เรื่องน่ารู้ : มะเขือเปราะ
มะเขือเปราะ เป็นพืชผักที่มีชื่อเสียงในวงการอาหารและการแพทย์แผนโบราณ โดยเฉพาะในประเทศไทยและหลายประเทศในเอเชีย มีถิ่นกำเนิดจากประเทศอินเดีย และแพร่หลายไปยังภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะไทย มากระหว่างสมัยโบราณจากการค้าขายกับชาวอินเดียและอาหรับ ปัจจุบันถูกปลูกอย่างแพร่หลายทั่วประเทศ เนื่องจากใช้พื้นที่น้อยและให้ผลผลิตสูง
เรื่องน่ารู้ : มะเขือเปราะ
ในทางพฤกษศาสตร์ มะเขือเปราะ จัดอยู่ในวงศ์ Solanaceae หรือวงศ์มันสำปะหลัง ซึ่งเป็นวงศ์เดียวกับมะนาว พริก มะเขือ เป็นต้น มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Solanum melongena ซึ่งเป็นพืชล้มลุก มีลำต้นสูงประมาณ 40-150 เซนติเมตร ใบเป็นใบเดี่ยว สีเขียวเข้ม รูปหัวลูกศร มีขนาดใหญ่และหนา ดอกของ มะเขือเปราะ ออกตามซอกใบ มีทั้งดอกเดี่ยวและดอกเป็นช่อ สีม่วงเข้มหรือสีขาว ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์
ลักษณะของผลมะเขือเปราะ
ผลของมะเขือเปราะ มีลักษณะกลมหรือรูปไข่ สีของผลขึ้นอยู่กับพันธุ์ มีตั้งแต่สีเขียว สีม่วง สีขาว สีเหลือง บางพันธุ์มีสีพาสเทลหรือลายขาวสลับกับสีเขียว ผลอ่อนจะมีสีเขียว แต่เมื่อแก่จะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองหรือสีม่วงเข้ม ผลของมะเขือเปราะมีเนื้อในแน่น กรอบ ฉ่ำน้ำ และมีรสหวานปนขมเล็กน้อย จึงเหมาะแก่การรับประทานสดและนำไปปรุงในเมนูต่าง ๆ
- เมล็ดภายในมีสีขาวหรือสีเหลืองอ่อน
- นิยมรับประทานแบบสด เช่น จิ้มน้ำพริก
- เหมาะสำหรับเมนูแกง เช่น แกงเขียวหวาน แกงเผ็ด
- สามารถนำไปผัดพริกแกงหรือต้มยำได้
ในอินเดีย มะเขือเปราะถูกใช้มากในอาหารวัฒนธรรมประจำชาติ เช่น แกงส้ม หรือ curry ส่วนในไทย นิยมใช้ในอาหารภาคใต้ เช่น แกงมัสมั่น หรือทำเป็นผักดอง ซึ่งช่วยเพิ่มความกรอบและสีสันให้กับอาหาร นอกจากนี้ ผลของ มะเขือเปราะ ยังมีคุณค่าทางโภชนาการสูง มีไฟเบอร์ วิตามิน C และแร่ธาตุที่จำเป็น เช่น โพแทสเซียม และแมกนีเซียม
ประโยชน์ทางอาหารและสมุนไพร
ในด้านสมุนไพรและการแพทย์ มะเขือเปราะ ถูกใช้รักษาอาการท้องผูก มีฤทธิ์ในการล้างพิษในร่างกาย และช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด เปลือกของผลมะเขือเปราะยังมีสารต้านอนุมูลอิสระที่สูง จึงมีประโยชน์ต่อการบำรุงผิวพรรณและชะลอความชรา บางพื้นที่ในอินเดียและเอเชียใช้ผักชนิดนี้เป็นยาสมุนไพรในการรักษาโรคเบาหวานด้วย
ในประเทศไทย มะเขือเปราะมีการปลูกได้ตลอดทั้งปี โดยเฉพาะในฤดูฝน ถือเป็นตัวเลือกของการปลูกพืชผักเขตร้อนที่เหมาะกับครัวเรือน ส่วนวิธีการเลือกซื้อ มะเขือเปราะสดใหม่ นั้น ควรเลือกผลที่มีผิวเรียบเงา ไม่มีแผล เป็นผลอ่อน และไม่สุกเกินไป เพื่อได้เนื้อในที่กรอบและอร่อยที่สุด
หากคุณกำลังมองหาทางเลือกดี ๆ ในการเพิ่มความหลากหลายให้กับเมนูอาหารที่บ้าน ลองนำ มะเขือเปราะ มาประกอบอาหารดูสักครั้ง รับรองได้ทั้งสุขภาพดีและรสชาติอร่อยตามแบบฉบับอาหารไทยแท้
ที่มา – เรื่องน่ารู้ : มะเขือเปราะ