สนธิ-ปานเทพ ค้านร่างผังเมือง กทม.
ประเด็นผังเมืองกรุงเทพมหานครกลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง หลังจาก สนธิ-ปานเทพ ค้านร่างผังเมือง กทม. พร้อมนำประชาชนเดินทางมายื่นหนังสือถึงผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เพื่อขอให้ระงับการจัดทำร่างผังเมืองรวมฉบับใหม่ และทบทวนแนวทางการบริหารจัดการพื้นที่รับน้ำในกรุงเทพฯ โดยเฉพาะพื้นที่ที่ประชาชนเรียกว่า “แก้มลิง” และ “ฟลัดเวย์” ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการลดความรุนแรงของน้ำท่วม
กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเมื่อวันที่ 9 ต.ค. 2569 เวลา 09.00 น. ที่ลานคนเมือง ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร โดยมีนายสนธิ ลิ้มทองกุล นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ผศ.นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ นายนิติธร ล้ำเหลือ หรือทนายนกเขา นายพิชิต ไชยมงคล และ ม.ล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี ร่วมเปิดเวทีแสดงความคิดเห็นและยื่นหนังสือคัดค้านต่อกรุงเทพมหานคร
สนธิ-ปานเทพ ค้านร่างผังเมือง กทม.
แกนนำระบุว่า เหตุผลสำคัญของการคัดค้านเกิดจากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่กรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 25–29 ก.ย. 2569 ซึ่งสร้างความเสียหายประมาณ 8,000–12,000 ล้านบาท และส่งผลกระทบต่อประชาชนใน 15 เขต จึงเห็นว่าการจัดทำร่างผังเมืองฉบับใหม่ควรเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างรอบด้าน รวมถึงต้องพิจารณาผลกระทบจากน้ำท่วมที่เกิดขึ้นจริงในแต่ละพื้นที่
ข้อคัดค้านร่างผังเมืองใหม่ที่ต้องจับตา
เครือข่ายผู้คัดค้านเสนอประเด็นสำคัญหลายด้าน โดยมองว่าร่างผังเมืองใหม่อาจกระทบต่อการใช้ประโยชน์ที่ดิน ระบบระบายน้ำ และความปลอดภัยของประชาชนในระยะยาว ประเด็นที่ถูกหยิบยกขึ้นมา ได้แก่
- ข้อกังวลด้านขั้นตอนกฎหมาย: แกนนำระบุว่าการดำเนินการจัดทำร่างผังเมืองอาจเกิดขึ้นก่อนผังนโยบายการใช้ประโยชน์ที่ดินระดับประเทศและระดับภาคแล้วเสร็จ จึงขอให้ตรวจสอบว่าเป็นไปตามพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. 2562 หรือไม่
- การประชาพิจารณ์ยังไม่ทั่วถึง: มีผู้เข้าร่วมประมาณ 30,000 คน หรือร้อยละ 0.6 ของประชากรกรุงเทพฯ ผู้คัดค้านจึงเห็นว่าควรเปิดรับฟังความคิดเห็นให้ครอบคลุมทุกเขต พร้อมชี้แจงผลกระทบและมาตรการเยียวยาอย่างชัดเจน
- การลดพื้นที่รับน้ำ: ร่างผังเมืองถูกตั้งข้อสังเกตว่าอาจยกเลิกพื้นที่บึงรับน้ำ 6 แห่ง ได้แก่ บึงคู้บอน บึงลำหม้อแตก บึงคลองพระยาสุเรนทร์ บึงคลองสามวา 1–2 และบึงคลองบางชัน ซึ่งรวมกันสามารถรองรับน้ำได้ราว 5–6 ล้านลูกบาศก์เมตร
- การติดตามความเสียหาย: เครือข่ายฯ เรียกร้องให้ตรวจสอบสิ่งปลูกสร้างที่อาจกีดขวางทางน้ำ และพิจารณาความรับผิดชอบหรือการเรียกค่าสินไหมจากผู้ฝ่าฝืนข้อกำหนดผังเมืองเดิม
- ความโปร่งใสในการพัฒนาเมือง: ผู้คัดค้านต้องการให้ตรวจสอบการอนุมัติก่อสร้างและการถมบึงรับน้ำ เพื่อป้องกันไม่ให้การพัฒนาเมืองเอื้อประโยชน์ต่อกลุ่มทุนบางกลุ่มมากกว่าความปลอดภัยของประชาชน
ประเด็นพื้นที่รับน้ำถือเป็นหัวใจสำคัญของการคัดค้าน เพราะกรุงเทพฯ เป็นเมืองที่มีความเสี่ยงจากฝนตกหนัก น้ำทะเลหนุน และการระบายน้ำที่ทำได้จำกัด หากพื้นที่ธรรมชาติหรือบึงรับน้ำถูกลดจำนวนลง น้ำอาจไหลเข้าสู่ชุมชนและถนนสายหลักได้รวดเร็วขึ้น การวางผังเมืองจึงควรพิจารณาทั้งการขยายตัวของเมือง ระบบคมนาคม พื้นที่สีเขียว และโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำไปพร้อมกัน
หลังรับหนังสือในเวลาประมาณ 11.25 น. พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก ประธานที่ปรึกษาผู้ว่าฯ กทม. ได้เชิญแกนนำเข้าหารือ โดยกรุงเทพมหานครชี้แจงว่า อำนาจหลักด้านผังเมืองอยู่ที่กรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย อย่างไรก็ตาม การหารือครั้งนี้ทำให้เครือข่ายฯ เตรียมรวบรวมเอกสารและความคิดเห็นจากประชาชนเพิ่มเติม เพื่อเสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณา
สนธิ-ปานเทพ ค้านร่างผังเมือง กทม. เดินหน้ารวบรวมเสียงประชาชน
เครือข่ายฯ เปิดเผยว่าจะรวบรวมเอกสารคัดค้านจากประชาชนผ่านมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดินภายในวันที่ 30 ต.ค. 2569 ก่อนกลับมายื่นต่อกรุงเทพมหานครอีกครั้งในวันที่ 6 พ.ย. 2569 ซึ่งอยู่ก่อนสิ้นสุดระยะเวลาเปิดรับฟังความคิดเห็นในวันที่ 9 พ.ย. 2569
สำหรับประชาชน เรื่องนี้สะท้อนว่าผังเมืองไม่ใช่เรื่องไกลตัว เพราะข้อกำหนดเกี่ยวกับพื้นที่อยู่อาศัย อาคารพาณิชย์ พื้นที่สีเขียว และพื้นที่รับน้ำ ล้วนส่งผลต่อคุณภาพชีวิตและความเสี่ยงจากภัยพิบัติในอนาคต การมีส่วนร่วมจึงควรเริ่มจากการติดตามข้อมูลอย่างรอบคอบ ตรวจสอบเอกสารทางราชการ และเสนอความคิดเห็นผ่านช่องทางที่กำหนด
ท้ายที่สุด การจัดทำผังเมืองใหม่ควรตั้งอยู่บนข้อมูลทางวิชาการ ความโปร่งใส และการรับฟังเสียงของผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่อย่างแท้จริง ผู้อ่านสามารถติดตามความคืบหน้าและร่วมแสดงความคิดเห็นตามกรอบเวลาที่หน่วยงานประกาศ เพื่อช่วยกันผลักดันให้กรุงเทพฯ มีผังเมืองที่รองรับการพัฒนาและป้องกันน้ำท่วมได้อย่างยั่งยืน
ที่มา – “สนธิ-ปานเทพ” นำมวลชนบุก กทม. ยื่นหนังสือจี้ระงับร่างผังเมืองรวมฉบับใหม่ ทวงคืน “แก้มลิง-ฟลัดเวย์”


