“สว.กีฬา” ปลุกชีพกีฬาผาดโผนในอุทยาน
ในยุคที่การท่องเที่ยวเชิงผจญภัยกำลังได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย จังหวัดกระบี่ซึ่งเต็มไปด้วยธรรมชาติอันงดงามกำลังเตรียมพร้อมต้อนรับนักกีฬาและนักท่องเที่ยวด้วยกิจกรรมสุดท้าทาย โดยเฉพาะกีฬาผาดโผนอย่างปีนผาและกระโดดผา ล่าสุด “สว.กีฬา” ปลุกชีพกีฬาผาดโผน เล็งปลดล็อก “ห้ามปีนผา-โดดน้ำ” ในเขตอุทยาน ชี้ ไม่ต้องควักงบ ชาวบ้านรายได้เพิ่ม ซึ่งเป็นข่าวดีที่ทำให้ชาวกระบี่ตื่นเต้น
“สว.กีฬา” ปลุกชีพกีฬาผาดโผน เล็งปลดล็อกกฎระเบียบ
การประชุมครั้งสำคัญที่จัดขึ้นโดยคณะอนุกรรมาธิการด้านการกีฬา วุฒิสภา นำโดยนายจำลอง อนันตสุข ในฐานะประธาน ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาร่วมหารือ เพื่อหาทางออกในการใช้พื้นที่อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี สำหรับจัดกิจกรรมกีฬาผาดโผน สถานที่ประชุมคืออาคารรัฐสภา ซึ่งมีผู้เข้าร่วมจากหลายภาคส่วน เช่น นายสุวิทย์ สุริยะวงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ ตัวแทนจากกรมการท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย อุทยานแห่งชาติ และตัวแทนชุมชนตำบลหนองทะเล รวมถึงชมรมปีนหน้าผาอ่าวไร่เลย์
ปัญหาหลักที่ค้างคาใจมานานคือข้อบังคับทางกฎหมายที่ห้ามจัดกิจกรรมเหล่านี้ในเขตอุทยานแห่งชาติ ทำให้กีฬากระโดดหน้าผาที่เคยโด่งดังในกระบี่ปี 2556 ต้องหยุดชะงักไป นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สมาชิกวุฒิสภาและโฆษกคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยวและการกีฬา เปิดเผยว่าการประชุมครั้งนี้ได้ข้อสรุปชัดเจน โดยทางอุทยานแห่งชี้แนะให้ยื่นหนังสือขออนุญาตอย่างเป็นทางการ ซึ่งอำนาจอนุมัติอยู่ที่อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช คาดว่าจะใช้เวลาไม่เกิน 60 วัน หากได้รับอนุมัติ จะสามารถจัดกิจกรรมปีนหน้าผาและกระโดดหน้าผาได้อีกครั้ง
ประโยชน์จากการปลดล็อกห้ามปีนผา-โดดน้ำ
กระบี่มีศักยภาพด้านธรรมชาติที่โดดเด่น โดยเฉพาะหน้าผาสวยงามที่เหมาะสำหรับกีฬาผาดโผน การยื่นขอใช้พื้นที่ประมาณ 7 จุด หากสำเร็จ ชาวบ้านในพื้นที่รอบ ๆ จะได้รับประโยชน์โดยตรงจากนักท่องเที่ยวกลุ่มเฉพาะ เช่น นักกีฬาผจญภัย ซึ่งจะนำเม็ดเงินหมุนเวียนเข้าสู่ชุมชนอย่างมหาศาล นอกจากนี้ “สว.กีฬา” ปลุกชีพกีฬาผาดโผน เล็งปลดล็อก “ห้ามปีนผา-โดดน้ำ” ในเขตอุทยาน ชี้ ไม่ต้องควักงบ ชาวบ้านรายได้เพิ่ม โดยไม่ต้องใช้งบประมาณแผ่นดินเพิ่มเติม เพราะใช้ทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่แล้ว เพียงแค่ได้รับอนุมัติจากกรมอุทยาน จังหวัดและการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยก็พร้อมโปรโมตทันที
กิจกรรมเหล่านี้ไม่เพียงส่งเสริมการท่องเที่ยว แต่ยังช่วยสร้างรายได้ให้ชาวบ้าน เช่น การให้เช่าอุปกรณ์ปีนผา การจัดทัวร์นำเที่ยว หรือการขายอาหารและที่พัก นักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบกีฬาผาดโผนจะมาเยือนมากขึ้น ทำให้เศรษฐกิจท้องถิ่นคึกคัก โดยเฉพาะในช่วงฤดูท่องเที่ยว
- จุดเด่นของกระบี่: หน้าผาหินปูนที่สวยงามและปลอดภัยสำหรับปีนผา
- ประโยชน์ทางเศรษฐกิจ: เพิ่มรายได้ให้ชุมชนโดยไม่ต้องลงทุนเพิ่ม
- การจัดการ: ยื่นขออนุญาตอย่างถูกต้องเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม
นอกจากนี้ ยังมีการหารือถึงมาตรการรักษาสิ่งแวดล้อม เพื่อให้กิจกรรมไม่กระทบต่อระบบนิเวศ เช่น การกำหนดโซนเฉพาะและการตรวจสอบอุปกรณ์ความปลอดภัย ซึ่งจะทำให้ทั้งนักท่องเที่ยวและชุมชนมั่นใจมากขึ้น
การริเริ่มครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความร่วมมือระหว่างภาครัฐและชุมชน ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน หาก “สว.กีฬา” ปลุกชีพกีฬาผาดโผน สำเร็จ กระบี่จะกลายเป็นจุดหมายปลายทางชั้นนำสำหรับนักกีฬาผจญภัยทั่วโลก
ในฐานะนักท่องเที่ยวหรือนักกีฬา คุณพร้อมที่จะสัมผัสประสบการณ์ปีนผาและกระโดดผาที่กระบี่หรือยัง? ติดตามข่าวสารล่าสุดและเตรียมแผนการเดินทางของคุณ เพื่อไม่พลาดโอกาสนี้

