เรืองไกรร้อง ป.ป.ช. สอบบัญชีทรัพย์สิน การดี
เรืองไกรร้อง ป.ป.ช. สอบบัญชีทรัพย์สิน การดี
นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ เปิดเผยว่า ได้ส่งหนังสือทางไปรษณีย์ด่วนพิเศษ EMS ถึงสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. เพื่อขอให้ตรวจสอบบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของนางการดี เลียวไพโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กรณีเข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2569
ประเด็นสำคัญที่นายเรืองไกรเสนอให้ตรวจสอบ คือ บัญชีทรัพย์สิน รายได้ รายจ่าย และข้อมูลทางการเงินที่ยื่นต่อ ป.ป.ช. มีความสอดคล้องกันหรือไม่ โดยข้อมูลในคำร้องอ้างอิงจากเว็บไซต์ของ ป.ป.ช. สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. รวมถึงข้อมูลที่เผยแพร่ผ่าน Google ทั้งนี้ การยื่นคำร้องเป็นเพียงการขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อเท็จจริง ยังไม่ใช่ข้อสรุปว่ามีการกระทำผิดเกิดขึ้นแล้ว
รายละเอียดบัญชีทรัพย์สินที่ยื่นต่อ ป.ป.ช.
ตามข้อมูลที่ถูกนำเสนอ นางการดีได้ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินต่อ ป.ป.ช. กรณีเข้ารับตำแหน่ง สส. โดยมีเลขรับของ ป.ป.ช. ที่ 1073 ลงวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 บัญชีดังกล่าวระบุว่ามีทรัพย์สินรวม 233,808,707.33 บาท แบ่งเป็นทรัพย์สินของผู้ยื่นบัญชี 136,074,890.26 บาท ทรัพย์สินของคู่สมรส 97,139,154.90 บาท และทรัพย์สินของบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ 594,662.17 บาท
ส่วนหนี้สินรวมที่แจ้งไว้มีจำนวน 8,062,974.39 บาท แบ่งเป็นหนี้สินของผู้ยื่นบัญชี 3,614,591.83 บาท และหนี้สินของคู่สมรส 4,448,382.56 บาท ตัวเลขเหล่านี้เป็นข้อมูลตามบัญชีที่ยื่นต่อหน่วยงานรัฐ และจะต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบเอกสาร รวมถึงการชี้แจงจากผู้เกี่ยวข้องก่อนจึงจะสามารถสรุปผลได้
ประเด็นรายได้และรายจ่ายที่ถูกร้องขอให้ตรวจสอบ
ในส่วนรายได้ นางการดีแจ้งว่ามีรายได้รวม 1,996,000 บาท และมีรายจ่ายรวม 1,980,000 บาท ขณะที่เงินได้พึงประเมินตามประมวลรัษฎากรอยู่ที่ 5,092,428.64 บาท สำหรับคู่สมรสแจ้งว่ามีรายได้รวม 19,075,000 บาท รายจ่ายรวม 6,497,300 บาท และมีเงินได้พึงประเมินตามประมวลรัษฎากร 2,689,629 บาท
นายเรืองไกรตั้งข้อสังเกตว่า ในบัญชีรายได้อาจไม่ได้ระบุเงินประจำตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและเงินเพิ่ม ซึ่งควรได้รับตั้งแต่วันที่มีสมาชิกภาพตามรัฐธรรมนูญ โดยมีการประเมินจำนวนเงินดังกล่าวไว้ประมาณเดือนละ 113,560 บาท จึงขอให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบว่ารายได้ตั้งแต่วันที่ 8 กุมภาพันธ์ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2569 ได้รวมเงินประจำตำแหน่งและเงินเพิ่มไว้อย่างครบถ้วนหรือไม่
อีกประเด็นหนึ่งเกี่ยวข้องกับเงินบริจาคให้พรรคประชาธิปัตย์ ข้อมูลจากเว็บไซต์ กกต. ระบุว่า นางการดีมีการบริจาคเงินให้พรรคจำนวน 5 ครั้ง ครั้งละ 15,000 บาท ได้แก่ วันที่ 9 เมษายน 12 พฤษภาคม 4 มิถุนายน 3 กรกฎาคม และ 5 สิงหาคม 2569 รวมเป็นเงิน 75,000 บาท นายเรืองไกรจึงขอให้ตรวจสอบว่ารายจ่ายส่วนนี้ได้ถูกแจ้งไว้ในบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินที่ยื่นต่อ ป.ป.ช. หรือไม่ และการไม่ระบุรายการดังกล่าวเข้าข่ายเป็นการปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งหรือไม่
ข้อสงสัยเกี่ยวกับรายได้ของคู่สมรสและเงินลงทุน
คำร้องยังขอให้ตรวจสอบความแตกต่างระหว่างรายได้รวมของคู่สมรส ซึ่งระบุไว้ 19,075,000 บาท กับเงินได้พึงประเมินตามประมวลรัษฎากรจำนวน 2,689,629 บาท เนื่องจากเป็นตัวเลขที่แตกต่างกันมาก จึงมีข้อเสนอให้ตรวจสอบว่ามีการเสียภาษีครบถ้วนหรือไม่ รวมถึงกรมสรรพากรได้ดำเนินการตรวจสอบหรือประเมินภาษีในส่วนนี้อย่างไร
นอกจากนี้ ยังมีประเด็นเกี่ยวกับเงินลงทุนลำดับที่ 21 ในบริษัท ทันใจดี มันนี่ ทรานส์เฟอร์ จำกัด จำนวน 500 หน่วย มูลค่า 50,000 บาท ซึ่งเป็นเงินลงทุนของคู่สมรส โดยข้อมูลที่เผยแพร่ทางออนไลน์ระบุว่าบริษัทประกอบกิจการเป็นตัวกลางในการชำระเงินค่าสินค้า ค่าบริการ หรือค่าอื่น ๆ รวมถึงให้บริการชำระเงินด้วยวิธีต่าง ๆ เมื่อได้รับอนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
จากข้อมูลดังกล่าว นายเรืองไกรขอให้ตรวจสอบว่าบริษัทมีใบอนุญาตประกอบกิจการจากหน่วยงานใด ใบอนุญาตครอบคลุมธุรกิจประเภทใด และบริษัทดำเนินกิจการอยู่จริงหรืออยู่ระหว่างการประกาศขายกิจการตามข้อมูลที่ปรากฏ ทั้งนี้ การตรวจสอบใบอนุญาตและสถานะของบริษัทควรอาศัยเอกสารทางราชการและข้อมูลจากหน่วยงานกำกับดูแลเป็นหลัก
เรืองไกรร้อง ป.ป.ช. สอบบัญชีทรัพย์สิน การดี ต้องรอผลตรวจสอบ
กรณีเรืองไกรร้อง ป.ป.ช. สอบบัญชีทรัพย์สิน การดี เป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจ เพราะเกี่ยวข้องกับความโปร่งใสของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและการเปิดเผยข้อมูลทางการเงินต่อสาธารณะ อย่างไรก็ตาม การยื่นคำร้องยังเป็นขั้นตอนเริ่มต้น ป.ป.ช. จะต้องพิจารณาข้อมูล พยานหลักฐาน และคำชี้แจงจากผู้เกี่ยวข้องก่อนตัดสินว่ามีมูลหรือมีการฝ่าฝืนกฎหมายหรือไม่
ประชาชนควรติดตามข้อมูลจากหน่วยงานรัฐและผลการตรวจสอบอย่างเป็นทางการ โดยแยกข้อกล่าวหาออกจากข้อเท็จจริง และไม่ด่วนสรุปความผิดก่อนมีคำวินิจฉัยที่ชัดเจน หากมีความคืบหน้าเกี่ยวกับการตรวจสอบบัญชีทรัพย์สิน รายได้ รายจ่าย ภาษี หรือสถานะของบริษัทที่เกี่ยวข้อง หน่วยงานที่รับผิดชอบควรเผยแพร่ข้อมูลอย่างโปร่งใสและตรวจสอบได้
ท้ายที่สุด ประเด็นนี้สะท้อนความสำคัญของการยื่นบัญชีทรัพย์สินอย่างครบถ้วน ถูกต้อง และตรงตามข้อกำหนด ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองควรเตรียมเอกสารประกอบให้ชัดเจน ขณะที่ประชาชนควรติดตามผลจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือ เพื่อร่วมกันส่งเสริมมาตรฐานความโปร่งใสในสังคมไทย