สว.พิสิษฐ์วอน กกต.เร่งสอบสำนวนค้าง

ประเด็นการดำเนินคดีที่เกี่ยวข้องกับการเลือกสมาชิกวุฒิสภา หรือ สว. ยังคงได้รับความสนใจจากประชาชนอย่างต่อเนื่อง หลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. มีมติส่งฟ้องผู้ที่เกี่ยวข้องกับคดีฮั้วเลือก สว. โดยมีทั้งเสียงสนับสนุนและคำถามถึงความชัดเจนของกระบวนการสอบสวน รวมถึงเหตุผลที่มีการส่งฟ้องเพียงบางส่วน

สว.พิสิษฐ์วอน กกต.เร่งสอบสำนวนค้าง

นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สมาชิกวุฒิสภา ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 18 กันยายน ที่โรงแรมเมอร์เคียว เกาะช้าง ไฮด์อเวย์ จังหวัดตราด โดยขอให้ประชาชนยึดข้อกฎหมายเป็นหลัก พร้อมย้ำว่า การพิจารณาประเด็นทางการเมืองและคดีที่เกี่ยวข้องควรดำเนินไปตามกฎหมาย ไม่ควรใช้ความรู้สึกส่วนตัว กฎหมู่ หรือกฎเกณฑ์ที่แต่ละฝ่ายคิดขึ้นเอง

ข้อเรียกร้องของ สว.พิสิษฐ์วอน กกต.เร่งสอบสำนวนค้าง สะท้อนถึงความต้องการให้หน่วยงานที่รับผิดชอบดำเนินงานอย่างเป็นระบบและเท่าเทียม โดยเฉพาะเมื่อมีหลายสำนวนที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรม การรวมตัว และการจัดประชุมของกลุ่มต่าง ๆ ซึ่งประชาชนต้องการเห็นความคืบหน้าอย่างชัดเจน

สว.พิสิษฐ์วอน กกต.เร่งสอบสำนวนค้างอย่างเป็นธรรม

เมื่อถูกถามถึงกรณีไอลอว์และพรรคประชาชนทยอยเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการเลือก สว. นายพิสิษฐ์ระบุว่า ไอลอว์มีการเปิดเผยข้อมูลมาโดยตลอด และไม่ได้รู้สึกกังวลกับข้อมูลดังกล่าว อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญคือการตรวจสอบว่าข้อมูลที่นำเสนอได้มาโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ หากการได้มาของข้อมูลไม่เป็นไปตามกฎหมาย ก็ต้องเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบและดำเนินการตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง

มุมมองดังกล่าวชี้ให้เห็นว่า การเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะควรมาพร้อมกับความรับผิดชอบ ผู้เปิดเผยข้อมูลควรอธิบายที่มา วิธีการรวบรวม และความถูกต้องของข้อมูลให้ชัดเจน ขณะเดียวกันหน่วยงานรัฐก็ควรเปิดเผยขั้นตอนการตรวจสอบเท่าที่กฎหมายอนุญาต เพื่อให้สังคมสามารถติดตามการทำงานได้อย่างมีเหตุผล ไม่เกิดการตัดสินล่วงหน้าจากข้อมูลเพียงด้านเดียว

ประเด็นสำนวนจาก กกต. และ DSI

อีกประเด็นที่ถูกตั้งคำถามคือ เหตุใด กกต. จึงไม่รับสำนวนของกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI มาประกอบการพิจารณาอย่างเต็มรูปแบบ จนมีเสียงวิจารณ์ว่าสำนวนที่ออกมาอาจยังไม่สมบูรณ์ นายพิสิษฐ์มองว่า เรื่องนี้อยู่ในดุลพินิจของ กกต. เป็นหลัก เนื่องจาก DSI เป็นหน่วยงานคนละส่วนกับ กกต. และการเลือก สว. ที่ผ่านมาอยู่ภายใต้การดำเนินการของ กกต. โดยตรง

อย่างไรก็ตาม การที่หน่วยงานมีอำนาจและหน้าที่แตกต่างกัน ไม่ได้หมายความว่าข้อมูลจากหน่วยงานอื่นจะไม่มีประโยชน์ หากข้อมูลนั้นมีความเกี่ยวข้องและได้มาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย หน่วยงานที่รับผิดชอบควรพิจารณาอย่างรอบคอบ พร้อมชี้แจงเหตุผลว่าข้อมูลใดสามารถนำมาใช้ได้ หรือข้อมูลใดไม่สามารถนำมาประกอบสำนวนได้ เพื่อสร้างความเข้าใจแก่ผู้ถูกกล่าวหาและประชาชน

  • กกต. ควรชี้แจงขั้นตอนและกรอบเวลาการพิจารณาสำนวนให้ชัดเจน
  • ทุกฝ่ายควรยึดหลักกฎหมายและเคารพกระบวนการยุติธรรม
  • ข้อมูลที่เผยแพร่ต่อสังคมควรผ่านการตรวจสอบและระบุแหล่งที่มา
  • ผู้ถูกกล่าวหาควรได้รับทราบข้อกล่าวหาอย่างละเอียดและมีโอกาสชี้แจง
  • ประชาชนควรติดตามข่าวสารจากหลายแหล่งก่อนสรุปข้อเท็จจริง

เรียกร้องให้เร่งตรวจสอบสำนวนที่เหลือ

นายพิสิษฐ์กล่าวว่า ฝ่ายที่ถูกดำเนินคดีได้ให้ความร่วมมือกับกระบวนการตรวจสอบอย่างเต็มที่ จึงอยากให้ กกต. ดำเนินการกับสำนวนอื่น ๆ ด้วยความรวดเร็วและเป็นธรรม โดยทราบว่ายังมีสำนวนที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มไอลอว์ กลุ่มคณะก้าวหน้า และกลุ่มที่จัดกิจกรรมระดับจังหวัดในสถานที่ต่าง ๆ รวมถึงการประชุมที่ห้องประชุมจูปิเตอร์

การเร่งสอบสำนวนไม่ได้หมายถึงการเร่งตัดสินว่าฝ่ายใดผิดหรือถูก แต่หมายถึงการทำให้ทุกคดีเดินหน้าไปตามขั้นตอนอย่างไม่ล่าช้า หากมีหลักฐานเพียงพอ ก็ควรดำเนินการตามกฎหมาย หากหลักฐานยังไม่เพียงพอ ก็ควรแจ้งเหตุผลและเปิดโอกาสให้มีการรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติม แนวทางนี้จะช่วยลดข้อสงสัยเรื่องการเลือกปฏิบัติและทำให้กระบวนการมีความน่าเชื่อถือมากขึ้น

ในมุมของประชาชน ความคืบหน้าของสำนวนมีความสำคัญอย่างมาก เพราะคดีที่เกี่ยวข้องกับการเลือก สว. ส่งผลต่อความเชื่อมั่นทางการเมืองและภาพรวมของระบอบประชาธิปไตย การที่หน่วยงานรัฐใช้เวลานานโดยไม่มีคำอธิบาย อาจทำให้เกิดข่าวลือและความเข้าใจผิด ดังนั้น การสื่อสารอย่างสม่ำเสมอจึงเป็นส่วนหนึ่งของความรับผิดชอบที่ไม่ควรมองข้าม

การเตรียมตัวของผู้ถูกกล่าวหา

สำหรับกรณีที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองรับเรื่องไว้พิจารณา ผู้ที่ถูกกล่าวหาอาจต้องเตรียมตัวเข้าสู่กระบวนการทางคดีอย่างจริงจัง นายพิสิษฐ์กล่าวว่า ผู้ถูกส่งฟ้องบางรายยังไม่ทราบรายละเอียดข้อกล่าวหาอย่างชัดเจน เนื่องจากการแถลงข่าวของ กกต. ระบุข้อกล่าวหาในภาพรวม แต่ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเชิงลึกทั้งหมด

หลักการสำคัญคือ ผู้ถูกกล่าวหาทุกคนควรได้รับทราบข้อเท็จจริงและข้อกล่าวหาอย่างครบถ้วน มีสิทธิรวบรวมพยานหลักฐาน และมีโอกาสชี้แจงตามขั้นตอนของกฎหมาย การตั้งข้อสงสัยหรือการวิพากษ์วิจารณ์สามารถทำได้ แต่ควรแยกให้ชัดเจนระหว่างข้อเท็จจริง ความเห็น และคำตัดสินของศาล เพื่อไม่ให้บุคคลใดถูกตัดสินจากกระแสสังคมก่อนกระบวนการยุติธรรมจะสิ้นสุด

ส่วนกรณีสมาชิกวุฒิสภาบางรายยกเลิกการเดินทางเข้าร่วมโครงการวุฒิสภาพบสื่อมวลชนสัญจร นายพิสิษฐ์ระบุว่ายังไม่ทราบเหตุผลที่แน่ชัด เนื่องจากยังไม่ได้พูดคุยกันโดยตรง และอาจมีภารกิจเร่งด่วนหรือเหตุผลส่วนตัว ทั้งนี้ เรื่องดังกล่าวอาจเกี่ยวข้องกับการเตรียมตัวทางคดี แต่ยังไม่ควรสรุปจนกว่าจะมีข้อมูลยืนยันจากผู้เกี่ยวข้อง

ประชาชนควรติดตามข่าวอย่างไร

สถานการณ์นี้ทำให้เห็นว่าประชาชนควรติดตามข้อมูลจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือ และตรวจสอบรายละเอียดก่อนแชร์ต่อ โดยเฉพาะข่าวที่มีถ้อยคำกล่าวหาหรือพาดพิงบุคคล การอ่านเพียงพาดหัวข่าวอาจทำให้เข้าใจบริบทไม่ครบถ้วน ควรดูว่าข้อมูลนั้นมาจากใคร มีเอกสารหรือหลักฐานสนับสนุนหรือไม่ และเป็นความเห็นของบุคคลหรือเป็นข้อเท็จจริงที่ผ่านการยืนยันแล้ว

ขณะเดียวกัน กกต. ควรสื่อสารกับสังคมอย่างตรงไปตรงมาเกี่ยวกับจำนวนสำนวนที่อยู่ระหว่างการพิจารณา สถานะของแต่ละเรื่อง และขั้นตอนถัดไป โดยไม่กระทบต่อความลับของคดีหรือสิทธิของผู้เกี่ยวข้อง หากหน่วยงานสามารถทำให้ประชาชนเห็นภาพรวมของกระบวนการได้ ก็จะช่วยลดความกังวลและเพิ่มความเชื่อมั่นต่อการทำงานขององค์กรอิสระ

โดยสรุป ประเด็น สว.พิสิษฐ์วอน กกต.เร่งสอบสำนวนค้าง ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของบุคคลหรือกลุ่มการเมืองใดกลุ่มหนึ่ง แต่เกี่ยวข้องกับมาตรฐานการบังคับใช้กฎหมาย ความโปร่งใส และความเชื่อมั่นของประชาชนต่อกระบวนการเลือก สว. ทุกฝ่ายจึงควรเคารพกติกา เปิดเผยข้อมูลอย่างรับผิดชอบ และปล่อยให้กระบวนการยุติธรรมทำหน้าที่อย่างเต็มที่

ข้อคิดสำหรับประชาชน: การติดตามคดีการเมืองควรใช้เหตุผล ตรวจสอบข้อมูลหลายด้าน และไม่รีบสรุปก่อนมีคำวินิจฉัยที่ชัดเจน ส่วนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรเร่งดำเนินการด้วยความเป็นธรรม เพื่อให้ทุกสำนวนได้รับการพิจารณาอย่างเท่าเทียมและโปร่งใส

ที่มา – ‘สว.พิสิษฐ์’ ขอประชาชนยึดข้อกฎหมาย และวอน กกต.เร่งสอบสำนวนที่ค้าง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *