี

ศาลจึงเห็นว่ามีเหตุอันควรเชื่อว่า หากได้รับการปล่อยชั่วคราว ผู้ต้องหาอาจหลบหนี เข้าไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน หรือก่อให้เกิดความเสียหายต่อการสอบสวนของพนักงานสอบสวน ด้วยเหตุนี้ ศาลจึงมีคำสั่งยกคำร้องขอปล่อยชั่วคราว และให้นำตัวผู้ต้องหาไปควบคุมไว้ตามขั้นตอน

ลำดับเหตุการณ์สำคัญในคดี

  • พนักงานสอบสวนนำตัวนายอัจฉริยะมายื่นคำร้องฝากขังต่อศาลอาญา
  • เจ้าหน้าที่ขอฝากขังครั้งแรกเป็นเวลา 12 วัน ระหว่างรอสอบสวนและตรวจสอบหลักฐานเพิ่มเติม
  • ทนายความยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ เพื่อขอปล่อยตัวชั่วคราวระหว่างการสอบสวน
  • พนักงานสอบสวนคัดค้านการประกันตัว โดยกังวลเรื่องพยานหลักฐานและเส้นทางการเงิน
  • ศาลพิจารณาแล้วมีคำสั่งไม่ให้ปล่อยชั่วคราว และให้ส่งตัวเข้าเรือนจำ

คดีนี้ต้องติดตามอะไรต่อ

หลังจากนี้ พนักงานสอบสวนจะเดินหน้าสอบปากคำพยาน ตรวจสอบเอกสารทางการเงิน และรวบรวมหลักฐานดิจิทัลที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะข้อมูลการโอนเงินระหว่างบัญชี ซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญในการตรวจสอบว่ามีการกระทำตามข้อกล่าวหาหรือไม่ รวมถึงตรวจสอบบทบาทของบุคคลอื่นที่อาจเกี่ยวข้องกับการเปิดบัญชี การรับเงิน และการโอนเงิน

ฝ่ายผู้ต้องหายังสามารถใช้สิทธิตามกฎหมายเพื่อขอประกันตัวในโอกาสต่อไปได้ ทั้งนี้ ศาลอาจพิจารณาปัจจัยต่าง ๆ ประกอบกัน เช่น ความเสี่ยงในการหลบหนี ความเสี่ยงต่อพยานหลักฐาน เงื่อนไขการควบคุมตัว และหลักทรัพย์ที่นำมาเสนอ การตัดสินใจในแต่ละขั้นตอนจึงต้องรอข้อมูลและคำสั่งอย่างเป็นทางการจากศาล

สำหรับประชาชน เรื่องนี้เป็นอีกกรณีที่สะท้อนความสำคัญของการใช้เงินบริจาคให้ตรงตามวัตถุประสงค์ และการตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินอย่างรอบคอบ หากมีการเปิดรับบริจาค ควรมีระบบบัญชีที่โปร่งใส แยกบัญชีองค์กรออกจากบัญชีส่วนตัว และเปิดเผยข้อมูลการใช้เงินอย่างเหมาะสม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริจาคและลดข้อสงสัยที่อาจเกิดขึ้น

สรุปคือ ศาลไม่ให้ประกันอัจฉริยะ เนื่องจากพิจารณาว่าคดีมีข้อกล่าวหาร้ายแรง และยังมีความกังวลว่าการปล่อยตัวอาจกระทบต่อพยานหลักฐานหรือการสอบสวน คดีจะเดินหน้าต่ออย่างไรยังต้องติดตามจากผลการสอบสวนและคำสั่งของศาลในขั้นตอนถัดไป ผู้อ่านควรติดตามข้อมูลจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือ และแยกแยะระหว่างข้อกล่าวหากับข้อเท็จจริงที่ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุด

หากมีความคืบหน้าเกี่ยวกับการยื่นขอประกันตัวครั้งใหม่ ผลตรวจสอบเส้นทางการเงิน หรือการแจ้งข้อหาเพิ่มเติม ประชาชนควรรอข้อมูลอย่างเป็นทางการก่อนสรุปตัดสิน และใช้วิจารณญาณในการแชร์ข่าว เพื่อไม่ให้กระทบสิทธิของผู้เกี่ยวข้องในกระบวนการยุติธรรม

ที่มา – ศาลไม่ให้ประกัน ‘อัจฉริยะ’ ส่งเข้าเรือนจำคืนนี้ ชี้พฤติการณ์ไม่เกรงกลัวกฎหมายเชื่อข่มขู่พยาน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *