สาวไทยหลงเชื่อ ฝันงานเดือนละ 1.8 หมื่น ตื่นมาอีกทีถูกบังคับเปิดบัญชีให้โจร

ฝันงานเดือนละ 1.8 หมื่น ตื่นมาอีกทีเปิดบัญชีให้โจร

เรื่องราวของน้องอมร (นามสมมุติ) หญิงสาวคนหนึ่งที่หลงเชื่อโฆษณาชวนเชื่อเรื่องงานต่างประเทศ เดินทางไปยังประเทศกัมพูชาด้วยความหวังว่าจะได้รับค่าจ้างเดือนละ 18,000 บาท แต่สุดท้ายกลับตื่นมาอีกทีในห้วงนรกของแก๊งค์ไซเบอร์ ถูกบังคับเปิดบัญชีธนาคารและถูกใช้งานเป็นเครื่องมือในการฟอกเงิน

เรื่องนี้ถือเป็นอีกหนึ่งเคสที่สะท้อนให้เห็นถึงความอันตรายของกลุ่มมิจฉาชีพที่แฝงตัวอยู่ในรูปแบบการรับสมัครงานออนไลน์ ซึ่งมักจะใช้ข้อเสนอที่ดูดีเกินจริง เช่น รายได้สูง ไม่ต้องมีประสบการณ์ หรือแม้แต่การเดินทางไปต่างประเทศ

เส้นทางสู่นรกของ ฝันงานเดือนละ 1.8 หมื่น ตื่นมาอีกทีเปิดบัญชีให้โจร

ย้อนกลับไปในช่วงแรก น้องอมรถูกชักชวนให้เปิดบัญชีธนาคาร 2 บัญชี และมีการว่าจ้างให้ไปทำงานที่ประเทศกัมพูชา โดยมีการเสนอค่าแรงเดือนละ 18,000 บาท ฟังดูดีใช่ไหม? แต่ความจริงแล้วนี่คือจุดเริ่มต้นของหายนะ

หลังจากนั้น มีรถมารับพาเดินทางไปยังรีสอร์ตแห่งหนึ่งในจังหวัดสระแก้ว ซึ่งพบว่ามีผู้หลงเชื่อในลักษณะเดียวกันอีกหลายคนพักอยู่ จากนั้นจึงมีบุคคล 2 คนพาเดินทางข้ามช่องทางธรรมชาติไปยังฝั่งกัมพูชา

ระหว่างการเดินทาง ได้เกิดเหตุการณ์ตื่นตระหนก เมื่อมีทหารกัมพูชายิงปืนไล่หลัง ทำให้ผู้นำทางหลบหนี ทิ้งให้น้องอมรและเพื่อน ๆ อีก 4 คนถูกจับกุม ก่อนจะถูกส่งต่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจกัมพูชา

ถูกบังคับเปิดบัญชีและถูกใช้เป็นเครื่องมือฟอกเงิน

หลังจากถูกส่งตัวไปทำงาน น้องอมรและเพื่อน ๆ คนไทยอีกหลายคนถูกควบคุมตัวไว้ ไม่ได้รับค่าตอบแทน และถูกบังคับให้ทำงานเกี่ยวกับบัญชีการเงิน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายการฟอกเงินข้ามชาติ

ภายในอาคาร พวกเขาถูกบังคับให้สแกนใบหน้า เปิดบัญชีเพิ่ม และโอนเงินจากบัญชีของตนไปยังบัญชีของนายจ้าง ซึ่งมีการเปลี่ยนสกุลเงินไปมาเพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบ

น้องอมรเล่าว่า เธอพบว่าคนไทยบางรายมีเงินหมุนเวียนในบัญชีหลายสิบล้านบาท และเมื่อยอดเงินรวมครบทุก 500 ล้านบาท จะมีการแสดงความยินดีจากกลุ่มผู้ควบคุม

ในแต่ละวัน มีเงินโอนเข้าออกบัญชีต่าง ๆ ของกลุ่มดังกล่าวรวมกันหลายพันล้านบาท หากผู้ใดคิดหลบหนีหรือขัดขืนจะถูกทำร้ายร่างกาย บางรายถูกนำตัวออกไปทรมานและไม่กลับมาอีก

รอดชีวิตจากการเป็นเครื่องมือของ ฝันงานเดือนละ 1.8 หมื่น ตื่นมาอีกทีเปิดบัญชีให้โจร

จุดเปลี่ยนของน้องอมรเกิดขึ้นเมื่อบัญชีของเธอถูกอายัดหรือกลายเป็นบัญชีตาย ไม่มีประโยชน์ต่อขบวนการ นายจ้างจึงปล่อยตัว โดยพาไปทิ้งไว้บริเวณริมป่าอ้อยในช่วงเช้ามืด พร้อมบอกให้เดินไปเรื่อย ๆ จะพบทางออก

น้องอมรจึงเดินจนถึงแนวชายแดน และพบกับทหารไทย ก่อนถูกจับในข้อหาหลบหนีเข้าเมืองผิดกฎหมาย เมื่อชำระค่าปรับและเดินทางกลับบ้าน จึงพบว่ามีหมายเรียกจากเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวนมาก

นี่คือความจริงที่โหดร้ายของขบวนการค้ามนุษย์และการฟอกเงินข้ามชาติ ที่แฝงตัวอยู่ในรูปแบบการรับสมัครงาน

ข้อควรระวังและคำเตือน

น้องอมรได้ฝากเตือนประชาชนว่า การรับสมัครงานในลักษณะดังกล่าวไม่เป็นความจริง และผู้ที่ถูกหลอกไปอาจไม่ได้โชคดีเหมือนตนเอง

พร้อมกันนั้น เธอยังระบุว่ายังมีคนไทยอีกจำนวนมากที่ถูกควบคุมตัวอยู่ในประเทศกัมพูชา และถูกใช้งานเป็นเครื่องมือในการฟอกเงิน

  • ระวังการรับสมัครงานที่เสนอรายได้สูงเกินจริง
  • หลีกเลี่ยงการเปิดบัญชีธนาคารให้ผู้อื่น
  • อย่าหลงเชื่อโฆษณาชวนเชื่อที่ไม่มีหลักฐานยืนยัน
  • ตรวจสอบแหล่งที่มาของงานและบริษัทก่อนตัดสินใจ
  • หากพบสิ่งผิดปกติ ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที

เรื่องราวของน้องอมรเป็นอีกหนึ่งบทเรียนที่ควรเตือนใจทุกคนให้ระมัดระวังกับการรับสมัครงานออนไลน์ โดยเฉพาะงานที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางไปต่างประเทศ หรือการเปิดบัญชีธนาคารให้ผู้อื่น

อย่าลืมว่าความหวังในการมีชีวิตที่ดีขึ้น ไม่ควรแลกมาด้วยอิสรภาพและชีวิตของตนเอง

ที่มา – ฝันงานเดือนละ 1.8 หมื่น ตื่นมาอีกทีเปิดบัญชีให้โจร สาวไทยรอดกลับบ้านหลังถูกปล่อยเข้าป่า

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *