หงส์แดง สถิติข่มมิด ปืนใหญ่ ก่อนดวลเดือด
ศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดสำคัญคืนวันอาทิตย์นี้ เตรียมระเบิดความมันที่สนามแอนฟิลด์ เมื่อ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล เปิดบ้านต้อนรับ “ปืนใหญ่” อาร์เซนอล เกมนี้นอกจากเป็นการพบกันของสองทีมใหญ่ที่มีเป้าหมายลุ้นพื้นที่หัวตารางแล้ว ยังเป็นแมตช์ที่แฟนบอลจับตามองจากสถิติการเล่นในบ้านของลิเวอร์พูล ซึ่งถือว่าเป็นจุดแข็งสำคัญมาโดยตลอด
ลิเวอร์พูลลงสนาม 8 นัด เก็บได้ 15 คะแนน ขณะที่อาร์เซนอลมี 21 คะแนนจากจำนวนเกมเท่ากัน แม้ตัวเลขบนตารางคะแนนจะทำให้ทีมเยือนดูเหนือกว่าเล็กน้อย แต่การมาเยือนแอนฟิลด์ไม่เคยเป็นงานง่าย โดยเฉพาะเมื่อสถิติระบุว่าอาร์เซนอลไม่สามารถบุกชนะลิเวอร์พูลที่สนามแห่งนี้ได้ถึง 16 นัดติดต่อกันในทุกรายการ ครั้งล่าสุดที่ปืนใหญ่คว้าชัยกลับออกไปต้องย้อนกลับไปถึงปี 2012
หงส์แดง สถิติข่มมิด ปืนใหญ่ ก่อนเกมพรีเมียร์ลีก
ความได้เปรียบของเจ้าบ้านไม่ได้มีแค่เรื่องสถิติเท่านั้น ลิเวอร์พูลยังเริ่มกลับมาเล่นด้วยความมั่นใจมากขึ้น หลังจากผลงานในช่วงต้นฤดูกาลอาจยังไม่สม่ำเสมอเท่าที่ควร เกมรุกของทีมมีผู้เล่นที่สร้างความแตกต่างได้หลายคน ทั้งโคดี กัคโป, แบรดลีย์ บาร์กโกลา และอเล็กซานเดอร์ อิซัค ซึ่งสามารถเล่นงานแนวรับคู่แข่งได้ทั้งจากการครองบอล การสวนกลับ และการจบสกอร์ในเขตโทษ
กุนซือของลิเวอร์พูลเพิ่งพาทีมผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายของคาราบาว คัพ ด้วยการเอาชนะเชลซีในการดวลจุดโทษ 6-5 แม้สภาพทีมยังมีนักเตะบาดเจ็บหลายราย ไม่ว่าจะเป็นโดมินิค โซบอสไล, อูโก เอกิติเก, คอเนอร์ แบร็ดลีย์, เจเรมี ฟริมปง และโจวานนี่ เลโอนี ส่วนวิคเตอร์ มูนญอซยังต้องรอเช็กความฟิตก่อนเริ่มเกม
หงส์แดง สถิติข่มมิด ปืนใหญ่ จากผลงานในแอนฟิลด์
การจัดทัพของลิเวอร์พูลคาดว่าจะใช้ระบบ 4-2-3-1 โดยมีอลิสซอนยืนเฝ้าเสา แนวรับประกอบด้วยโรนัลด์ อเราโฮ, เฌเรมี ฌักเกต์, เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ และคอสตาส ซิมิกาส แดนกลางใช้ไรอัน กราเวนแบร์ชจับคู่กับอเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ ส่วนแนวรุกมีโคดี กัคโป, โฟลเรียน เวียร์ตซ์ และแบรดลีย์ บาร์กโกลา คอยสนับสนุนอเล็กซานเดอร์ อิซัค
ด้านอาร์เซนอลเพิ่งผิดหวังจากการตกรอบคาราบาว คัพ และต้องรับมือกับปัญหานักเตะบาดเจ็บหลายตำแหน่ง ริคคาร์โด คาลาฟิออรีต้องรอประเมินความฟิต ขณะที่วิลเลียม ซาลิบายังไม่พร้อมลงสนาม เช่นเดียวกับบูกาโย ซากาและคริสตอส โซลิสที่ยังมีอาการบาดเจ็บ นอกจากนี้แม็กซ์ ดาวแมนยังติดโทษแบน 3 นัด
อย่างไรก็ตาม ทีมเยือนยังมีข่าวดีเมื่อเดแคลน ไรซ์และโนนี มาดูเอเกมีโอกาสกลับมาช่วยทีมได้ การมีไรซ์คอยคุมจังหวะแดนกลางจะช่วยให้อาร์เซนอลเล่นได้รัดกุมขึ้น ขณะที่มาดูเอเกสามารถเพิ่มความเร็วและความหลากหลายทางริมเส้นได้เป็นอย่างดี
- ลิเวอร์พูล: มีสถิติการเล่นที่แอนฟิลด์เหนือกว่า และแนวรุกกำลังเริ่มเข้าที่
- อาร์เซนอล: มีคะแนนสะสมดีกว่า แต่สภาพทีมยังไม่สมบูรณ์เต็มร้อย
- จุดชี้ขาด: การดวลแดนกลางและประสิทธิภาพการจบสกอร์ของกองหน้าทั้งสองทีม
- สถิติสำคัญ: อาร์เซนอลไม่ชนะลิเวอร์พูลที่แอนฟิลด์มาแล้ว 16 นัดติดต่อกันในทุกรายการ
อาร์เซนอลน่าจะวางแผนเล่นอย่างรัดกุม เน้นรักษาระยะห่างระหว่างแผงกองกลางกับแนวรับ และพยายามใช้จังหวะโต้กลับเล่นงานเจ้าถิ่น ขณะที่ลิเวอร์พูลน่าจะเป็นฝ่ายครองบอลและเดินหน้าเปิดเกมรุกมากกว่า หากเจ้าบ้านสามารถทำประตูแรกได้เร็ว เกมจะเข้าทางลิเวอร์พูลอย่างมาก เพราะจะทำให้อาร์เซนอลต้องเปิดพื้นที่และเสี่ยงมากขึ้น
สิ่งที่ต้องจับตาคือการรับมือกับความเร็วของแนวรุกลิเวอร์พูล หากแนวรับอาร์เซนอลเสียสมาธิเพียงเล็กน้อย อาจถูกลงโทษจากการจ่ายบอลทะลุช่องหรือการเปลี่ยนเกมอย่างรวดเร็วได้ ส่วนลิเวอร์พูลเองก็ต้องระวังการเข้าทำของมาร์ติน โอเดการ์ด, เอเบเรชี เอเซ และวิคเตอร์ โยเคเรส เพราะทั้งสามคนมีความสามารถในการสร้างโอกาสและเปลี่ยนจังหวะธรรมดาให้กลายเป็นประตูได้
บทวิเคราะห์ความน่าจะเป็น: เกมนี้มีโอกาสออกมาสูสี เนื่องจากทั้งสองทีมต่างมีคุณภาพใกล้เคียงกัน แต่ปัจจัยเรื่องเสียงเชียร์ สภาพสนาม และสถิติการเจอกันที่แอนฟิลด์ยังทำให้ลิเวอร์พูลดูมีภาษีดีกว่า อาร์เซนอลอาจเน้นไม่แพ้เป็นเป้าหมายแรก และมีโอกาสทำประตูได้เช่นกัน ทว่าความเฉียบคมในช่วงท้ายเกมอาจเป็นตัวตัดสิน
ผลการแข่งขันที่คาด: ลิเวอร์พูล ชนะ อาร์เซนอล 2-1
สำหรับแฟนบอลที่กำลังติดตามเกมนี้ อย่ามองแค่ชื่อชั้นของผู้เล่นหรืออันดับบนตารางคะแนน แต่ควรพิจารณาฟอร์มล่าสุด สภาพทีม และสถิติในสนามประกอบกันด้วย มุมมองส่วนตัวเชื่อว่า “หงส์แดง” มีโอกาสใช้ความได้เปรียบในบ้านคว้าสามแต้มสำคัญ หากแนวรุกเล่นได้ตามมาตรฐาน เกมนี้อาจกลายเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ว่าแอนฟิลด์ยังคงเป็นสนามที่คู่แข่งมาเยือนได้ยากเสมอ
ที่มา – “หงส์แดง” สถิติข่มมิด “ปืนใหญ่”