เปิดข้อหาพระอลงกตก่อนถูกกองปราบบุกรวบตัวได้คาวัด
เมื่อเวลา 02.00 น. วันที่ 26 สิงหาคม พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. สั่งการให้กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ปิดล้อมตรวจค้นทั้งสิ้น 17 จุด ในพื้นที่กรุงเทพฯ และจังหวัดลพบุรี เพื่อดำเนินคดีตามหมายจับกับ พระอลงกต เจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ จ.ลพบุรี และนายเสกสันน์ ทรัพย์สืบสกุล หรือที่รู้จักในนาม หมอบี ทูตสื่อวิญญาณ ที่ถูกกล่าวหาเกี่ยวข้องกับคดีทุจริตของวัดพระบาทน้ำพุ
เปิดข้อหาพระอลงกต
ข้อกล่าวหาที่มีต่อ พระอลงกต คือการกระทำความผิดฐานทุจริตยักยอกเงินบริจาคของวัด ซึ่งมีการทำคดีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147, 157 และข้อหาฟอกเงิน โดยมีรายงานว่าทาง พ.ต.ต.เอกรัฐ จันทร์มณี สว.กก.1 บก.ป. ได้เข้าควบคุมตัว พระราชวิสุทธิประชานาถ หรือชื่อเดิม นายนายอลงกต พลมุข ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ที่ จ 81/2568 ลง 22 สิงหาคม 2568
ข้อกล่าวหาต่อพระอลงกตมีลักษณะร้ายแรง โดยถูกกล่าวว่า:
- ทุจริตยักยอกเงินบริจาคของวัดพระบาทน้ำพุ
- เบียดบังทรัพย์ของวัดเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว
- เป็นเจ้าพนักงานรับราชการโดยไม่ซื่อสัตย์สุจริต
- ใช้ตำแหน่งหน้าที่โดยทุจริต
- ร่วมกับบุคคลอื่นในการฟอกเงินและสมคบคิด
หนึ่งในประเด็นสำคัญของคดีนี้คือการที่ พระอลงกต ถือตำแหน่งสำคัญในวัดพระบาทน้ำพุ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ทางศาสนาและผู้คนมีความเชื่อมั่นสูง แต่กลับถูกกล่าวหาว่าใช้ความน่าเชื่อถือเหล่านี้ไปโดยมิชอบ เพื่อแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตัวอย่างเด็ดขาด
การดำเนินคดีของตำรวจ
ตำรวจกองปราบปราม นำทีมโดย พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว, พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม, พล.ต.ต.วิทยา ศรีประเสิรฐภาพ, พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ และ พ.ต.อ.มนูญ แก้วก่ำ ปิดล้อมและเข้าควบคุมสถานที่เกี่ยวข้องในคดีทั้งใน กทม. และ ลพบุรี พร้อมกับเข้าจับกุมตัวผู้ต้องหาคนสำคัญทั้ง 2 ราย
ด้านนายเสกสันน์ หรือ หมอบี ถูกกล่าวว่าเป็นผู้มีบทบาทในการบริหารสื่อและกิจกรรมต่างๆ ของวัด ซึ่งมีการเสนอข้อมูลจำนวนมามากมายผ่านเพจ “งมงาย สไตล์หมอบี” ที่ได้รับการติดตามอย่างแพร่หลาย รัฐและสังคมต่างเริ่มจับตาดูกรณีนี้อย่างใกล้ชิดตั้งแต่มีประชาชนร้องเรียนว่ามีพฤติกรรมที่ส่อไปในทางไม่เหมาะสมทั้งด้านการเงินและจริยธรรมนิกาย
ปัจจุบันทั้ง 2 ผู้ต้องหาได้ถูกควบคุมตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมาย อย่างไรก็ตาม คดีนี้ยังมีความคืบหน้าต่อเนื่อง และคาดว่าจะเกิดเผยเบาะแสเพิ่มเติมเกี่ยวกับเงินบริจาคจำนวนมหาศาลที่ไหลผ่านวัดพระบาทน้ำพุในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
เรื่องนี้เป็นบทเรียนสำคัญว่าแม้สถานที่ทางศาสนาจะมีความน่าเคารพในสายตาคนทั่วไป แต่หากมีการใช้ความน่าเชื่อถือไปเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตัว ก็ต้องได้รับการตรวจสอบและดำเนินคดีอย่างจริงจัง เพื่อความยุติธรรม