สืบสุทธิสารรวบไอ้นุ๊ แหกห้องขังหนี

สืบสุทธิสารรวบไอ้นุ๊ ผู้ต้องหาคดีลักทรัพย์ หลังก่อเหตุทำทีขอให้ตำรวจสิบเวรออกไปซื้อข้าว ก่อนฉวยโอกาสใช้เท้าถีบประตูห้องขังจนกลอนหลุดแล้ววิ่งหลบหนีออกจากโรงพัก เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นระหว่างที่ผู้ต้องหาถูกควบคุมตัวไว้ที่ สน.สุทธิสาร เนื่องจากยังไม่สามารถนำตัวไปฝากขังที่เรือนจำได้ตามขั้นตอน เพราะศาลอาญาได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม

ต่อมาเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนเร่งติดตามตัวอย่างต่อเนื่อง โดยใช้ข้อมูลจากกล้องวงจรปิดและเส้นทางการเดินทาง จนพบว่าผู้ต้องหานั่งรถแท็กซี่ไปลงบริเวณซอยรามอินทรา 77 ก่อนหลบไปกบดานอยู่ที่บ้านเช่าแห่งหนึ่งในซอยคู้บอน 2-1 เขตคันนายาว กรุงเทพมหานคร ชุดสืบสวนจึงเข้าควบคุมตัวกลับมาได้ในที่สุด

สืบสุทธิสารรวบไอ้นุ๊ หลังแหกห้องขังหนี

คดีนี้เริ่มต้นจากการจับกุมนายปริญญา อายุ 35 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาในความผิดฐานลักทรัพย์ในเวลากลางคืน เจ้าหน้าที่นำตัวมาดำเนินคดีที่ สน.สุทธิสาร และควบคุมตัวไว้ตามกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนด เมื่อครบกำหนดควบคุมตัว 48 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่มีแผนนำตัวไปผัดฟ้องฝากขังที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก

อย่างไรก็ตาม ในช่วงเวลาดังกล่าวเกิดน้ำท่วมบริเวณที่ทำการศาลอาญา ทำให้ไม่สามารถดำเนินการส่งตัวตามแผนได้ทันที ผู้ต้องหาจึงต้องถูกควบคุมไว้ที่ห้องขังของ สน.สุทธิสารต่ออีกระยะหนึ่ง เหตุการณ์ที่ยืดเยื้ออาจทำให้ผู้ต้องหาเกิดความเครียด และมีรายงานว่าเจ้าตัวให้เหตุผลในเบื้องต้นว่าไม่อยากถูกควบคุมตัวอยู่เป็นเวลาหลายวัน

สืบสุทธิสารรวบไอ้นุ๊ จากเบาะแสกล้องวงจรปิด

ในช่วงเกิดเหตุ ผู้ต้องหาอยู่ภายในห้องขังเพียงลำพัง และทำทีขอให้ตำรวจสิบเวรช่วยออกไปซื้อข้าวให้ เมื่อเจ้าหน้าที่เดินออกจากพื้นที่ควบคุม ผู้ต้องหาจึงใช้จังหวะดังกล่าวก่อเหตุ โดยเดินกลับเข้าไปบริเวณห้องขังและใช้เท้าถีบประตูอย่างแรงจนกลอนหลุด จากนั้นจึงวิ่งออกจากโรงพักและหลบหนีไปทันที

รายงานระบุว่า ประตูห้องขังดังกล่าวอยู่ในโรงพักที่เพิ่งก่อสร้างใหม่ ทำให้จุดเชื่อมต่อของเหล็กอาจยังไม่แข็งแรงเพียงพอ เมื่อถูกแรงกระแทกอย่างต่อเนื่องจึงเกิดความเสียหายและเปิดทางให้ผู้ต้องหาหลบหนีได้ เหตุการณ์นี้ทำให้ตำรวจต้องเร่งตรวจสอบระบบรักษาความปลอดภัยและความแข็งแรงของห้องควบคุมผู้ต้องหา เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ

หลังรับแจ้งเหตุ พ.ต.อ.พรเทพ เฉลิมเกียรติ ผู้กำกับการ สน.สุทธิสาร สั่งการให้ชุดสืบสวนของ สน.สุทธิสาร ร่วมกับกองกำกับการสืบสวน บก.น.2 ลงพื้นที่ติดตามตัวผู้ต้องหา เจ้าหน้าที่ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดโดยไล่ดูเส้นทางตั้งแต่ออกจากโรงพัก จนพบข้อมูลสำคัญว่าผู้ต้องหาใช้บริการรถแท็กซี่และไปลงบริเวณซอยรามอินทรา 77

  • เจ้าหน้าที่ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทางหลบหนี
  • พบเบาะแสว่าผู้ต้องหาเดินทางด้วยรถแท็กซี่
  • ติดตามต่อไปยังพื้นที่รามอินทราและคู้บอน
  • เข้าควบคุมตัวได้ที่บ้านเช่าของเพื่อนในซอยคู้บอน 2-1

การแกะรอยครั้งนี้แสดงให้เห็นว่ากล้องวงจรปิดมีบทบาทสำคัญต่อการติดตามผู้ต้องหาที่หลบหนี แม้ผู้ต้องหาจะพยายามเปลี่ยนสถานที่และไปพักอาศัยกับคนรู้จัก แต่ข้อมูลการเดินทางและภาพจากพื้นที่ต่าง ๆ ช่วยให้ตำรวจจำกัดวงค้นหาได้อย่างรวดเร็ว กระทั่งนำไปสู่การจับกุมตัวโดยไม่ต้องใช้เวลานานมากนัก

แรงจูงใจและข้อกล่าวหาหลังถูกจับกุม

ภายหลังถูกควบคุมตัว เจ้าหน้าที่สอบสวนเบื้องต้นคาดว่าผู้ต้องหาอาจก่อเหตุจากความเครียดที่ต้องถูกนำมาควบคุมไว้ในห้องขังหลายวัน เนื่องจากไม่สามารถนำตัวไปส่งเรือนจำได้ตามกำหนด อย่างไรก็ตาม แรงจูงใจที่แท้จริงยังต้องรอการสอบสวนอย่างละเอียด รวมถึงตรวจสอบพยานหลักฐานและลำดับเหตุการณ์ทั้งหมดอีกครั้ง

ระหว่างที่ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามถึงเหตุผลในการหลบหนี ผู้ต้องหาไม่ได้ตอบคำถามและเดินก้มหน้าเงียบ โดยกล่าวเพียงว่า “น้ำท่วมครับ” คำตอบดังกล่าวสอดคล้องกับสถานการณ์ที่ทำให้การนำตัวไปฝากขังเกิดความล่าช้า แต่ยังไม่อาจสรุปได้ว่าเป็นสาเหตุเดียวที่ทำให้ตัดสินใจก่อเหตุ

เบื้องต้นพนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการหลบหนีระหว่างถูกคุมขังตามอำนาจของศาล การแหกที่คุมขัง และการทำให้ทรัพย์สินที่ใช้หรือมีไว้เพื่อสาธารณประโยชน์ได้รับความเสียหาย จากนั้นเตรียมนำตัวไปฝากขังต่อศาลอาญา เพื่อดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรม

บทเรียนจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

เหตุการณ์ สืบสุทธิสารรวบไอ้นุ๊ ไม่ได้สะท้อนเฉพาะการติดตามจับกุมผู้ต้องหาเท่านั้น แต่ยังชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของระบบควบคุมตัวและมาตรการรักษาความปลอดภัยภายในสถานีตำรวจ เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องตรวจสอบประตู กลอน ห้องขัง กล้องวงจรปิด และขั้นตอนการปฏิบัติงานของเวรควบคุมอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะในกรณีที่ผู้ต้องหาต้องถูกควบคุมตัวนานกว่าปกติจากเหตุสุดวิสัย

สำหรับประชาชน ข่าวนี้เป็นเครื่องเตือนใจว่าผู้ต้องหาที่ยังอยู่ระหว่างกระบวนการดำเนินคดีต้องเข้าสู่ขั้นตอนตามกฎหมาย การหลบหนีไม่ได้ทำให้คดีเดิมสิ้นสุดลง แต่ยังอาจทำให้ต้องรับข้อกล่าวหาเพิ่มเติมด้วย ขณะเดียวกัน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรนำเหตุการณ์ไปทบทวนแนวทางป้องกัน เพื่อให้การควบคุมตัวมีความรัดกุมและปลอดภัยมากขึ้น

สรุปแล้ว สืบสุทธิสารรวบไอ้นุ๊ ได้หลังใช้ข้อมูลจากกล้องวงจรปิดติดตามเส้นทางรถแท็กซี่และจุดหลบซ่อนในย่านคู้บอน ขณะนี้ผู้ต้องหาถูกนำกลับเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแล้ว และจะต้องชี้แจงข้อเท็จจริงต่อพนักงานสอบสวนและศาลต่อไป ความคืบหน้าของคดีควรติดตามจากข้อมูลของเจ้าหน้าที่และเอกสารทางราชการเป็นหลัก

ที่มา – จนมุม! สืบสุทธิสาร รวบแล้ว ‘ไอ้นุ๊’ หลอกสิบเวรไปซื้อข้าวถีบประตูห้องขังหนี

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *