หนูนาตามติดปมร้อนเขาใหญ่ ปมดักช้างทำคอนเทนต์
หนูนาตามติดปมร้อนเขาใหญ่ หลังเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์กรณีชายรายหนึ่งขับรถฝ่ากลุ่มนักท่องเที่ยวที่กำลังรอชมและถ่ายภาพช้างป่าในอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความไม่พอใจให้กับผู้พบเห็นจำนวนมาก เพราะนอกจากจะกระทบต่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวแล้ว ยังอาจทำให้ช้างตกใจและเกิดสถานการณ์ที่ควบคุมได้ยาก
หนูนาตามติดปมร้อนเขาใหญ่ และกระแสเรียกร้องให้บังคับใช้กฎหมาย
จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ได้มีหนังสือเรียกชายคนดังกล่าวให้เข้ามาชำระค่าปรับจำนวน 5,000 บาท ซึ่งเป็นอัตราสูงสุดที่สามารถดำเนินการเปรียบเทียบปรับได้ตามระเบียบที่เกี่ยวข้อง หากผู้ถูกเรียกไม่เข้ามาดำเนินการ เจ้าหน้าที่เตรียมส่งเรื่องให้ศาลพิจารณาตามขั้นตอนต่อไป
ประเด็นนี้ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางบนโลกออนไลน์ โดยมีผู้ตั้งคำถามถึงความเหมาะสมของพฤติกรรมการขับรถในพื้นที่ที่มีนักท่องเที่ยวและช้างป่าอยู่บนถนน ขณะเดียวกัน น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ได้โพสต์ข้อความสนับสนุนการทำงานของหัวหน้าอุทยานฯ พร้อมระบุว่า ผู้ถูกเรียกแจ้งว่าไม่ประสงค์จะจ่ายค่าปรับ ทำให้เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมาย
หนูนาตามติดปมร้อนเขาใหญ่ กับข้อเรียกร้องถึงกรมอุทยานฯ
นอกจากกรณีการขับรถแล้ว เพจเฟซบุ๊ก KHAO YAI ซึ่งมีผู้ติดตามจำนวนมาก ยังออกมาเรียกร้องให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช รวมถึงอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จัดระเบียบกลุ่มอินฟลูเอนเซอร์และช่างภาพที่เข้าไปดักรอถ่ายภาพโขลงช้างป่าเพื่อสร้างภาพ คลิป หรือคอนเทนต์
เพจดังกล่าวมองว่า พฤติกรรมของคนบางกลุ่มอาจสร้างความวุ่นวายให้กับเจ้าหน้าที่ ผู้ใช้เส้นทาง และตัวช้างเอง โดยเฉพาะในช่วงที่มีผู้คนจำนวนมากจอดรถหรือยืนรวมตัวกันริมถนน การเข้าใกล้สัตว์ป่าเกินไป การส่งเสียงดัง หรือการพยายามเรียกความสนใจจากช้าง ล้วนมีโอกาสเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุได้
ข้อเสนอหนึ่งที่ถูกพูดถึงคือการนำเทคโนโลยี เช่น กล้องบันทึกภาพ มาช่วยตรวจสอบพฤติกรรมของผู้ที่ฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าหน้าที่หรือไม่ปฏิบัติตามระเบียบ หากพบหลักฐานชัดเจน ก็ควรดำเนินการอย่างเท่าเทียม ไม่ว่าจะเป็นนักท่องเที่ยวทั่วไป ช่างภาพ หรือผู้ผลิตคอนเทนต์ที่มีผู้ติดตามจำนวนมาก
กฎหมายอุทยานฯ และความรับผิดชอบของผู้เข้าชม
ตามข้อมูลที่เพจ KHAO YAI นำเสนอ พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 กำหนดให้บุคคลที่เข้าไปในอุทยานแห่งชาติต้องปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ รวมถึงระเบียบที่อธิบดีกรมอุทยานฯ กำหนด หากฝ่าฝืนอาจมีโทษปรับไม่เกิน 100,000 บาท ทั้งนี้ การพิจารณาค่าปรับจะขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง ลักษณะความผิด และระดับความรุนแรงของพฤติการณ์
ปัจจุบันการเปรียบเทียบปรับในบางกรณีอาจดำเนินการภายใต้พระราชบัญญัติว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ. 2565 ดังนั้น ผู้เข้าชมควรรับฟังคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด ไม่จอดรถกีดขวางเส้นทาง ไม่ลงจากรถในจุดที่ไม่ปลอดภัย และไม่พยายามเข้าใกล้หรือกดดันสัตว์ป่าเพื่อให้ได้ภาพที่ต้องการ
- รักษาระยะห่างจากช้างป่าและสัตว์ป่าทุกชนิด
- ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าหน้าที่อุทยานฯ อย่างเคร่งครัด
- ไม่ส่งเสียงดัง ไม่ใช้แฟลช และไม่ยั่วยุสัตว์เพื่อสร้างคอนเทนต์
- จอดรถในจุดที่กำหนดและเปิดทางให้เจ้าหน้าที่ทำงานได้สะดวก
- คำนึงถึงความปลอดภัยมากกว่าการได้ภาพหรือคลิปที่มีคนดูจำนวนมาก
บทเรียนจากปมดักช้างเพื่อทำภาพและคลิป
กรณีนี้สะท้อนว่า การท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติไม่ควรให้ความสำคัญกับยอดเข้าชม ยอดแชร์ หรือความโดดเด่นของคอนเทนต์มากกว่าความปลอดภัย การถ่ายภาพสัตว์ป่าอย่างรับผิดชอบต้องเริ่มจากการเคารพพื้นที่และพฤติกรรมตามธรรมชาติของสัตว์ รวมถึงไม่สร้างสถานการณ์เพื่อให้ได้ภาพที่น่าตื่นเต้น
หนูนาตามติดปมร้อนเขาใหญ่ และกระแสเรียกร้องครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงเรื่องของการเอาผิดบุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่ยังเป็นโอกาสให้ทุกฝ่ายทบทวนแนวทางจัดการพื้นที่ท่องเที่ยวที่มีสัตว์ป่าอย่างจริงจัง เจ้าหน้าที่ควรมีเครื่องมือและกำลังเพียงพอ ขณะที่นักท่องเที่ยวและครีเอเตอร์ก็ควรมีจิตสำนึก เคารพกฎ และยอมรับว่าการได้เห็นช้างในธรรมชาติอย่างปลอดภัยสำคัญกว่าการได้ภาพสวยเพียงไม่กี่วินาที
ท้ายที่สุด การบังคับใช้กฎหมายควรดำเนินไปอย่างโปร่งใสและเป็นมาตรฐานเดียวกันกับทุกคน หากพบการกระทำผิดก็ควรตรวจสอบตามหลักฐานและขั้นตอนที่ถูกต้อง ส่วนผู้ที่เดินทางไปเขาใหญ่ควรช่วยกันเป็นตัวอย่างที่ดี เพื่อให้พื้นที่แห่งนี้ยังคงปลอดภัยสำหรับคน สัตว์ป่า และเจ้าหน้าที่ในระยะยาว