หลักสูตรผู้บริหารธุรกิจไทย-จีน รุ่น 3 รู้ทันศุลกากร

การทำธุรกิจระหว่างไทยกับจีนมีโอกาสเติบโตสูง แต่ผู้ประกอบการต้องรับมือกับกฎระเบียบ ต้นทุนการขนส่ง และขั้นตอนศุลกากรที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ งานอบรม หลักสูตรผู้บริหารธุรกิจไทย-จีน รุ่น 3 จึงจัดบรรยายพิเศษเรื่องศุลกากรกับปัจจัยการค้า เพื่อช่วยให้ผู้บริหารและผู้ประกอบการวางแผนนำเข้า–ส่งออกได้อย่างมั่นใจ ลดความเสี่ยง และเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน

การอบรมจัดขึ้นเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2569 ณ โรงแรมดิ เอมเมอรัลด์ กรุงเทพมหานคร โดยได้รับเกียรติจากนางกิจจาลักษณ์ ศรีนุชศาสตร์ ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบสิทธิประโยชน์ทางศุลกากร กรมศุลกากร มาแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ ภายใต้ความร่วมมือของสมาคมผู้สื่อข่าวไทย-จีน สถาบันสื่อและบริหารธุรกิจไทย-จีน ศูนย์เอเชียแอฟริกา China Media Group และหอการค้าไทย-จีน

หลักสูตรผู้บริหารธุรกิจไทย-จีน รุ่น 3

หัวใจสำคัญของการค้าระหว่างประเทศไม่ได้มีเพียงความเร็วในการขนส่ง แต่ยังรวมถึงความแน่นอนของระยะเวลา การตรวจปล่อยสินค้า และภาระภาษีที่ต้องรับผิดชอบ เพราะทุกขั้นตอนส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนทางธุรกิจ โดยเฉพาะสินค้าที่เน่าเสียง่าย เช่น ทุเรียน ผัก และผลไม้ หากเกิดความล่าช้าบริเวณด่านหรือระหว่างการขนส่ง สินค้าอาจเสื่อมคุณภาพและสร้างความเสียหายให้ผู้ส่งออกได้

หลักสูตรผู้บริหารธุรกิจไทย-จีน รุ่น 3 กับการลดต้นทุนศุลกากร

ผู้ประกอบการควรทำความเข้าใจองค์ประกอบที่ใช้คำนวณภาษีอย่างรอบด้าน ได้แก่ พิกัดศุลกากร ปริมาณสินค้า ราคาศุลกากร และถิ่นกำเนิดสินค้า การจำแนกพิกัดให้ถูกต้องเป็นเรื่องสำคัญ เพราะสินค้าต่างประเภทกันอาจมีอัตราอากรแตกต่างกัน หากสำแดงข้อมูลไม่ถูกต้อง อาจต้องเสียภาษีเพิ่มเติม ถูกตรวจสอบนานขึ้น หรือเกิดค่าใช้จ่ายที่คาดไม่ถึง

แนวทางที่ช่วยลดความเสี่ยงคือการตรวจสอบข้อมูลตั้งแต่ช่วงเจรจาซื้อขาย รวมถึงการขอคำวินิจฉัยล่วงหน้าจากกรมศุลกากรในประเด็นที่มีความซับซ้อน วิธีนี้ช่วยให้ธุรกิจประเมินต้นทุนได้แม่นยำขึ้น และสามารถกำหนดราคาสินค้าหรือวางแผนโลจิสติกส์ได้เหมาะสม

สิทธิประโยชน์ทางการค้าที่ผู้ประกอบการควรรู้

อีกหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจจากการอบรมคือการใช้สิทธิประโยชน์ทางศุลกากรให้ถูกต้องตามกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นมาตรการส่งเสริมการลงทุนของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน เขตปลอดอากร คลังสินค้าทัณฑ์บน หรือความตกลงการค้าเสรี โดยเฉพาะความตกลงการค้าเสรีอาเซียน–จีน และความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค หรือ RCEP

  • ตรวจสอบว่าสินค้าเข้าข่ายสิทธิประโยชน์ประเภทใด
  • ศึกษากฎถิ่นกำเนิดสินค้าและเงื่อนไขการใช้สิทธิอย่างละเอียด
  • จัดเตรียมเอกสารและหลักฐานให้ครบถ้วนก่อนยื่นพิธีการ
  • ทบทวนอัตราภาษีและเงื่อนไขอย่างสม่ำเสมอเมื่อกฎระเบียบมีการเปลี่ยนแปลง

