เปิดม่านโขนรามเกียรติ์ ตอน สีดา โชว์ 8 ฉากยิ่งใหญ่

เปิดม่านโขนรามเกียรติ์ ตอน สีดา โชว์ 8 ฉากยิ่งใหญ่ อย่างเป็นทางการแล้ว โดยมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ นำเรื่องราวจากวรรณคดีไทยอมตะอย่างรามเกียรติ์มาถ่ายทอดผ่านการแสดงโขนประจำปี 2569 ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย รอบสื่อมวลชนได้รับชมความงดงามของศิลปะการแสดงไทยที่ผสานงานฉาก เครื่องแต่งกาย ดนตรี และนาฏศิลป์ไว้อย่างลงตัว

การแสดงครั้งนี้ใช้ชื่อตอนว่า “สีดา” ดำเนินเรื่องตามบทพระราชนิพนธ์เรื่องรามเกียรติ์ในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช โดยเล่าชีวิตของนางสีดาตั้งแต่กำเนิด การอภิเษกกับพระราม การติดตามพระรามออกเดินป่า การถูกทศกัณฐ์ลักพาตัวไปกรุงลงกา ตลอดจนการพิสูจน์ความบริสุทธิ์ด้วยการลุยไฟ และเรื่องราวของครอบครัวที่นำไปสู่บทสรุปอันน่าประทับใจ

เปิดม่านโขนรามเกียรติ์ ตอน สีดา โชว์ 8 ฉากยิ่งใหญ่

จุดเด่นของการแสดงคือการออกแบบฉากทั้ง 8 ฉากให้มีความต่อเนื่องและช่วยขับเน้นอารมณ์ของเรื่องราว ผู้ชมจะได้สัมผัสบรรยากาศตั้งแต่โลกสวรรค์ กรุงอโยธยา กรุงลงกา ไปจนถึงผืนป่าและสถานที่สำคัญในเรื่องรามเกียรติ์ แต่ละฉากมีรายละเอียดด้านศิลปกรรมที่สะท้อนเอกลักษณ์ไทยอย่างชัดเจน

  • ฉากที่ 1 จุติกำเนิดเกิดสีดา ถ่ายทอดปฐมบทการกำเนิดของนางสีดา และเหตุการณ์ที่ทำให้เด็กหญิงผู้มีชะตาพิเศษต้องถูกนำไปทิ้งในผอบ
  • ฉากที่ 2 ราชาภิเษกสมรส นำเสนอพระราชพิธีอภิเษกระหว่างพระรามกับนางสีดาอย่างวิจิตรตระการตา
  • ฉากที่ 3 ราเมศร์ทศกัณฐ์กรีธาพล แสดงความขัดแย้งและการเคลื่อนทัพของตัวละครสำคัญในเรื่อง
  • ฉากที่ 4 มิ่งนฤมลลุยไฟ ถ่ายทอดช่วงเวลาที่นางสีดาพิสูจน์ความซื่อสัตย์และความจงรักภักดี
  • ฉากที่ 5 รังใหญ่ อาศรมสถาน พาผู้ชมเข้าสู่บรรยากาศชีวิตในป่าและเหตุการณ์สำคัญของพระมงกุฎกับพระลบ
  • ฉากที่ 6 อุปการอาชา เล่าถึงม้าอุปการที่พระรามปล่อยออกไปเพื่อค้นหาผู้ท้าทายอำนาจ
  • ฉากที่ 7 หนุมานพลาดท่าเสียที เพิ่มสีสันและความตื่นเต้นด้วยบทบาทของหนุมานและเหล่าวานร
  • ฉากที่ 8 พระจักรีพบโอรส นำไปสู่การเปิดเผยความจริงและบทสรุปของเรื่องราวครอบครัว

ไฮไลท์ของโขนรามเกียรติ์ ตอน สีดา

หนึ่งในฉากที่ได้รับความสนใจมากที่สุดคือฉากพระราชพิธีอภิเษกพระรามกับนางสีดา ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากจิตรกรรมฝาผนังภายในวัดพระแก้ว ทีมงานนำรายละเอียดของศิลปะไทยมาขยายให้เหมาะกับเวทีขนาดใหญ่ ทั้งลวดลาย สถาปัตยกรรม สีสัน และการจัดวางตัวละคร ทำให้บรรยากาศของพระราชพิธีดูสง่างามและยิ่งใหญ่

อีกฉากสำคัญคือฉากสีดาลุยไฟ ซึ่งสะท้อนความบริสุทธิ์ ความเข้มแข็ง และความจงรักภักดีของนางสีดา การใช้แสง สี เสียง และลีลาท่ารำช่วยถ่ายทอดความรู้สึกของตัวละครได้อย่างลึกซึ้ง ขณะเดียวกันฉากทศกัณฐ์ลักนางสีดาก็สร้างความตื่นเต้นให้กับผู้ชม ด้วยการออกแบบพื้นที่บนเวทีและการเคลื่อนไหวที่แสดงถึงพลังของฝ่ายยักษ์

นอกจากนี้ยังมีฉากสรวงสวรรค์และเขาพระสุเมรุ ซึ่งเพิ่มมิติด้านจินตนาการให้กับการแสดง รวมถึงฉากหนุมานชูกล่องดวงใจที่เป็นภาพจำสำคัญของรามเกียรติ์ การจัดองค์ประกอบบนเวทีทำให้ตัวละครดูโดดเด่น และช่วยให้ผู้ชมเข้าใจความหมายของเหตุการณ์ได้แม้ไม่เคยชมโขนมาก่อน

เรื่องราวของนางสีดาและพระราม

เรื่องราวเริ่มต้นเมื่อพระนารายณ์อวตารเป็นพระราม ขณะที่พระอิศวรมีพระประสงค์ให้พระลักษมณ์ไปเกิดเป็นธิดาของทศกัณฐ์ในกรุงลงกา เพื่อเป็นต้นเหตุแห่งการทำลายล้างหมู่มาร เมื่อกุมารีถือกำเนิดและส่งเสียงร้องว่า “ผลาญราพณ์” ถึงสามครั้ง ทศกัณฐ์จึงมองว่าเป็นลางร้ายและนำพระธิดาใส่ผอบไปทิ้งน้ำ ฤษีชนกพบเข้า จึงช่วยเหลือและเลี้ยงดูในฐานะธิดา ก่อนพากลับไปยังกรุงมิถิลา

ต่อมาท้าวชนกจัดพิธีอภิเษกให้นางสีดา ผู้ที่สามารถยกมหาธนูโมลีได้คือพระราม โอรสของท้าวทศรถแห่งกรุงอโยธยา ทั้งสองจึงได้ครองคู่กัน แต่เมื่อพระรามต้องรักษาสัตย์ของท้าวทศรถและออกเดินป่าเป็นเวลา 14 ปี นางสีดาก็ตัดสินใจติดตามไปด้วยความภักดี โดยมีพระลักษมณ์ร่วมเดินทางไปด้วย

ทศกัณฐ์ต้องการนางสีดาเป็นมเหสี จึงวางแผนลักพาตัวนางไปกรุงลงกา พระรามออกติดตามและได้รับความช่วยเหลือจากกองทัพวานรเมืองขีดขินและเมืองชมพู รวมถึงพิเภก อนุชาของทศกัณฐ์ที่มาสวามิภักดิ์ การเดินทางและสงครามครั้งนี้นำไปสู่เหตุการณ์สำคัญมากมาย ซึ่งผู้ชมจะได้เห็นผ่านการรำ การขับร้อง บทพากย์ และการต่อสู้บนเวที

หลังเสร็จศึก พระรามรับนางสีดากลับกรุงอโยธยา แต่นางสีดาขอพิสูจน์ความบริสุทธิ์ด้วยการลุยไฟ เพื่อให้ทุกคนเห็นว่านางยังคงซื่อสัตย์และภักดี ต่อมานางถูกเนรเทศจากความเข้าใจผิด และได้ใช้ชีวิตอยู่ในป่ากับฤษีวัชมฤค ก่อนให้กำเนิดพระมงกุฎและพระลบ เหตุการณ์ในช่วงท้ายของเรื่องนำไปสู่การประลองศร การพบกันของพระรามกับโอรส และการเปิดเผยความจริงของสายสัมพันธ์ในครอบครัว

เปิดม่านโขนรามเกียรติ์ ตอน สีดา โชว์ 8 ฉากยิ่งใหญ่ จึงไม่ใช่เพียงการชมการแสดง แต่เป็นโอกาสสัมผัสมรดกทางวัฒนธรรมไทยผ่านงานสร้างสรรค์ร่วมสมัยที่ยังคงเคารพต้นฉบับ ผู้สนใจสามารถชมการแสดงได้ระหว่างวันที่ 5 พฤศจิกายน ถึง 10 ธันวาคม 2569 ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย บัตรมีหลายราคา ตั้งแต่ 600 บาท ถึง 2,000 บาท ส่วนรอบนักเรียนราคา 200 บาท จำหน่ายบัตรที่ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ โทร. 0-2262-3456 และเว็บไซต์ www.thaiticketmajor.com หากมีโอกาส ควรหาเวลาชวนครอบครัวหรือคนใกล้ชิดไปชม เพราะนี่คือการแสดงที่ช่วยให้เรื่องรามเกียรติ์กลับมามีชีวิตบนเวทีได้อย่างงดงามและเข้าถึงคนรุ่นใหม่

ที่มา – เปิดม่านการแสดง ‘โขน’ ครั้งยิ่งใหญ่แห่งปี ‘รามเกียรติ์’ ตอน ‘สีดา’ พร้อมโชว์ 8 ฉากสุดอลังการ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *