หนุ่มไปรษณีย์ไม่ทนแจ้งจับลูกค้าหัวร้อน
หนุ่มไปรษณีย์ไม่ทนแจ้งจับลูกค้าหัวร้อน
จากกรณีที่โลกออนไลน์ได้มีการแชร์และพูดถึงกันอย่างแพร่หลายเกี่ยวกับเหตุการณ์ หนุ่มไปรษณีย์ไม่ทนแจ้งจับลูกค้าหัวร้อน หลังจากที่มีการส่งพัสดุและเกิดปัญหาข้อขัดแย้งกันในเรื่องการส่งของไม่ตรงปก ทำให้ลูกค้าเกิดความไม่พอใจและต้องการขอเงินคืน แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์อธิบายว่าไม่สามารถคืนเงินได้ตามขั้นตอน ลูกค้าก็เกิดความหัวร้อนและใช้ความรุนแรงต่อเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์ จนต้องมีการแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมาย
เหตุการณ์เกิดขึ้นอย่างไร
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่หมู่บ้านพฤกษา รังสิต-บางพูน2 ต.บางพูน อ.เมืองปทุมธานี จ.ปทุมธานี โดยนายพันกร เจริญวชิรศักดิ์ อายุ 43 ปี เจ้าหน้าที่ไปรษณีย์ผู้เสียหายได้เล่าว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม โดยตนได้โทรติดต่อลูกค้าชายรายหนึ่งเพื่อแจ้งว่าจะนำพัสดุไปส่งและเก็บเงินปลายทาง ซึ่งลูกค้าก็ทำการสแกนจ่ายเงิน 159 บาท ผ่านระบบโดยไม่มีปัญหาใด ๆ
แต่หลังจากนั้นประมาณ 10 นาที ลูกค้าก็โทรกลับมาพร้อมกับด่าทอและต้องการขอเงินคืน โดยอ้างว่าของมีปัญหา ซึ่งเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์ได้อธิบายว่าไม่สามารถคืนเงินได้ตามขั้นตอน แต่ลูกค้าไม่ยอมฟังและเรียกให้เจ้าหน้าที่ไปรษณีย์กลับไปที่บ้าน
เมื่อเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์ไปถึงบ้านลูกค้า ลูกค้าก็เข้ามาพยายามใช้มือดึงกุญแจรถจักรยานยนต์ออก พร้อมกับคว้าโทรศัพท์ส่งงานไปและข่มขู่ว่าถ้าไม่คืนเงินก็จะไม่คืนของ ซึ่งเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์เห็นว่าอีกฝ่ายทำเกินเหตุจึงบอกว่าจะแจ้งความ จากนั้นก็ขี่รถจักรยานยนต์ออกจากบ้านลูกค้า
ลูกค้าหัวร้อนไล่ทำร้ายร่างกาย
แต่แล้วลูกค้าก็ได้ขี่รถจักรยานยนต์ตามมาและเข้าทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์ด้วยการชกต่อยใบหน้าจนตาขวาได้รับบาดเจ็บ ซึ่งเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์ไม่ได้ต่อสู้และพยายามบอกว่าทำเกินไปหรือไม่ แต่ลูกค้าก็ยังคงโวยวายและพยายามชกต่อยซ้ำจนเจ้าหน้าที่ต้องขี่รถจักรยานยนต์หนีไปยังหน้าหมู่บ้าน
ระหว่างนั้นลูกค้าก็ยังคงไล่ทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์โดยไม่สนใจสายตาชาวบ้านและรปภ. จนทางรปภ.ต้องถ่ายคลิปขณะก่อเหตุเอาไว้เป็นหลักฐาน จากนั้นเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์ก็เข้าแจ้งความกับตำรวจในทันที
ตำรวจจับกุมตัวผู้ก่อเหตุ
ด้าน พ.ต.ท.เนติ รุ่งฟ้าแสงอรุณ รอง ผกก.สอบสวน สภ.ปากคลองรังสิต เปิดเผยว่า ตอนนี้ตำรวจทราบตัวคนก่อเหตุแล้ว โดยทางผู้เสียหายที่ถูกทำร้ายตำรวจได้ส่งไปตรวจร่างกายเพื่อใช้ประกอบคดีและให้ผู้เสียหายชี้ภาพยืนยันตัวบุคคลผู้ก่อเหตุแล้ว และจะได้เรียกตัวมาแจ้งข้อกล่าวหาเพื่อดำเนินคดีทางกฏหมาย
อย่างไรก็ตามมีข้อมูลว่าผู้ก่อเหตุรายนี้ไม่มีความหลาบจำและเคยถูกจับในหลายคดีในลักษณะเดียวกัน หากสำนวนนี้ฟ้องไปจะดูว่าคดีไหนที่ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล อาจจะทำเรื่องการฟ้องเพิ่มโทษไปด้วย
เหตุการณ์ หนุ่มไปรษณีย์ไม่ทนแจ้งจับลูกค้าหัวร้อน นี้เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของปัญหาความรุนแรงในสังคมที่เกิดขึ้นจากการสื่อสารที่ไม่เข้าใจกัน ซึ่งทั้งสองฝ่ายควรจะมีการพูดคุยเจรจาและหาทางออกร่วมกันแทนการใช้ความรุนแรง
สำหรับเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์เองก็ควรจะมีการอบรมและให้ความรู้เกี่ยวกับการจัดการกับลูกค้าที่มีอารมณ์รุนแรง รวมถึงการมีสติและควบคุมอารมณ์ของตนเองในสถานการณ์ที่ตึงเครียด
ส่วนลูกค้าเองก็ควรจะมีการสื่อสารที่ดีและเข้าใจในขั้นตอนการทำงานของเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์ ไม่ควรใช้ความรุนแรงต่อเจ้าหน้าที่ที่ทำหน้าที่ตามหน้าที่ของตนเอง
หวังว่าเหตุการณ์ หนุ่มไปรษณีย์ไม่ทนแจ้งจับลูกค้าหัวร้อน นี้จะเป็นอีกหนึ่งบทเรียนให้กับทุกคนในการรู้จักควบคุมอารมณ์และใช้เหตุผลในการแก้ปัญหา ไม่ใช้ความรุนแรงเป็นเครื่องมือในการ解决问题