ศิษย์เก่ากมลาไสยทวงถามคดีตัดต้นไม้ 32 ต้น

กรณี ศิษย์เก่ากมลาไสยทวงถาม ความคืบหน้าการสอบสวนอดีตผู้อำนวยการโรงเรียนกมลาไสยยังได้รับความสนใจจากสังคมอย่างต่อเนื่อง หลังเกิดเหตุมีการตัดต้นไม้ภายในโรงเรียนจำนวน 32 ต้น โดยไม่ได้รับอนุญาตจากธนารักษ์พื้นที่กาฬสินธุ์ ขณะที่เวลาผ่านไปประมาณ 2 เดือนแล้ว แต่ยังไม่มีการประกาศบทลงโทษทางวินัยอย่างชัดเจน

เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2569 ตัวแทนศิษย์เก่าโรงเรียนกมลาไสยเดินทางไปยังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากาฬสินธุ์ หรือ สพม.กาฬสินธุ์ เพื่อยื่นหนังสือขอทราบผลการสอบวินัย โดยมีนายเกษม นาธงชัย นางปาริชาติ หาญไชยนะ และนายวิรุฬห์วัจย์ แฝงจันดา เป็นตัวแทนเข้าติดตามเรื่องดังกล่าว

ศิษย์เก่ากมลาไสยทวงถามความคืบหน้าคดีตัดต้นไม้

เดิมตัวแทนศิษย์เก่าตั้งใจเข้าพบ ดร.วิภา สายรัตน์ ผู้อำนวยการ สพม.กาฬสินธุ์ แต่ได้รับแจ้งว่าผู้อำนวยการติดภารกิจนอกพื้นที่ จึงมอบหมายให้รองผู้อำนวยการ ได้แก่ นายโชคชัย จันทะโสตถิ์ และนายสถาพร ภูบาลเช้า รับหนังสือและชี้แจงข้อมูลเบื้องต้นแทน

นายเกษมเปิดเผยว่า ศิษย์เก่าและประชาชนยังคงรอคำตอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากที่ผ่านมาได้ร้องเรียนผ่านศูนย์ดำรงธรรมอำเภอกมลาไสย แจ้งความต่อสถานีตำรวจภูธรกมลาไสย รวมถึงมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ หรือ ป.ป.ท. แต่ยังไม่เห็นผลการพิจารณาบทลงโทษที่ชัดเจน ทั้งในส่วนคดีอาญาและการดำเนินการทางวินัย

ศิษย์เก่ากมลาไสยทวงถาม หลังมีเพียงคำสั่งย้ายอดีต ผอ.

สิ่งที่รับทราบในขณะนี้คือ อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนกมลาไสยถูกย้ายไปปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการโรงเรียนหนองกุงศรีวิทยาคาร อำเภอหนองกุงศรี จังหวัดกาฬสินธุ์ อย่างไรก็ตาม ตัวแทนศิษย์เก่ามองว่าการย้ายดังกล่าวอาจเป็นเพียงการย้ายออกนอกพื้นที่ระหว่างการสอบสวนเท่านั้น ยังไม่ถือเป็นบทลงโทษทางวินัยที่สรุปผลแล้ว

ประเด็นสำคัญที่ศิษย์เก่าต้องการทราบคือ คณะกรรมการสอบสวนได้ดำเนินการไปถึงขั้นตอนใด มีการแจ้งข้อกล่าวหาแก่ผู้เกี่ยวข้องแล้วหรือไม่ และจะมีการพิจารณาความรับผิดชอบอย่างไร หากพบว่าการตัดต้นไม้เกิดขึ้นโดยไม่ปฏิบัติตามระเบียบหรือไม่ได้รับอนุญาตจากหน่วยงานเจ้าของพื้นที่

ที่มาของข้อร้องเรียนเรื่องต้นไม้ 32 ต้น

เหตุการณ์ดังกล่าวเริ่มขึ้นตั้งแต่ช่วงปลายเดือนกรกฎาคมต่อเนื่องถึงกลางเดือนกันยายน 2569 โดยมีการตัดต้นไม้ภายในโรงเรียนกมลาไสยรวม 32 ต้น เรื่องนี้สร้างความไม่สบายใจให้กับศิษย์เก่าเป็นอย่างมาก เพราะต้นไม้เหล่านี้อยู่คู่กับโรงเรียนมาเป็นเวลานาน และมีความหมายต่อความทรงจำของนักเรียนรุ่นต่าง ๆ

ตัวแทนศิษย์เก่าระบุว่า การดำเนินการร้องทุกข์ไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อกล่าวหาใครล่วงหน้า แต่ต้องการให้หน่วยงานตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างตรงไปตรงมา หากพบว่ามีการกระทำผิดจริง ก็ควรดำเนินการตามกฎหมายและระเบียบราชการอย่างเท่าเทียม ขณะเดียวกัน หากผลสอบพบว่าเจ้าหน้าที่ไม่ได้กระทำผิด ก็ควรเปิดเผยเหตุผลและข้อมูลให้สังคมรับทราบเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง

ในส่วนของคดีอาญา ตัวแทนศิษย์เก่าให้ข้อมูลว่า ได้ส่งเอกสาร ภาพถ่าย และหลักฐานต่าง ๆ ให้พนักงานสอบสวน สภ.กมลาไสย รวมถึง ป.ป.ช. ป.ป.ท. และ สพม.กาฬสินธุ์แล้ว โดยมองว่าหลักฐานมีความชัดเจนเพียงพอสำหรับการตรวจสอบตามอำนาจหน้าที่ของแต่ละหน่วยงาน

ตำรวจส่งเรื่องให้ ป.ป.ช. พิจารณาแล้ว

จากการติดตามล่าสุด สภ.กมลาไสยแจ้งว่าได้สรุปเรื่องและส่งสำนวนไปยัง ป.ป.ช. เพื่อเข้าสู่กระบวนการพิจารณาแล้ว ขั้นตอนที่หลายฝ่ายกำลังจับตาคือการตรวจสอบทางวินัยของ สพม.กาฬสินธุ์ ซึ่งต้องพิจารณาหลักฐานและข้อเท็จจริงแยกจากกระบวนการทางอาญา

หน่วยงานที่เกี่ยวข้องชี้แจงเบื้องต้นว่า คณะกรรมการสอบสวนของ สพม.กาฬสินธุ์กำลังดำเนินการตามขั้นตอน และมีความคืบหน้าไปมากพอสมควร โดยคาดว่าจะสรุปผลการสอบสวนได้ภายในสัปดาห์ถัดไป ก่อนเสนอให้ผู้อำนวยการ สพม.กาฬสินธุ์พิจารณาตามลำดับ

  • คดีอาญาอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของ ป.ป.ช. หลังตำรวจสรุปและส่งสำนวน
  • การสอบสวนทางวินัยอยู่ในความรับผิดชอบของ สพม.กาฬสินธุ์
  • ตัวแทนศิษย์เก่าต้องการความชัดเจนเรื่องผลสอบและบทลงโทษ
  • การย้ายอดีตผู้อำนวยการยังไม่ใช่ข้อสรุปว่ามีความผิดทางวินัย

สำหรับประชาชนและศิษย์เก่า สิ่งที่ต้องการเห็นคือกระบวนการตรวจสอบที่โปร่งใส มีกรอบเวลาชัดเจน และเปิดเผยผลตามที่กฎหมายอนุญาต เพราะโรงเรียนเป็นพื้นที่สาธารณะที่เกี่ยวข้องกับนักเรียน ผู้ปกครอง ครู และชุมชน การจัดการต้นไม้หรือทรัพย์สินภายในสถานศึกษาจึงควรมีเอกสารอนุญาตและขั้นตอนที่ตรวจสอบได้

กรณีนี้ยังต้องรอผลการสอบสวนอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานที่รับผิดชอบ การติดตามของศิษย์เก่าและสังคมควรดำเนินไปอย่างสร้างสรรค์ พร้อมยึดข้อเท็จจริงและไม่ตัดสินผู้ใดก่อนมีผลสรุป หากหน่วยงานเร่งสื่อสารข้อมูลอย่างต่อเนื่อง ก็จะช่วยลดข้อสงสัยและสร้างความเชื่อมั่นต่อกระบวนการยุติธรรมได้มากขึ้น

ข้อคิดเห็น: เรื่องนี้ไม่ควรจบลงเพียงการย้ายบุคลากร แต่ควรมีคำตอบที่ชัดเจนว่าเกิดอะไรขึ้น ใครมีหน้าที่รับผิดชอบ และหน่วยงานจะป้องกันไม่ให้เหตุการณ์ลักษณะเดียวกันเกิดขึ้นอีก ศิษย์เก่าและประชาชนจึงควรติดตามผลการสอบสวนจากประกาศทางการต่อไป

ที่มา – ศิษย์เก่ากมลาไสยทวงถาม! 2 เดือนยังเงียบ ตำรวจชง ป.ป.ช. คดีตัดต้นไม้ 32 ต้น แต่ ผอ. ยังไม่ถูกลงโทษวินัย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *