เงินบาทผันผวนหนัก เปิดตลาด 33.57 บาท

เงินบาทผันผวนหนัก ในช่วงเช้าวันนี้ หลังตลาดเงินจับตาตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่ออกมาสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ ส่งผลให้เงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นและกดดันสกุลเงินในภูมิภาคเอเชีย โดยเงินบาทเปิดตลาดที่ระดับประมาณ 33.57 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ผู้ประกอบการ นักลงทุน และประชาชนที่มีธุรกรรมเกี่ยวข้องกับเงินตราต่างประเทศควรติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

ค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวอยู่ในกรอบประมาณ 33.55-33.57 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ในช่วงเวลา 09.00 น. เมื่อเทียบกับระดับปิดตลาดวันทำการก่อนหน้าที่ 33.58 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ แม้ตัวเลขเปิดตลาดจะสะท้อนการอ่อนค่าเพียงเล็กน้อย แต่ภาพรวมยังมีความผันผวนสูง เพราะตลาดกำลังประเมินทิศทางดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟด รวมถึงปัจจัยเสี่ยงจากเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ทั่วโลก

เงินบาทผันผวนหนัก จากเงินเฟ้อสหรัฐฯ สูงกว่าคาด

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยระบุว่า ในช่วงตลาดนิวยอร์กที่ผ่านมา เงินบาทอ่อนค่าไปแตะระดับประมาณ 33.65 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ สาเหตุสำคัญมาจากการแข็งค่าของเงินดอลลาร์ หลังสหรัฐฯ เปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค หรือ CPI ประจำเดือนกันยายน ซึ่งเพิ่มขึ้นมากกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้

ตัวเลขเงินเฟ้อทั่วไปของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 3.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สูงกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 3.6% และเร่งตัวจากระดับ 3.4% ในเดือนสิงหาคม ตัวเลขดังกล่าวทำให้นักลงทุนกังวลว่าแรงกดดันด้านราคายังไม่ลดลงอย่างเต็มที่ และอาจทำให้เฟดจำเป็นต้องดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดต่อไปในช่วงที่เหลือของปี รวมถึงอาจส่งผลต่อการประเมินทิศทางดอกเบี้ยในปีถัดไป

เมื่อเงินเฟ้อสหรัฐฯ ยังอยู่ในระดับสูง นักลงทุนบางส่วนจึงเข้าซื้อเงินดอลลาร์เพื่อถือครองสินทรัพย์ที่มีความปลอดภัยและคาดหวังผลตอบแทนจากดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับสูง การเคลื่อนไหวดังกล่าวส่งผลให้สกุลเงินของตลาดเกิดใหม่ รวมถึงเงินบาท เผชิญแรงกดดันในระยะสั้น และเป็นปัจจัยที่ทำให้ เงินบาทผันผวนหนัก กว่าช่วงก่อนหน้า

เงินบาทผันผวนหนัก แต่ฟื้นตัวในตลาดเอเชีย

อย่างไรก็ตาม เงินบาทสามารถล้างช่วงอ่อนค่าลงได้ทั้งหมดและกลับมาแข็งค่าในช่วงตลาดเอเชียภาคเช้า โดยมีแรงสนับสนุนจากการขายเงินดอลลาร์เพื่อปรับสถานะการลงทุน หลังจากดอลลาร์แข็งค่าขึ้นในช่วงก่อนหน้า นอกจากนี้ การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของราคาทองคำในตลาดโลกยังเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยหนุนเงินบาท เนื่องจากผู้ประกอบการทองคำอาจมีการซื้อขายเงินดอลลาร์และเงินบาทเพื่อรองรับธุรกรรมในตลาด

ราคาทองคำสปอตในตลาดโลกปรับตัวขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 4,140 ดอลลาร์ต่อออนซ์ การปรับขึ้นของทองคำช่วยเพิ่มแรงซื้อเงินบาทในบางช่วง และทำให้ค่าเงินสามารถฟื้นตัวได้ แม้ตลาดยังคงมีความกังวลเกี่ยวกับทิศทางดอกเบี้ยสหรัฐฯ และความเสี่ยงจากสถานการณ์ระหว่างประเทศ

กรอบค่าเงินบาทและปัจจัยที่ต้องติดตาม

สำหรับกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในวันนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินเบื้องต้นไว้ที่ 33.50-33.65 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ กรอบดังกล่าวสะท้อนว่าตลาดยังมีโอกาสเคลื่อนไหวทั้งสองทิศทาง นักลงทุนจึงควรวางแผนรับมือกับความผันผวน โดยเฉพาะผู้ที่ต้องชำระค่าสินค้า นำเข้าสินค้า ส่งออก หรือโอนเงินระหว่างประเทศ

ปัจจัยสำคัญที่ควรติดตามมีหลายด้าน ได้แก่ สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ทิศทางราคาน้ำมันและทองคำในตลาดโลก รวมถึงข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่อาจมีผลต่อการคาดการณ์นโยบายของเฟด รายการตัวเลขที่น่าสนใจมีดังนี้

  • ดัชนีราคาผู้ผลิต หรือ PPI ของสหรัฐฯ ประจำเดือนกันยายน
  • ยอดค้าปลีกสหรัฐฯ ซึ่งสะท้อนกำลังซื้อของผู้บริโภค
  • ตัวเลขการผลิตภาคอุตสาหกรรมประจำเดือนกันยายน
  • จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์
  • ทิศทางราคาทองคำและน้ำมันในตลาดโลก
  • ความเคลื่อนไหวของสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง

หากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ออกมาแข็งแกร่งกว่าคาด ตลาดอาจมองว่าเฟดมีเหตุผลในการรักษาดอกเบี้ยระดับสูงต่อไป ซึ่งจะเป็นแรงหนุนให้ดอลลาร์แข็งค่าและกดดันเงินบาทเพิ่มเติม ในทางกลับกัน หากข้อมูลเศรษฐกิจชะลอตัวหรือเงินเฟ้อเริ่มลดลงอย่างชัดเจน นักลงทุนอาจเพิ่มความคาดหวังต่อการผ่อนคลายนโยบายการเงิน และช่วยลดแรงกดดันต่อเงินบาทได้

คำแนะนำสำหรับผู้ที่ต้องใช้เงินต่างประเทศ

ในช่วงที่ เงินบาทผันผวนหนัก ผู้ประกอบการควรบริหารความเสี่ยงด้วยการทยอยซื้อหรือขายเงินตราต่างประเทศ ไม่ควรรอทำธุรกรรมทั้งหมดในวันเดียว เพราะอาจได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยนระหว่างวัน ส่วนผู้ส่งออกอาจพิจารณาป้องกันความเสี่ยงด้วยสัญญาซื้อขายเงินตราล่วงหน้า ขณะที่ผู้นำเข้าควรประเมินต้นทุนอย่างรอบคอบและติดตามค่าเงินก่อนกำหนดชำระเงิน

สำหรับประชาชนที่มีแผนเดินทางไปต่างประเทศ ควรเปรียบเทียบอัตราแลกเปลี่ยนจากหลายช่องทาง และทยอยแลกเงินตามความจำเป็น การติดตามข่าวเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ ควรพิจารณาค่าธรรมเนียมและส่วนต่างอัตราแลกเปลี่ยนของแต่ละผู้ให้บริการด้วย

โดยสรุป ค่าเงินบาทยังมีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบกว้างจากแรงกดดันของเงินเฟ้อสหรัฐฯ ทิศทางดอลลาร์ และการเปลี่ยนแปลงของราคาทองคำ นักลงทุนควรใช้ข้อมูลอย่างรอบด้านและหลีกเลี่ยงการตัดสินใจจากการเคลื่อนไหวระยะสั้นเพียงอย่างเดียว การวางแผนล่วงหน้าและกระจายความเสี่ยงจะช่วยรับมือกับสถานการณ์ได้ดีกว่าในช่วงที่ตลาดการเงินยังมีความไม่แน่นอน

ที่มา – ค่าเงินบาทผันผวนหนัก เปิดตลาดอ่อนค่า 33.57 บาท หลังเงินเฟ้อสหรัฐพุ่ง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *