สหรัฐวิจารณ์ กัมพูชายืนโทษกบฏอดีตผู้นำฝ่ายค้าน แต่โดนพนมเปญตอกกลับ
ในเหตุการณ์ล่าสุดที่สร้างความฮือฮาในเวทีการเมืองนานาชาติ สหรัฐวิจารณ์ กัมพูชายืนโทษกบฏอดีตผู้นำฝ่ายค้าน แต่โดนพนมเปญตอกกลับ อย่างดุเดือด สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงพนมเปญ เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม ว่ากระทรวงการต่างประเทศสหรัฐออกแถลงการณ์แสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์กัมพูชา ซึ่งยืนยันตามศาลชั้นต้นให้จำคุกนายเกิม สุขา อดีตผู้นำพรรคฝ่ายค้านและผู้ร่วมก่อตั้งพรรคกู้ชาติกัมพูชา (CNRP) เป็นเวลา 27 ปี ในข้อหากบฏหรือขายชาติ
สหรัฐวิจารณ์ กัมพูชายืนโทษกบฏอดีตผู้นำฝ่ายค้าน แต่โดนพนมเปญตอกกลับ
สหรัฐยืนยันว่าข้อกล่าวหาที่ว่าประเทศตัวเองเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับคดีนี้เป็นเรื่องเท็จและขาดความรับผิดชอบ โดยก่อนหน้านี้เคยประณามกระบวนการไต่สวนว่าเป็นทฤษฎีสมคบคิดที่ถูกกุขึ้น นอกจากนี้ สหรัฐยังชี้ว่าการจำกัดเสรีภาพในการแสดงออกและการรวมกลุ่มของกัมพูชาจะส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ในเวทีโลก โดยเฉพาะท่ามกลางการดำเนินคดีมวลชนกับนักการเมืองฝ่ายค้านกว่า 100 คน ซึ่งหลายรายถูกตัดสินลับหลัง
รายละเอียดคดีนายเกิม สุขาและบริบททางการเมือง
นายเกิม สุขา เป็นหนึ่งในผู้นำฝ่ายค้านที่โดดเด่น ก่อนหน้าที่พรรค CNRP จะถูกยุบในปี 2561 เขาเคยเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยในกัมพูชา คดีนี้เกิดขึ้นหลังจากรัฐบาลกัมพูชาภายใต้การนำของสมเด็จฮุน เซน (ปัจจุบันเป็นประธานวุฒิสภา) และบุตรชาย พล.อ.ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน กล่าวหาว่าฝ่ายค้านสมคบคิดกับต่างชาติเพื่อล้มล้างรัฐบาล
- ศาลชั้นต้นตัดสินจำคุก 27 ปี เมื่อปีก่อน
- ศาลอุทธรณ์ยืนยันคำพิพากษาเมื่อ 30 เมษายน
- สหรัฐมองว่าเป็นการปราบปรามฝ่ายตรงข้าม
- กัมพูชาโต้ว่าสหรัฐเองก็มีปัญหาสิทธิมนุษยชน
ด้านกระทรวงการต่างประเทศไทยกัมพูชาไม่ยอมแพ้ ตอกกลับสหรัฐว่าภาครัฐบาลทรัมป์กำลังเผชิญแรงเสียดทานจากผู้เชี่ยวชาญสิทธิมนุษยชนเช่นกัน ในประเด็นการละเมิดกระบวนการยุติธรรม การปราบปรามผู้ประท้วงในมหาวิทยาลัย นโยบายคนเข้าเมืองที่เข้มงวด และการจัดการคู่แข่งทางการเมือง นอกจากนี้ยังถูกมองว่านโยบายต่างประเทศแบบจักรวรรดินิยมและใช้อำนาจในทางที่ผิด
พล.อ.ฮุน มาเนต ยืนยันว่ารัฐบาลไม่มีนโยบายกวาดล้างฝ่ายตรงข้าม แต่เน้นความมั่นคงของชาติ เหตุการณ์ สหรัฐวิจารณ์ กัมพูชายืนโทษกบฏอดีตผู้นำฝ่ายค้าน แต่โดนพนมเปญตอกกลับ นี้ สะท้อนถึงความตึงเครียดระหว่างชาติตะวันตกกับรัฐบาลกัมพูชาที่ใกล้ชิดจีนมากขึ้น โดยสหรัฐมองว่าเป็นการถดถอยของประชาธิปไตยในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐ-กัมพูชา
ความขัดแย้งครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรก สหรัฐเคยคว่ำบาตรเจ้าหน้าที่กัมพูชาและยุติความช่วยเหลือบางส่วน ขณะที่พนมเปญหันไปพึ่งพาจีนมากขึ้นในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เช่น เขตเศรษฐกิจพิเศษไชนทาวน์ นักวิเคราะห์เห็นว่าหากยืดเยื้อ อาจกระทบเศรษฐกิจกัมพูชาที่พึ่งพาการส่งออกไปสหรัฐ
จากมุมมองของผู้เขียน เหตุการณ์นี้เป็นตัวอย่างของการเมืองระหว่างประเทศที่แต่ละฝ่ายใช้สิทธิมนุษยชนเป็นเครื่องมือต่อรอง สหรัฐควรพิจารณาบริบทภายในกัมพูชาให้รอบคอบมากขึ้น ขณะที่พนมเปญต้องพิสูจน์ความโปร่งใสในกระบวนการยุติธรรมเพื่อรักษาภาพลักษณ์ หากคุณสนใจข่าวการเมืองนานาชาติ ลองติดตามบทวิเคราะห์เพิ่มเติมจากเราเพื่อเข้าใจโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
ที่มา – สหรัฐวิจารณ์ กัมพูชายืนโทษกบฏอดีตผู้นำฝ่ายค้าน แต่โดนพนมเปญตอกกลับ