‘เท้ง’ รำลึก 20 ปีรัฐประหาร 19 ก.ย.
‘เท้ง’ รำลึก 20 ปีรัฐประหาร 19 ก.ย. พร้อมย้อนมองเส้นทางการเมืองไทยตลอดสองทศวรรษที่ผ่านมา โดยชี้ให้เห็นว่าการรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 ไม่ได้เป็นเพียงการเปลี่ยนรัฐบาลเท่านั้น แต่ยังเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงกติกาทางการเมืองครั้งใหญ่ และส่งผลต่อสังคมไทยมาจนถึงปัจจุบัน
‘เท้ง’ รำลึก 20 ปีรัฐประหาร 19 ก.ย. กับจุดเริ่มต้นวิกฤตการเมือง
นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชนและผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร โพสต์ข้อความรำลึกครบรอบ 20 ปีเหตุการณ์รัฐประหาร 19 กันยายน 2549 โดยระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวนำโดยคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือ คปค. ซึ่งมี พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน เป็นผู้นำ
รัฐประหารครั้งนั้นยึดอำนาจจากรัฐบาลพลเรือนและฉีกรัฐธรรมนูญ 2540 ซึ่งได้รับการยอมรับว่าเป็นรัฐธรรมนูญที่ประชาชนมีส่วนร่วมมากที่สุดฉบับหนึ่ง เนื้อหาของรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าวมุ่งสร้างระบบการเมืองที่ทำให้พรรคการเมืองเข้มแข็ง รัฐบาลมีเสถียรภาพ และมีองค์กรอิสระทำหน้าที่ตรวจสอบถ่วงดุลอำนาจ
บทเรียนจากรัฐประหาร 2549 และรัฐธรรมนูญ 2550
แม้รัฐธรรมนูญ 2540 จะมีข้อจำกัดและเปิดช่องให้ฝ่ายบริหารแทรกแซงการเมืองได้ในบางด้าน แต่การรัฐประหาร 2549 ได้เปิดทางให้เกิดการใช้อำนาจพิเศษผ่านกลไกต่าง ๆ ทั้งกระบวนการยุติธรรมทางการเมือง การยุบพรรค และการตัดสิทธิทางการเมือง ส่งผลให้ความขัดแย้งขยายตัวมากขึ้น
ต่อมามีการจัดทำรัฐธรรมนูญ 2550 ภายใต้บริบทของการรัฐประหาร โดยมีแนวคิดลดความเข้มแข็งของฝ่ายการเมืองและเพิ่มบทบาทขององค์กรที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง แม้จะมีการทำประชามติ แต่ประชาชนจำนวนหนึ่งในเวลานั้นมองว่าเป็นการยอมรับไปก่อนแล้วค่อยแก้ไขภายหลัง
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลและพรรคการเมืองที่มาจากการเลือกตั้งยังคงได้รับความนิยม ความขัดแย้งจึงไม่ได้สิ้นสุดลง การยุบพรรค การตัดสิทธิทางการเมือง การย้ายขั้ว และการชุมนุมหลายครั้งทำให้รัฐประหาร 2549 ถูกเรียกว่าเป็นรัฐประหารที่เสียของ เพราะไม่สามารถหยุดความต้องการเปลี่ยนแปลงของประชาชนได้
รัฐประหาร 2557 และโครงสร้างอำนาจใหม่
เมื่อความขัดแย้งกลับมาอีกครั้ง วันที่ 22 พฤษภาคม 2557 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ทำรัฐประหารในนาม คสช. การยึดอำนาจครั้งนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการเปลี่ยนรัฐบาล แต่ยังสร้างกลไกเพื่อควบคุมการเมืองในช่วงเปลี่ยนผ่าน และวางโครงสร้างสำหรับการสืบทอดอำนาจผ่านรัฐธรรมนูญ 2560
รัฐธรรมนูญ 2560 ถูกนำเสนอในฐานะรัฐธรรมนูญฉบับปราบโกง แต่ขณะเดียวกันก็ออกแบบโครงสร้างอำนาจที่ส่งผลต่อการเมืองไทยในระยะยาว ตัวอย่างสำคัญคือการให้สมาชิกวุฒิสภา 250 คนมีส่วนร่วมเลือกนายกรัฐมนตรีในช่วง 5 ปีแรก รวมถึงการกำหนดให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องได้รับเสียงสนับสนุนจาก สว. อย่างน้อยหนึ่งในสาม
- รัฐประหาร 2549 ทำให้รัฐธรรมนูญ 2540 สิ้นสุดลง
- รัฐธรรมนูญ 2550 เพิ่มบทบาทกลไกตรวจสอบนอกระบบเลือกตั้ง
- รัฐประหาร 2557 วางโครงสร้างอำนาจต่อเนื่องผ่านรัฐธรรมนูญ 2560
- การเลือกตั้งและประชามติสะท้อนความต้องการเปลี่ยนแปลงของประชาชน
ที่มาของระบอบสีน้ำเงินและความหวังรัฐธรรมนูญใหม่
หลังการชุมนุมทางการเมืองในช่วงปี 2563-2564 และการเลือกตั้งปี 2566 เสียงของประชาชนสะท้อนความต้องการปฏิรูปโครงสร้างอำนาจอย่างชัดเจน นายณัฐพงษ์มองว่า การยึดกุมอำนาจในปัจจุบันไม่จำเป็นต้องใช้กองทัพเพียงอย่างเดียว แต่อาจเกิดขึ้นผ่านการออกแบบกติกาและการควบคุมกลไกที่มีอำนาจกำหนดกติกาเหล่านั้น
แนวคิดดังกล่าวนำไปสู่การพูดถึง ระบอบสีน้ำเงิน ซึ่งถูกมองว่าแทรกอยู่ในหลายส่วนของอำนาจรัฐ โดยเฉพาะ สว. สีน้ำเงินที่มาจากกระบวนการเลือกสมาชิกวุฒิสภา ทั้งนี้ ประเด็นดังกล่าวยังเป็นข้อถกเถียงทางการเมืองและอยู่ในกระบวนการตรวจสอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ในต้นปี 2569 มีการลงประชามติถามประชาชนว่าต้องการรัฐธรรมนูญฉบับใหม่มาแทนรัฐธรรมนูญ 2560 หรือไม่ ผลปรากฏว่ามีผู้เห็นชอบประมาณ 21 ล้านเสียง จากผู้ลงคะแนนราว 36 ล้านเสียง ตัวเลขนี้ถูกมองว่าเป็นสัญญาณสำคัญที่สะท้อนความต้องการของประชาชนในการออกแบบกติกาสูงสุดฉบับใหม่
แม้เวลาจะผ่านไปหลายเดือน แต่กระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ยังไม่เห็นความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรม คำถามสำคัญจึงอยู่ที่รัฐบาลและรัฐสภาจะเดินหน้าตามเจตนารมณ์ของประชาชนอย่างไร เพื่อไม่ให้ 21 ล้านเสียงกลายเป็นเพียงตัวเลขในประวัติศาสตร์การเมือง
‘เท้ง’ รำลึก 20 ปีรัฐประหาร 19 ก.ย. จึงไม่ใช่เพียงการมองย้อนกลับไปยังเหตุการณ์ในอดีต แต่เป็นการชวนสังคมตั้งคำถามถึงอนาคตว่า ประเทศไทยจะยังวนเวียนอยู่ในวิกฤตเดิมหรือจะร่วมกันสร้างกติกาที่ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง
บทเรียนตลอด 20 ปีชี้ให้เห็นว่า การแก้ปัญหาการเมืองอย่างยั่งยืนไม่ควรอาศัยการยึดอำนาจหรือกลไกที่ลดทอนเสียงของประชาชน หากสังคมต้องการเห็นอนาคตใหม่ การติดตามกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญและการมีส่วนร่วมอย่างสร้างสรรค์ของประชาชนคือพลังสำคัญที่จะช่วยหยุดวงจรวิกฤตได้
ที่มา – ‘เท้ง’ รำลึก 20 ปีรัฐประหาร 19 ก.ย. ชนวนเหตุรัฐประหารซ้ำปี 57 เผยที่มา ‘ระบอบน้ำเงิน’