สลด! ชายวัย 39 รู้ตัวงูเห่ากัดคงไม่รอดแน่

เรื่องราวสุดสลดเกิดขึ้นเมื่อชายวัย 39 ปี รู้ตัวว่า งูเห่ากัดคงไม่รอดแน่ ได้โทรศัพท์หายายเพื่อถามว่า “รักหลานไหม” ก่อนจะสิ้นใจคาสาย สร้างความเศร้าเสียใจให้กับครอบครัวอย่างมาก เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 23 ต.ค. 68 โดย ร.ต.อ.ธนกร รัตนวิไล รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ พร้อมด้วยแพทย์นิติเวชจากสถาบันรามาจักรีนฤบดินทร์ และเจ้าหน้าที่กู้ภัยป่อเต็กตึ๊ง ได้เข้าตรวจสอบเหตุชายถูกงูเห่ากัดคงไม่รอดแน่ เสียชีวิตภายในห้องทำงานชั้นสองของบ้านพัก ใน ต.ศีรษะจรเข้ใหญ่ อ.บางเสาธง

ในที่เกิดเหตุพบร่างของนายใหม่ อายุ 39 ปี นอนเสียชีวิตอยู่บนพื้นห้อง โดยจากการตรวจสอบพบรอยเขี้ยวงูที่ข้อมือซ้ายอย่างชัดเจน คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 2 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่ได้ทำการบันทึกภาพและทำแผนที่เกิดเหตุไว้เป็นหลักฐาน ก่อนที่จะนำร่างของผู้เสียชีวิตส่งชันสูตรอย่างละเอียดที่นิติเวชสถาบันรามาจักรีนฤบดินทร์ สมุทรปราการ เพื่อหาสาเหตุการตายที่แท้จริง

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจยังได้ประสานงานกับอาสาสมัครผู้เชี่ยวชาญด้านการจับงู เพื่อเข้ามาจับงูเห่าที่อยู่ในบ้านหลังดังกล่าว พบว่าเป็นงูเห่าขนาดใหญ่ มีความยาวเกือบ 1 เมตร ก่อนที่จะนำใส่ถุงซิปล็อกส่งให้กับเจ้าหน้าที่ดับเพลิง อบต.บางโฉลง เพื่อนำส่งสถานเสาวภา สำหรับใช้ในการศึกษาผลิตเซรุ่ม และจะปล่อยคืนสู่ธรรมชาติต่อไป

นางเล็ก อายุ 74 ปี ยายของผู้เสียชีวิต ได้เล่าว่า เมื่อช่วงเช้าเวลาประมาณ 06.40 น. หลานชายได้โทรศัพท์มาหา ด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง และถามว่า “ยายรักหลานไหม” ซึ่งตนก็ได้ตอบกลับไปว่า “รักมาก” ก่อนที่หลานจะบอกว่าถูกงูเห่ากัดคงไม่รอดแน่ และหากเป็นอะไรไปให้ยายช่วยจัดการเรื่องต่างๆ ให้ด้วย จากนั้นเสียงก็เริ่มอู้อี้พูดไม่ชัด และเงียบไป

ยายเล็กยังเล่าต่ออีกว่า เมื่อญาติรีบไปดูที่บ้าน ก็พบว่าหลานหมดสติและไม่มีชีพจรแล้ว จึงช่วยกันปั๊มหัวใจและโทรเรียกกู้ภัยมาช่วย แต่ก็ไม่ทันการณ์ คาดว่าหลานอาจจะพยายามจับงูที่เลื้อยเข้าบ้านเอง แต่ไม่ชำนาญ จึงถูกงูแว้งกัด และพิษได้แล่นเข้าสู่หัวใจอย่างรวดเร็ว ทำให้เสียชีวิตภายในเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง

ชายวัย 39 รู้ตัวงูเห่ากัดคงไม่รอดแน่

ทำไมพิษงูเห่าถึงอันตรายถึงชีวิต?

พิษของงูเห่าประกอบไปด้วยสารพิษที่ทำลายระบบประสาท (Neurotoxin) ซึ่งจะเข้าไปขัดขวางการทำงานของระบบประสาท ทำให้กล้ามเนื้อเป็นอัมพาต โดยเฉพาะกล้ามเนื้อที่ใช้ในการหายใจ หากได้รับการกัดในปริมาณมาก หรือไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที ก็อาจทำให้เสียชีวิตได้ในเวลาอันรวดเร็ว

  • อาการเมื่อถูกงูเห่ากัด: บริเวณที่ถูกกัดจะมีอาการปวด บวม แดง และอาจมีเลือดออก นอกจากนี้ อาจมีอาการหนังตาตก พูดไม่ชัด กลืนลำบาก หายใจลำบาก และหมดสติ
  • การปฐมพยาบาลเบื้องต้น: ล้างแผลด้วยน้ำสะอาด ฟอกสบู่ และพันผ้าให้แน่นเหนือบริเวณที่ถูกกัด เพื่อชะลอการแพร่กระจายของพิษงู จากนั้นรีบนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด
  • การรักษา: แพทย์จะทำการฉีดเซรุ่มแก้พิษงู เพื่อลดความรุนแรงของพิษงู และให้การรักษาตามอาการ

เหตุการณ์ ชายวัย 39 รู้ตัวงูเห่ากัดคงไม่รอดแน่ เป็นอุทาหรณ์ให้เราตระหนักถึงอันตรายของสัตว์มีพิษ และระมัดระวังในการใช้ชีวิตประจำวัน หากพบเห็นงู ควรหลีกเลี่ยงการเข้าใกล้ และแจ้งเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญให้มาจัดการจะดีที่สุด

การป้องกันตนเองจากงูเห่าเป็นเรื่องสำคัญ ควรดูแลบ้านเรือนให้สะอาด ไม่ให้เป็นที่อยู่อาศัยของงู และหากจำเป็นต้องเข้าไปในบริเวณที่มีความเสี่ยง ก็ควรสวมใส่เสื้อผ้าที่มิดชิด และรองเท้าหุ้มส้น เพื่อป้องกันการถูกงูทำร้าย

ที่มา – ชายวัย 39 รู้ตัวงูเห่ากัดคงไม่รอดแน่ โทรหายายถาม ‘รักหลานมั้ย’ ก่อนสิ้นใจคาสาย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *