อนุทินมอบหมายวรศิษฎ์ลงพื้นที่นราธิวาส
เหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ยังคงเป็นเรื่องที่หลายฝ่ายติดตามอย่างใกล้ชิด โดยล่าสุดเกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดรถบรรทุก 6 ล้อของสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน หรือ อส. อำเภอสุคิริน จังหวัดนราธิวาส ขณะเดินทางกลับจากการแข่งขันเรือยาวประเพณี งานของดีจังหวัดนราธิวาส ประจำปี พ.ศ. 2569 เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้สมาชิก อส. เสียชีวิต 2 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บรวม 16 นาย
จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้บัญชาการกองอาสารักษาดินแดน ได้มอบหมายให้นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และรองผู้บัญชาการกองอาสารักษาดินแดน เดินทางลงพื้นที่จังหวัดนราธิวาสเป็นการด่วน เพื่อรับทราบสถานการณ์และติดตามการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบอย่างใกล้ชิด
อนุทินมอบหมายวรศิษฎ์ลงพื้นที่นราธิวาส
การลงพื้นที่ครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญทั้งการรับฟังข้อมูลจากหน่วยงานในพื้นที่ การเยี่ยมให้กำลังใจครอบครัวของผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ รวมถึงการติดตามมาตรการช่วยเหลือและเยียวยาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมีนายบุญช่วย หอมยามเย็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส และนายเรืองลักษณ์ เรืองยังมี ผู้อำนวยการสำนักอำนวยการกองอาสารักษาดินแดน กรมการปกครอง ร่วมลงพื้นที่ด้วย
ภารกิจของวรศิษฎ์หลังได้รับมอบหมาย
นายวรศิษฎ์รับฟังรายงานสถานการณ์จากผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส นายอำเภอสุคิริน ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสุไหงโก-ลก ตลอดจนหน่วยงานด้านความมั่นคง ทั้งตำรวจและทหารในพื้นที่ เพื่อประเมินสถานการณ์และกำหนดแนวทางดูแลประชาชนกับกำลังพลให้เหมาะสมที่สุด
ในระหว่างการประชุม นายวรศิษฎ์กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิตอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะเรื่องสิทธิประโยชน์ สวัสดิการ และการเยียวยาตามระเบียบของทางราชการ พร้อมขอให้ทุกหน่วยงานประสานการทำงานอย่างเป็นระบบ เพื่อไม่ให้ครอบครัวผู้สูญเสียต้องเผชิญความเดือดร้อนเพิ่มเติมในช่วงเวลาที่ยากลำบาก
นอกจากการดูแลครอบครัวผู้เสียชีวิตแล้ว ยังมีการให้ความสำคัญกับขวัญและกำลังใจของกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ ทั้งฝ่ายปกครอง ตำรวจ และทหาร เนื่องจากเจ้าหน้าที่ทั้งสามฝ่ายต้องทำงานร่วมกันเพื่อดูแลความปลอดภัยและสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนในจังหวัดนราธิวาส
แสดงความเสียใจและยืนยันไม่ทอดทิ้งครอบครัวผู้เสียสละ
นายวรศิษฎ์กล่าวว่า รู้สึกเสียใจอย่างมากต่อการสูญเสียที่เกิดขึ้น พร้อมย้ำว่า ตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้มองข้าราชการ เจ้าหน้าที่ และประชาชนทุกคนเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวเดียวกัน นั่นคือครอบครัวประชาชนคนไทย ซึ่งต่างมีหน้าที่ร่วมกันในการดูแลความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยของประเทศ
เขายังแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวของสมาชิก อส. ที่เสียชีวิต และยืนยันว่ากระทรวงมหาดไทยจะไม่ทอดทิ้งผู้ปฏิบัติหน้าที่หรือครอบครัวของผู้เสียสละ โดยจะเร่งดูแลเรื่องสิทธิ สวัสดิการ และการเยียวยาอย่างเต็มที่ พร้อมติดตามสถานการณ์และสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานอย่างต่อเนื่อง
การสื่อสารดังกล่าวสะท้อนถึงความตั้งใจของฝ่ายปกครองในการดูแลเจ้าหน้าที่แนวหน้าและครอบครัวที่ได้รับผลกระทบ เพราะสมาชิก อส. เป็นกำลังสำคัญในการสนับสนุนภารกิจรักษาความปลอดภัยและดูแลประชาชนในพื้นที่ที่มีความเสี่ยง
เยี่ยมผู้บาดเจ็บที่โรงพยาบาลสุไหงโก-ลก
หลังจากรับฟังรายงาน นายวรศิษฎ์ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมสมาชิก อส. ที่ได้รับบาดเจ็บ ณ โรงพยาบาลสุไหงโก-ลก พร้อมมอบกระเช้าและให้กำลังใจผู้ป่วย รวมถึงพูดคุยกับแพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ที่ดูแลผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างใกล้ชิด
ผู้ได้รับบาดเจ็บที่เข้ารับการรักษาและนายวรศิษฎ์เดินทางไปเยี่ยมครั้งนี้มีทั้งหมด 10 นาย แบ่งเป็นผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 8 ราย และผู้ได้รับบาดเจ็บปานกลาง 2 ราย โดยแพทย์และพยาบาลเจ้าของไข้ยืนยันว่า สมาชิก อส. ทั้ง 10 นาย มีอาการพ้นขีดอันตรายแล้ว ถือเป็นข่าวดีท่ามกลางความสูญเสียและความกังวลของครอบครัว
- เร่งช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิตตามสิทธิและระเบียบราชการ
- ติดตามการรักษาและการฟื้นฟูผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างต่อเนื่อง
- ประสานงานระหว่างฝ่ายปกครอง ตำรวจ และทหาร
- ดูแลขวัญกำลังใจของเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในพื้นที่
- ยกระดับการดูแลความปลอดภัยของประชาชนและกำลังพล
เหตุการณ์นี้ทำให้เห็นว่าการช่วยเหลือหลังเกิดเหตุจำเป็นต้องดำเนินการอย่างรวดเร็วและครอบคลุม ไม่ใช่เพียงการรักษาผู้บาดเจ็บหรือมอบเงินเยียวยาเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการดูแลสภาพจิตใจของครอบครัว การให้ข้อมูลที่ชัดเจน และการสร้างความเชื่อมั่นว่าหน่วยงานรัฐจะติดตามคดีและดูแลผู้ได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง
ขณะเดียวกัน การทำงานของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ควรได้รับการสนับสนุนทั้งด้านอุปกรณ์ แผนรักษาความปลอดภัย และการประสานข้อมูลระหว่างหน่วยงาน เพื่อช่วยลดความเสี่ยงในการปฏิบัติหน้าที่ การลงพื้นที่ของผู้บริหารจึงมีความสำคัญทั้งในแง่การตรวจสอบสถานการณ์และการสร้างกำลังใจให้กับผู้ปฏิบัติงาน
สำหรับประชาชน การติดตามข่าวสารควรอ้างอิงข้อมูลจากหน่วยงานราชการหรือแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือ และหลีกเลี่ยงการเผยแพร่ภาพหรือรายละเอียดที่อาจกระทบต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต รวมถึงอาจส่งผลต่อการทำงานของเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคง
อนุทินมอบหมายวรศิษฎ์ลงพื้นที่นราธิวาส จึงเป็นภารกิจที่สะท้อนการเร่งรัดดูแลทั้งผู้ได้รับบาดเจ็บ ครอบครัวผู้เสียชีวิต และกำลังพลทุกฝ่าย หลังจากนี้ สิ่งที่ประชาชนคาดหวังคือการช่วยเหลือที่เป็นรูปธรรม การติดตามความคืบหน้าอย่างสม่ำเสมอ และมาตรการรักษาความปลอดภัยที่ช่วยให้คนในพื้นที่สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างมั่นใจมากขึ้น
เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ทุกฝ่ายร่วมกันดูแลความปลอดภัยและส่งต่อกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่กับครอบครัวผู้เสียสละ หากมีข้อมูลจากหน่วยงานเพิ่มเติม ประชาชนควรติดตามอย่างมีสติและร่วมกันสนับสนุนการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบอย่างเหมาะสม
ที่มา – ‘อนุทิน’ มอบหมาย ‘วรศิษฎ์’ ลงพื้นที่นราธิวาส ติดตามเหตุลอบวางระเบิดรถบรรทุกสมาชิก อส. สุคิริน


