สุชาติสั่งตรวจโกดังระยอง อายัดขยะอิเล็กทรอนิกส์

สุชาติสั่งตรวจโกดังระยอง อายัดขยะอิเล็กทรอนิกส์ กลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจอย่างมาก หลังชุดเฉพาะกิจควบคุมมลพิษลงพื้นที่ตรวจสอบโกดังในจังหวัดระยอง ซึ่งต้องสงสัยว่าอาจมีการลักลอบนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์และนำมาเก็บหรือคัดแยกโดยไม่ได้รับอนุญาต การปฏิบัติการครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความจริงจังของภาครัฐในการป้องกันปัญหามลพิษและผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้สั่งการให้ชุดเฉพาะกิจควบคุมมลพิษ กรมควบคุมมลพิษ ทำงานร่วมกับจังหวัดระยอง สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าตรวจสอบบริษัท ระยอง อินดัสเทรียล จำกัด ในพื้นที่หมู่ที่ 1 ตำบลนิคมพัฒนา อำเภอนิคมพัฒนา จังหวัดระยอง หลังมีข้อมูลเผยแพร่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับการเก็บขยะอิเล็กทรอนิกส์จำนวนมากภายในโกดัง

สุชาติสั่งตรวจโกดังระยอง อายัดขยะอิเล็กทรอนิกส์

การตรวจสอบแบ่งออกเป็นหลายระยะ โดยเจ้าหน้าที่เข้าตรวจโกดังทั้งหมด 15 อาคาร เบื้องต้นพบว่า 6 อาคารเป็นโรงงานประเภทที่ 105 และ 106 ขณะที่อีก 9 อาคารไม่มีใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน ภายในโกดังบางส่วนพบเครื่องจักรสำหรับบดย่อยและคัดแยกวัสดุ รวมถึงกองเศษสายไฟ เศษทองแดง และเศษอะลูมิเนียมที่วางปะปนกัน ทั้งบนพื้นคอนกรีต ในกล่องกระดาษ และในถุงบิ๊กแบ็ก

วัสดุที่พบมีปริมาณรวมไม่น้อยกว่า 3,000 ลูกบาศก์เมตร เจ้าหน้าที่จึงเก็บตัวอย่างจำนวน 14 ตัวอย่าง เพื่อนำไปตรวจวิเคราะห์ด้วยเครื่อง X-ray Fluorescence หรือ XRF แบบพกพา ผลเบื้องต้นพบว่าวัสดุบางส่วนอาจเข้าข่ายวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ตามบัญชี 5.2 ของเสียเคมีวัตถุ หรือ Chemical Wastes ตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง บัญชีรายชื่อวัตถุอันตราย พ.ศ. 2556 นอกจากนี้ยังเก็บตัวอย่างน้ำที่ระบายออกสู่สิ่งแวดล้อมไปตรวจสอบเพิ่มเติมด้วย

ตรวจพบเครื่องจักรและขยะอิเล็กทรอนิกส์จำนวนมาก

ต่อมา สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดระยองได้อายัดวัสดุและสิ่งของภายในโกดัง 5 อาคารตามพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 เพื่อป้องกันไม่ให้มีการเคลื่อนย้ายหรือดำเนินการใด ๆ กับวัสดุที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ การอายัดดังกล่าวยังช่วยรักษาสภาพพยานหลักฐานสำหรับใช้ประกอบการดำเนินคดีในขั้นตอนต่อไป

ล่าสุด ชุดเฉพาะกิจควบคุมมลพิษ ซึ่งนำโดย พล.ต.ท.อิทธิพร โพธิ์ทอง หัวหน้าชุดปฏิบัติการเฉพาะกิจ และนายจำลอง ช่วยรอด รองหัวหน้าชุดปฏิบัติการเฉพาะกิจ พร้อมเจ้าหน้าที่จากกรมควบคุมมลพิษและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ขอหมายค้นจากศาลจังหวัดระยอง เข้าตรวจโกดังที่เหลืออีก 10 อาคาร

ผลการตรวจค้นพบเครื่องจักรสำหรับบดย่อย คัดแยก สกัด และหลอมโลหะ รวมถึงเศษชิ้นส่วนโลหะ อุปกรณ์ไฟฟ้า และขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่ผ่านการบดย่อยแล้ว คาดว่ามีปริมาณไม่น้อยกว่า 2,500 ตัน เจ้าหน้าที่ได้เก็บตัวอย่างวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว 14 ตัวอย่าง ตะกอนดิน 1 ตัวอย่าง และน้ำ 1 ตัวอย่าง เพื่อนำไปตรวจสอบทางวิทยาศาสตร์เพิ่มเติม

  • ตรวจสอบโกดังทั้งหมด 15 อาคาร
  • พบอาคารที่ไม่มีใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน 9 อาคาร
  • พบวัสดุและขยะอิเล็กทรอนิกส์ปริมาณไม่น้อยกว่า 2,500 ตัน
  • เก็บตัวอย่างวัสดุ ตะกอนดิน และน้ำเพื่อตรวจวิเคราะห์
  • ยึดอายัดวัสดุและเครื่องจักรไว้เป็นพยานหลักฐาน

ดำเนินคดีผู้เกี่ยวข้องและขยายผลถึงต้นตอ

จากการตรวจพบสิ่งของและเครื่องจักรจำนวนมาก สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดระยองได้ประสานร้องทุกข์กล่าวโทษต่อสถานีตำรวจภูธรนิคมพัฒนา ในข้อหาตั้งและประกอบกิจการโรงงาน รวมถึงครอบครองวัตถุอันตรายโดยไม่ได้รับอนุญาต เจ้าหน้าที่ยังได้ยึดอายัดวัสดุที่ไม่ใช้แล้วและเครื่องจักรทั้งหมด เพื่อใช้เป็นหลักฐานประกอบการดำเนินคดี

นายสุชาติย้ำว่าจะเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด หากพบว่าคดีนี้มีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ จะส่งต่อข้อมูลให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. เข้ามาขยายผลถึงต้นทาง ผู้สั่งการ ผู้สนับสนุน และผู้เกี่ยวข้องทุกระดับ

ประเด็นสำคัญของคดีนี้ไม่ได้อยู่เพียงปริมาณขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่พบเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความเสี่ยงจากสารโลหะหนักและสารเคมีที่อาจปนเปื้อนในดิน น้ำ และอากาศ หากมีการบดย่อยหรือหลอมโดยไม่มีระบบควบคุมที่เหมาะสม สารอันตรายอาจกระจายเข้าสู่ชุมชนและส่งผลต่อสุขภาพของคนในพื้นที่ในระยะยาว

การเข้าตรวจสอบอย่างต่อเนื่องจึงเป็นขั้นตอนที่สำคัญ เพราะช่วยหยุดยั้งการเคลื่อนย้ายวัสดุและเปิดทางให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบเส้นทางการนำเข้า การครอบครอง และการจัดการขยะอย่างละเอียด ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการควรปฏิบัติตามกฎหมายโรงงานและกฎหมายวัตถุอันตรายอย่างเคร่งครัด ส่วนประชาชนสามารถช่วยแจ้งเบาะแสเมื่อพบการขนย้ายหรือคัดแยกขยะผิดปกติในพื้นที่

กรณี สุชาติสั่งตรวจโกดังระยอง อายัดขยะอิเล็กทรอนิกส์ จึงเป็นสัญญาณว่าภาครัฐจะเพิ่มความเข้มงวดต่อการจัดการของเสียอุตสาหกรรมและขยะอิเล็กทรอนิกส์ การติดตามผลตรวจตัวอย่างและบทสรุปทางคดีจะเป็นข้อมูลสำคัญที่ช่วยสร้างความมั่นใจให้ประชาชนว่า ผู้กระทำผิดจะต้องรับผิดชอบ และสิ่งแวดล้อมในพื้นที่จะได้รับการดูแลอย่างจริงจัง

ประชาชนควรติดตามความคืบหน้าจากหน่วยงานรัฐอย่างใกล้ชิด พร้อมร่วมกันเฝ้าระวังปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์ในชุมชน เพราะการป้องกันตั้งแต่ต้นทางย่อมดีกว่าการแก้ไขผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในภายหลัง

ที่มา – ‘สุชาติ’ สั่งชุด ฉก.ควบคุมมลพิษ บุกตรวจโกดังระยอง อายัดขยะอิเล็กทรอนิกส์ 2,500 ตัน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *