สืบ 5 รวบ! สาวไทยแก๊งคอลฯ หนีจากเขมรซุกบางแค

เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม พ.ต.อ.ศิรณวิชญ์ อินทร ผกก.สส.บก.น.5 พ.ต.ท.อติชาต แย้มผกา รอง ผกก.สส.บก.น.5 สั่งการให้ พ.ต.ท.วิสูตร เต็งเฉี้ยง สว.กก.สส.บก.น.5 ว่าที่ พ.ต.ต.นิเทศ พวงพิลา สว.กก.สส.บก.น.5 จับกุมนางสาวสุนิศา (สงวนนามสกุล) อายุ 33 ปี ชาวจ.บุรีรัมย์ ตามหมายจับศาลอาญา ที่ 5449/2568 ลงวันที่ 4 ต.ค. 2568 โดยกล่าวหาว่า “ร่วมกับกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ที่อยู่ด้วยในขณะกระทำความผิดร้ายแรงหรือร่วมประชุมแต่ไม่ได้คัดค้านในการตกลงให้กระทำความผิดร้ายแรงนั้น รวมทั้งบรรดาหัวหน้า ผู้จัดการ และผู้มีตำแหน่งหน้าที่ในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาตินั้น ,ร่วมกันเป็นอั้งยี่ ,ร่วมกันเป็นซ่องโจร ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นคนอื่น, โดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน และร่วมกับฟอกเงิน”

ปฏิบัติการ สืบ 5 รวบ! สาวไทยแก๊งคอลฯ หนีจากเขมรซุกบางแค ครั้งนี้ เกิดขึ้นหลังจากการสืบสวนอย่างเข้มข้น จนทราบว่าผู้ต้องหารายนี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการหลอกลวงคนไทย โดยทำงานให้กับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติที่ปฏิบัติการอยู่ในประเทศกัมพูชา หลังจากก่อเหตุ ผู้ต้องหาได้หลบหนีกลับเข้ามาในประเทศไทยเพื่อหลีกเลี่ยงการจับกุม

การจับกุม สืบ 5 รวบ! สาวไทยแก๊งคอลฯ หนีจากเขมรซุกบางแค เกิดขึ้นบริเวณหน้าบ้านเลขที่ 428 ซอย 7 เทวิน ถนนพุทธมณฑลสาย 2 แขวงบางแคเหนือ เขตบางแค กรุงเทพฯ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แสดงหมายจับและควบคุมตัวผู้ต้องหา โดยไม่มีการขัดขืนใดๆ ทั้งสิ้น

สืบ 5 รวบ! สาวไทยแก๊งคอลฯ หนีจากเขมรซุกบางแค

ภายหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวนางสาวสุนิศาส่ง พงส.สน.พญาไท เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป คดีนี้ถือเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ และแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการปกป้องประชาชนจากภัยการหลอกลวงออนไลน์

รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับคดี สืบ 5 รวบ! สาวไทยแก๊งคอลฯ หนีจากเขมรซุกบางแค

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับคดี สืบ 5 รวบ! สาวไทยแก๊งคอลฯ หนีจากเขมรซุกบางแค นั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังทำการขยายผลเพื่อติดตามจับกุมผู้ร่วมขบวนการที่เหลือ และตรวจสอบเส้นทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด เพื่อนำผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมายให้ถึงที่สุด

พฤติการณ์ของแก๊งคอลเซ็นเตอร์เหล่านี้มักเริ่มต้นด้วยการโทรศัพท์หาเหยื่อ โดยอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานต่างๆ เช่น ธนาคาร ไปรษณีย์ หรือตำรวจ จากนั้นจะหลอกลวงให้เหยื่อให้ข้อมูลส่วนตัว หรือโอนเงินไปยังบัญชีที่กลุ่มมิจฉาชีพจัดเตรียมไว้

เพื่อป้องกันตนเองจากการตกเป็นเหยื่อของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ควรปฏิบัติดังนี้:

  • อย่าให้ข้อมูลส่วนตัวใดๆ ทางโทรศัพท์ หากไม่แน่ใจ ควรติดต่อหน่วยงานที่ถูกอ้างถึงโดยตรง
  • อย่าหลงเชื่อคำขู่หรือคำสั่งใดๆ ทางโทรศัพท์ หากมีข้อสงสัย ควรปรึกษาคนในครอบครัว หรือแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ
  • ตรวจสอบข้อมูลให้รอบคอบก่อนทำธุรกรรมทางการเงินใดๆ

การตระหนักถึงกลโกงของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และการป้องกันตนเองอย่างเหมาะสม จะช่วยให้ท่านปลอดภัยจากการถูกหลอกลวง และลดความเสี่ยงในการสูญเสียทรัพย์สิน

คดีนี้เป็นเครื่องเตือนใจว่าภัยจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ยังคงมีอยู่จริง และเราทุกคนต้องระมัดระวังตัวอยู่เสมอ อย่าหลงเชื่อใครง่ายๆ โดยเฉพาะคนที่ติดต่อมาทางโทรศัพท์ หากมีข้อสงสัย ควรตรวจสอบข้อมูลให้รอบคอบ หรือปรึกษาผู้รู้ก่อนตัดสินใจใดๆ

ที่มา – ‘สืบ 5’ จับสาวไทยสมาชิกแก๊งคอลฯ หนีจากเขมรซุกตัวย่านบางแค

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *