‘สีหศักดิ์’ ชี้ นายกฯ ไปนอก เพื่อปกป้องผลประโยชน์ประเทศ
ประเด็นการเดินทางไปต่างประเทศของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กลายเป็นเรื่องที่ได้รับความสนใจ หลังมีเสียงวิจารณ์ว่าการเดินทางหลายครั้งในช่วงเดือนพฤศจิกายนอาจสะท้อนว่า รัฐบาลไม่ได้ให้ความสำคัญกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจ อย่างไรก็ตาม นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ออกมาชี้แจงว่า ภารกิจระหว่างประเทศของนายกรัฐมนตรีมีความสำคัญต่อประเทศโดยตรง
นายสีหศักดิ์อธิบายว่า การประชุมระดับนานาชาติที่นายกรัฐมนตรีจะเข้าร่วม ไม่ได้เป็นเพียงการพบปะตามธรรมเนียมทางการทูต แต่เป็นเวทีที่ประเทศไทยต้องใช้เพื่อสื่อสารจุดยืน ผลักดันความร่วมมือ และรักษาผลประโยชน์ของประเทศในหลายด้าน โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคง การค้า และความสัมพันธ์กับประเทศคู่เจรจา
‘สีหศักดิ์’ ชี้ นายกฯ ไปนอก เพื่อปกป้องผลประโยชน์ประเทศ
เหตุผลสำคัญที่ทำให้การเดินทางของนายกรัฐมนตรีมีความจำเป็น คือกำหนดการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ซึ่งมีผู้นำจากประเทศสมาชิกอาเซียนเข้าร่วม รวมถึงผู้นำจากประเทศคู่เจรจาในภูมิภาคและนอกภูมิภาค การประชุมลักษณะนี้เปิดโอกาสให้ผู้นำแต่ละประเทศแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับสถานการณ์โลก และร่วมกำหนดแนวทางรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่ส่งผลต่อประชาชนและเศรษฐกิจ
นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่าโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา จะเข้าร่วมการประชุมด้วย การมีผู้นำจากประเทศมหาอำนาจเข้าร่วมยิ่งทำให้เวทีดังกล่าวมีความสำคัญต่อทิศทางความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ นายกรัฐมนตรีจึงจำเป็นต้องเข้าร่วมด้วยตนเอง เพื่อแสดงบทบาทของไทยและพูดคุยกับผู้นำประเทศต่าง ๆ อย่างใกล้ชิด
เหตุผลที่ ‘สีหศักดิ์’ ชี้ นายกฯ ไปนอก มีความสำคัญ
อีกหนึ่งเวทีสำคัญคือการประชุมความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก หรือเอเปค ซึ่งเป็นการประชุมที่ครอบคลุมประเด็นเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน การพัฒนาเทคโนโลยี และการเชื่อมโยงระหว่างประเทศในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก เวทีนี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับโอกาสทางธุรกิจของไทย การขยายตลาดส่งออก และการดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติ
การที่นายกรัฐมนตรีเข้าร่วมประชุมด้วยตัวเอง จึงช่วยให้ไทยสามารถนำเสนอศักยภาพของประเทศได้อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นการส่งเสริมอุตสาหกรรมใหม่ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การยกระดับเศรษฐกิจดิจิทัล หรือการสร้างความร่วมมือด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม การพูดคุยโดยตรงกับผู้นำและผู้แทนประเทศต่าง ๆ ยังช่วยสร้างความเชื่อมั่นว่าไทยพร้อมมีบทบาทในเวทีโลก
- ด้านเศรษฐกิจ: ไทยสามารถผลักดันความร่วมมือทางการค้าและการลงทุน รวมถึงเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยเข้าถึงตลาดใหม่
- ด้านการทูต: นายกรัฐมนตรีสามารถสื่อสารจุดยืนของไทย และสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับประเทศคู่เจรจา
- ด้านความมั่นคง: การแลกเปลี่ยนข้อมูลกับประเทศต่าง ๆ ช่วยให้ไทยเตรียมพร้อมรับมือกับความเสี่ยงระดับภูมิภาค
- ด้านภาพลักษณ์ประเทศ: การเข้าร่วมเวทีสำคัญสะท้อนว่าไทยมีความพร้อมและต้องการมีบทบาทเชิงรุก
นายสีหศักดิ์ยังกล่าวถึงความสำคัญของการทำให้ไทยไม่ได้อยู่แถวกลาง แต่ควรอยู่แถวหน้าในเวทีระหว่างประเทศ แนวคิดนี้หมายถึงการที่ไทยต้องแสดงบทบาทอย่างสร้างสรรค์ ไม่ใช่เพียงเข้าร่วมประชุมเพื่อรับฟัง แต่ต้องมีข้อเสนอ มีวิสัยทัศน์ และสามารถประสานความร่วมมือกับประเทศอื่นได้อย่างเป็นรูปธรรม
ในโลกที่สถานการณ์เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การตัดสินใจของประเทศหนึ่งอาจส่งผลกระทบต่ออีกหลายประเทศ การมีผู้นำเข้าร่วมประชุมจึงช่วยให้ไทยรับรู้ทิศทางนโยบายของประเทศต่าง ๆ ได้รวดเร็วขึ้น และสามารถเตรียมแนวทางรับมือกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับเศรษฐกิจและความมั่นคงของไทย
ภารกิจต่างประเทศกับคำถามเรื่องการอภิปรายไม่ไว้วางใจ
สำหรับข้อกังวลว่าการเดินทางไปต่างประเทศอาจทำให้นายกรัฐมนตรีไม่ให้ความสำคัญกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ฝ่ายรัฐบาลมองว่า ภารกิจทั้งสองด้านสามารถบริหารจัดการให้สอดคล้องกันได้ การอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นกลไกสำคัญของระบบรัฐสภา ขณะเดียวกัน การประชุมระหว่างประเทศที่มีการกำหนดวันและวาระล่วงหน้าก็เป็นภารกิจที่ประเทศไม่ควรละเลย
นายสีหศักดิ์ระบุว่า โดยปกติแล้วผู้นำประเทศจำเป็นต้องเข้าร่วมการประชุมสำคัญด้วยตัวเอง เว้นแต่จะเกิดวิกฤติร้ายแรงหรือมีเหตุจำเป็นจริง ๆ จนไม่สามารถเดินทางได้ การไม่เข้าร่วมอาจทำให้ไทยเสียโอกาสในการแสดงจุดยืน และลดความต่อเนื่องของความสัมพันธ์กับประเทศคู่มิตร
มุมมองดังกล่าวสะท้อนว่า การทำงานของรัฐบาลมีหลายมิติ นายกรัฐมนตรีต้องดูแลทั้งการเมืองภายในประเทศและบทบาทของไทยในระดับนานาชาติ แม้ภารกิจแต่ละด้านอาจเกิดขึ้นในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน แต่ทุกเรื่องล้วนมีผลต่อความเชื่อมั่นของประชาชน นักลงทุน และประเทศพันธมิตร
อย่างไรก็ตาม ประชาชนยังคงคาดหวังให้รัฐบาลสื่อสารเรื่องกำหนดการและเหตุผลของการเดินทางอย่างชัดเจน การให้ข้อมูลที่ครบถ้วนจะช่วยลดความเข้าใจผิด และทำให้สังคมเห็นภาพว่าภารกิจดังกล่าวนำประโยชน์อะไรกลับมาสู่ประเทศไทยบ้าง ไม่ว่าจะเป็นข้อตกลงใหม่ โอกาสการลงทุน หรือความร่วมมือที่จะช่วยแก้ปัญหาในระยะยาว
โดยสรุป การเดินทางของนายกรัฐมนตรีไปเข้าร่วมประชุมอาเซียนและเอเปคไม่ได้เป็นเพียงการเดินทางตามตารางงาน แต่เกี่ยวข้องกับการรักษาผลประโยชน์ของประเทศในเวทีโลก ตามที่ ‘สีหศักดิ์’ ชี้ นายกฯ ไปนอก เพื่อปกป้องผลประโยชน์ประเทศ ทั้งนี้ ผลสำเร็จของภารกิจควรได้รับการรายงานต่อประชาชนอย่างโปร่งใส เพื่อให้ทุกฝ่ายประเมินได้ว่าการดำเนินนโยบายต่างประเทศสร้างประโยชน์ให้ไทยอย่างเป็นรูปธรรมเพียงใด
ในมุมมองของผู้เขียน ไทยควรใช้เวทีระหว่างประเทศให้คุ้มค่าที่สุด การมีผู้นำเข้าร่วมประชุมเป็นเพียงจุดเริ่มต้น สิ่งสำคัญกว่าคือการนำโอกาสจากเวทีเหล่านั้นกลับมาพัฒนาเศรษฐกิจ สร้างงาน และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน หากรัฐบาลทำได้อย่างชัดเจน การเดินทางทุกครั้งก็จะได้รับความเข้าใจและการสนับสนุนมากขึ้น
ที่มา – ‘สีหศักดิ์’ ชี้ นายกฯ ไปนอก เพื่อปกป้องผลประโยชน์ประเทศ