การใช้สิทธิอย่างถูกต้องสามารถช่วยลดภาระภาษีได้อย่างมีนัยสำคัญ สินค้าบางประเภทที่มีอัตราอากร 10 เปอร์เซ็นต์ อาจลดเหลือ 0 เปอร์เซ็นต์ได้หากมีคุณสมบัติครบถ้วนและยื่นเอกสารตามหลักเกณฑ์ ดังนั้น ผู้ประกอบการไม่ควรมองศุลกากรเป็นเพียงขั้นตอนหลังการซื้อขาย แต่ควรนำข้อมูลด้านภาษีมาใช้วางแผนธุรกิจตั้งแต่ต้น

เทคโนโลยีกับความสะดวกในการนำเข้า–ส่งออก

กรมศุลกากรยังพัฒนาระบบเพื่ออำนวยความสะดวกทางการค้า เช่น โครงการผู้ประกอบการระดับมาตรฐาน AEO หรือ Authorized Economic Operator ซึ่งช่วยให้ธุรกิจที่ผ่านเกณฑ์ได้รับความสะดวกในการตรวจปล่อยสินค้า นอกจากนี้ ระบบ National Single Window หรือ NSW ยังช่วยเชื่อมโยงข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ระหว่างหน่วยงานรัฐ ลดความซ้ำซ้อนของการยื่นเอกสาร และเพิ่มความรวดเร็วในการดำเนินพิธีการ

เส้นทางขนส่งสินค้าทางรางผ่านไทย–ลาว–จีนก็เป็นอีกช่องทางที่น่าจับตา เพราะช่วยเชื่อมโยงระบบโลจิสติกส์และเปิดทางเลือกให้ผู้ประกอบการบริหารเวลาและต้นทุนได้ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ธุรกิจควรเปรียบเทียบค่าใช้จ่าย ระยะเวลา และข้อกำหนดของสินค้าแต่ละประเภทก่อนตัดสินใจเลือกเส้นทาง

เตรียมรับมาตรการสิ่งแวดล้อมและการค้าโลก

นอกจากภาษีศุลกากรแล้ว ผู้ประกอบการยังต้องติดตามมาตรการด้านสิ่งแวดล้อม เช่น มาตรการปรับคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดน หรือ CBAM ของสหภาพยุโรป ซึ่งเกี่ยวข้องกับสินค้าอย่างเหล็ก อะลูมิเนียม และปุ๋ย แม้ความตกลงการค้าเสรีจะช่วยลดภาษีนำเข้า แต่ไม่ได้หมายความว่าจะยกเว้นภาระด้านคาร์บอนด้วย ธุรกิจจึงควรเตรียมข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและติดตามข้อกำหนดของตลาดปลายทางล่วงหน้า

สำหรับการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศมายังไทยก่อนส่งต่อไปประเทศที่สาม ผู้ประกอบการต้องเข้าใจหลักถิ่นกำเนิดสินค้า หากสินค้าไม่ได้ผ่านกระบวนการผลิตหรือแปรรูปจนทำให้ถิ่นกำเนิดเปลี่ยนแปลง สินค้านั้นยังคงมีถิ่นกำเนิดจากประเทศเดิม การสำแดงข้อมูลและการดำเนินพิธีการให้ตรงกับธุรกรรมจริงจึงเป็นสิ่งจำเป็น

โดยสรุป หลักสูตรผู้บริหารธุรกิจไทย-จีน รุ่น 3 สะท้อนให้เห็นว่าความรู้ด้านศุลกากรเป็นเครื่องมือเชิงกลยุทธ์ ไม่ใช่เพียงเรื่องการเสียภาษีหรือการตรวจสินค้า ผู้ประกอบการที่เข้าใจพิกัด สิทธิประโยชน์ เอกสาร และแนวโน้มการค้าโลก จะสามารถวางแผนต้นทุน ลดความเสี่ยง และคว้าโอกาสจากตลาดไทย–จีนได้ดีขึ้น หากธุรกิจต้องการเติบโตอย่างยั่งยืน การติดตามกฎระเบียบและนำความรู้ไปใช้จริงตั้งแต่วันนี้คือก้าวสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม

ที่มา – หลักสูตรผู้บริหารธุรกิจไทย-จีน รุ่น 3 ติวเข้มศุลกากร เสริมแกร่งการค้า ลดต้นทุนธุรกิจ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *