สั่งพ้นราชการยกก๊วน ‘ผบ.เรือนจำ-เลขาฯ-ผู้คุม’
กรมราชทัณฑ์เคลื่อนไหวเด็ดขาดอีกครั้ง หลังจากที่มีข่าวใหญ่ “สั่งพ้นราชการยกก๊วน ‘ผบ.เรือนจำ-เลขาฯ-ผู้คุม’ เซ็นปมห้องลับใต้บันไดคุกวีไอพีจีนเทา” ซึ่งกลายเป็นประเด็นร้อนที่ทุกคนพูดถึง กรณีนี้เกิดจากข้อร้องเรียนของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เกี่ยวกับการให้สิทธิพิเศษแบบ VIP แก่ผู้ต้องขังชาวจีนในเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร สิ่งนี้ไม่เพียงละเมิดหลักเท่าเทียม แต่ยังเป็นการเลือกปฏิบัติที่ไม่เหมาะสมกับระบบราชทัณฑ์ไทย
สั่งพ้นราชการยกก๊วน ‘ผบ.เรือนจำ-เลขาฯ-ผู้คุม’ เซ็นปมห้องลับใต้บันไดคุกวีไอพีจีนเทา
เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2569 กรมราชทัณฑ์ออกเอกสารชี้แจงความคืบหน้าในการกวาดล้างทุจริตภายในองค์กร เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน เริ่มจากกระทรวงยุติธรรมมีคำสั่งที่ 240/2568 ลงวันที่ 24 พฤศจิกายน 2568 แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยร้ายแรงต่อผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ และเลขานุการส่วนตัว พร้อมสั่ง “ออกจากราชการไว้ก่อน” ทันที เพื่อให้การสอบสวนโปร่งใส
ไม่หยุดแค่นั้น การตรวจสอบเชิงลึกพบว่ากลุ่มนี้มีพฤติกรรมเรียกรับผลประโยชน์ โดยละเว้นไม่ดำเนินการทางวินัยและอาญาต่อผู้ต้องขังที่ครอบครองโทรศัพท์มือถือ ซึ่งผิดกฎระเบียบอย่างร้ายแรง นอกจากนี้ ยังเอื้อประโยชน์ให้ทนายความเข้าเยี่ยมผู้ต้องขังแบบมิชอบ เพื่อแลกผลประโยชน์ กรมราชทัณฑ์จึงรายงานกระทรวงฯ และมีคำสั่งที่ 1562/2568 ลงวันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 สอบสวนเจ้าหน้าที่กลุ่มนี้ทั้งหมด สั่งออกจากราชการไว้ก่อนเช่นกัน
ขั้นตอนทางคดีอาญาและการปราบปรามทุจริต
ในส่วนคดีอาญา กรมราชทัณฑ์ส่งหลักฐานทั้งหมดให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ซึ่งสอบสวนเสร็จแล้ว และส่งสำนวนให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พิจารณาดำเนินคดีให้ถึงที่สุด ทุกอย่างยึดหลักพยานหลักฐานและระเบียบวินัยอย่างตรงไปตรงมา ไม่มีผู้ใดได้รับการช่วยเหลือ
- ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ: ถูกสอบวินัยร้ายแรงจากห้องลับ VIP
- เลขานุการส่วนตัว: มีส่วนเรียกรับผลประโยชน์
- เจ้าหน้าที่ผู้คุม: ละเว้นไม่ยึดโทรศัพท์ผู้ต้องขัง
- กลุ่มที่เอื้อทนายความ: แลกผลประโยชน์จากการเยี่ยมมิชอบ
กรมราชทัณฑ์ยืนยันการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังทุกคนเท่าเทียม ไม่มีข้อยกเว้น กำชับเรือนจำทั่วประเทศให้ยึด พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ พ.ศ. 2560 ระเบียบที่เกี่ยวข้อง และมาตรฐาน SOPs ในการควบคุมผู้ต้องขัง เพื่อความโปร่งใส เคารพสิทธิมนุษยชน และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
ผลกระทบต่อระบบราชทัณฑ์และบทเรียนที่ได้
เหตุการณ์ “สั่งพ้นราชการยกก๊วน ‘ผบ.เรือนจำ-เลขาฯ-ผู้คุม’ เซ็นปมห้องลับใต้บันไดคุกวีไอพีจีนเทา” นี้ สะท้อนปัญหาการทุจริตที่ฝังรากในเรือนจำ ซึ่งอาจนำไปสู่การละเมิดสิทธิมนุษยชนและเสียความน่าเชื่อถือของหน่วยงานรัฐ การดำเนินการครั้งนี้เป็นสัญญาณดีว่า รัฐบาลไม่ยอมให้เกิดขึ้นอีก ช่วยยกระดับมาตรฐานการทำงานของเจ้าหน้าที่ทั่วประเทศ
นอกจากนี้ ยังกระตุ้นให้เกิดการตรวจสอบเรือนจำอื่นๆ ทั่วไทย เพื่อป้องกันห้องลับ VIP หรือการให้สิทธิพิเศษแบบนี้ในอนาคต ผู้ต้องขังทุกคน ไม่ว่าจะสัญชาติใด ต้องได้รับการปฏิบัติตามกฎหมายเท่าเทียมกัน
ในมุมมองของเรา การกวาดล้างทุจริตแบบนี้เป็นก้าวสำคัญสู่ระบบราชทัณฑ์ที่โปร่งใสและยุติธรรมมากขึ้น หากปล่อยไว้ อาจเกิดปัญหาใหญ่กว่านี้ได้ คุณคิดอย่างไรกับกรณีนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความเพื่อให้คนอื่นรับรู้ข้อมูลสำคัญ!
ที่มา – สั่งพ้นราชการยกก๊วน ‘ผบ.เรือนจำ-เลขาฯ-ผู้คุม’ เซ็นปมห้องลับใต้บันไดคุกวีไอพีจีนเทา