เขื่อนเจ้าพระยาแจ้งระบายน้ำเตือนหลายพื้นที่นอกคันกันน้ำได้รับผลกระทบ

กรมชลประทานอัปเดตสถานการณ์น้ำเจ้าพระยาล่าสุดเมื่อวันที่ 23 กันยายน 2568 โดยระบุว่าสถานี C.2 อ.เมือง จ.นครสวรรค์ วัดปริมาณน้ำไหลผ่านที่ 2,298 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขณะที่ระดับน้ำอยู่ที่ 23.51 เมตร ซึ่งต่ำกว่าตลิ่งอยู่ 2.19 เมตร และมีแนวโน้มลดลง

เขื่อนเจ้าพระยาแจ้งระบายน้ำเตือนหลายพื้นที่นอกคันกันน้ำได้รับผลกระทบ

ที่สถานี C.13 เขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท ปริมาณน้ำไหลผ่านอยู่ที่ 2,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ระดับน้ำเหนือเขื่อน 15.52 เมตร และระดับน้ำด้านท้ายเขื่อนอยู่ที่ 15.23 เมตร (ต่ำกว่าตลิ่ง 1.11 เมตร) โดยระดับน้ำมีแนวโน้มทรงตัว ซึ่งกรมชลประทานได้บริหารจัดการน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยา ด้วยการหน่วงน้ำไว้ด้านเหนือพร้อมรับน้ำเข้าระบบชลประทานทั้งสองฝั่งตามศักยภาพของคลอง เพื่อลดผลกระทบต่อพื้นที่ให้ได้มากที่สุด

พื้นที่ได้รับผลกระทบจากน้ำเจ้าพระยา

ณ ปัจจุบัน พื้นที่นอกคันกันน้ำบริเวณด้านท้ายเขื่อนที่ได้รับผลกระทบประกอบด้วย คลองโผงเผง จังหวัดอ่างทอง, วัดไชโย อำเภอป่าโมก, คลองบางบาล ตำบลหัวเวียง อำเภอเสนา, ตำบลลาดชิด ตำบลท่าดินแดง อำเภอผักไห่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา วัดสิงห์ อำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี อำเภอเมืองสิงห์บุรี และตำบลโพนางดำ อำเภอสรรพยา จังหวัดชัยนาท ซึ่งที่อยู่ติดกับแม่น้ำน้อย

ทั้งนี้ หากระดับน้ำทางตอนบนมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น และส่งผลให้มีปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยามากขึ้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะแจ้งเตือนให้ประชาชนทราบเป็นระยะๆ เพื่อให้ทุกฝ่ายได้เตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์น้ำได้อย่างเหมาะสม

จากสถานการณ์ในปัจจุบัน แม้ระดับน้ำจะมีแนวโน้มลดลงแต่ก็ยังต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เนื่องจากจำนวนน้ำยังมากอยู่และมีศักยภาพที่จะเพิ่มขึ้นได้ในอนาคต หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงทรงตัวในการบริหารจัดการน้ำ และเตรียมแผนสำรองเพื่อป้องกันความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

เพื่อความปลอดภัยของทุกคน เจ้าหน้าที่เชิญชวนให้ประชาชนในพื้นที่ ได้เฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและเตรียมพร้อมทุกสถานการณ์ รวมถึงเน้นย้ำให้ประชาชนบริเวณใกล้เคียงกับแนวคันกั้นน้ำมีความระมัดระวังที่สูงขึ้นอีกครั้ง

เราควรให้ความสำคัญกับสถานการณ์น้ำเจ้าพระยาและข้อมูลจากกรมชลประทาน เพื่อป้องกันเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดในพื้นที่ใกล้เคียง เพราะน้ำเจ้าพระยาไม่ใช่แค่แหล่งน้ำที่สำคัญ แต่หากมีระดับเพิ่มขึ้นมากเกินไป ก็อาจจะกลายเป็นภัยธรรมชาติที่กระทบต่อชุมชนได้เช่นกัน

เขื่อนเจ้าพระยาเป็นหัวใจสำคัญในการจัดการน้ำในระบบน้ำของภาคกลาง ร่วมไปถึงความต่อเนื่องทั้งในลุ่มน้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำน้อย ทั้งในแง่ของน้ำใช้ในการเกษตร น้ำอุปโภคบริโภค และป้องกันอุทกภัย

ประชาชนควรเข้าใจกลไกการจัดการน้ำเพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์สูงสุด โดยคำนึงถึงความปลอดภัยและลดความเสี่ยงจากการบริหารน้ำที่ผิดฤดูกาล หรือเกิดจากปริมาณฝนที่ไม่สามารถคาดเดาได้

เชิญชวนทุกท่านให้ติดตามข้อมูลอย่างเป็นทางการอย่างสม่ำเสมอ เพื่อความปลอดภัยในทุกภาคส่วนในสังคม

ที่มา – เขื่อนเจ้าพระยา แจ้งระบายน้ำ เตือนหลายพื้นที่นอกคันกันน้ำท้ายเขื่อนได้รับผลกระทบ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *