เร่งขยายเครือข่าย มั่นใจ 30 แห่งปีนี้

ตลาดรถยนต์พลังงานไฟฟ้าในประเทศไทยยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ผู้บริโภคจำนวนมากเริ่มมองหารถยนต์ EV ที่ตอบโจทย์ทั้งการเดินทางในชีวิตประจำวัน ความคุ้มค่า และความมั่นใจในการดูแลระยะยาว ท่ามกลางการแข่งขันที่เข้มข้น FORTHING THAILAND จึงเดินหน้าวางแผนธุรกิจอย่างจริงจัง โดยให้ความสำคัญกับการขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายและศูนย์บริการทั่วประเทศ เพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงรถยนต์และบริการหลังการขายได้สะดวกยิ่งขึ้น

เป้าหมายสำคัญคือการมีเครือข่ายผู้จำหน่ายเพิ่มมากกว่า 10 แห่ง และพัฒนาเครือข่ายศูนย์บริการให้ครอบคลุมมากกว่า 30 แห่งภายในปี 2569 แนวทางดังกล่าวไม่เพียงช่วยเพิ่มโอกาสในการเลือกซื้อรถยนต์ FORTHING เท่านั้น แต่ยังช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภคว่าแบรนด์มีความพร้อมในการดูแลลูกค้าอย่างต่อเนื่อง

เร่งขยายเครือข่าย มั่นใจ 30 แห่งปีนี้

การเร่งขยายเครือข่าย มั่นใจ 30 แห่งปีนี้ สะท้อนถึงทิศทางการทำตลาดของ FORTHING THAILAND ที่ต้องการเติบโตไปพร้อมกับตลาดรถยนต์ไฟฟ้า บริษัทมองว่าการมีโชว์รูมและศูนย์บริการในพื้นที่สำคัญจะช่วยให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ที่ดีตั้งแต่ก่อนตัดสินใจซื้อ ระหว่างการใช้งาน และหลังการขาย

ปัจจุบัน FORTHING THAILAND มีผู้จำหน่ายที่เปิดดำเนินการแล้วในกรุงเทพมหานครและพื้นที่ปริมณฑลจำนวน 3 แห่ง พร้อมเตรียมขยายเพิ่มเติมอีก 3 แห่ง นอกจากนี้ยังมีแผนขยายเครือข่ายไปยังจังหวัดสำคัญในภูมิภาคต่าง ๆ เพื่อรองรับลูกค้าที่สนใจรถยนต์พลังงานไฟฟ้าได้ครอบคลุมมากขึ้น

เครือข่ายผู้จำหน่ายรองรับลูกค้าทั่วประเทศ

จังหวัดที่อยู่ในแผนการขยายเครือข่าย ได้แก่ เชียงใหม่ พิษณุโลก นครสวรรค์ อุบลราชธานี ขอนแก่น ระยอง ชุมพร และภูเก็ต แต่ละพื้นที่ล้วนเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจและมีความต้องการใช้รถยนต์เพิ่มขึ้น การมีผู้จำหน่ายในพื้นที่จะช่วยให้ผู้บริโภคสามารถเข้าชมรถ ทดลองขับ สอบถามข้อมูล และรับคำแนะนำจากทีมงานได้ใกล้บ้านมากกว่าเดิม

สำหรับผู้ที่กำลังตัดสินใจซื้อรถยนต์ EV เรื่องความสะดวกในการเข้ารับบริการถือเป็นปัจจัยสำคัญไม่น้อยไปกว่าดีไซน์ สมรรถนะ หรือเทคโนโลยีของรถ เพราะรถยนต์ไฟฟ้าจำเป็นต้องได้รับการตรวจเช็กตามระยะ รวมถึงการดูแลระบบไฟฟ้าและแบตเตอรี่โดยช่างผู้มีความรู้เฉพาะทาง การขยายศูนย์บริการจึงช่วยลดความกังวลและทำให้การเป็นเจ้าของรถง่ายขึ้น

ยกระดับบริการหลังการขายให้ครบวงจร

FORTHING THAILAND ให้ความสำคัญกับการสร้างระบบนิเวศบริการหลังการขาย หรือ After-Sales Ecosystem ควบคู่ไปกับการเพิ่มจำนวนโชว์รูม บริษัทต้องการให้ลูกค้าได้รับการดูแลอย่างเป็นระบบ ไม่ว่าจะเป็นการบำรุงรักษาตามระยะ การซ่อมแซม การจัดหาอะไหล่ หรือการให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้า

แนวทางนี้ช่วยให้แบรนด์สามารถรองรับฐานลูกค้าที่ขยายตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังเป็นการสร้างประสบการณ์ที่ดีตลอดอายุการใช้งานรถยนต์ ลูกค้าจึงไม่ต้องมองหาบริการจากหลายช่องทาง เพราะสามารถติดต่อผู้จำหน่ายและศูนย์บริการของแบรนด์ได้โดยตรง

  • เข้าถึงรถยนต์ได้ง่ายขึ้น: ลูกค้าในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดมีโอกาสเข้าชมรถและทดลองขับใกล้บ้าน
  • เพิ่มความสะดวกในการบำรุงรักษา: ศูนย์บริการที่ครอบคลุมช่วยลดเวลาและระยะทางในการนำรถเข้ารับบริการ
  • สร้างความมั่นใจในการใช้งาน: ลูกค้าได้รับคำแนะนำและการดูแลจากทีมงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์โดยตรง
  • รองรับการเติบโตระยะยาว: เครือข่ายที่แข็งแกร่งช่วยให้แบรนด์พร้อมดูแลลูกค้าที่เพิ่มขึ้นในอนาคต

อีกหนึ่งจุดที่ช่วยสร้างความอุ่นใจให้แก่ผู้ใช้รถ FORTHING FRIDAY คือการรับประกันคุณภาพตัวรถ 6 ปี หรือ 200,000 กิโลเมตร และการรับประกันแบตเตอรี่ตลอดอายุการใช้งาน ภายใต้เงื่อนไขที่บริษัทกำหนด นอกจากนี้ยังมีบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งช่วยให้ผู้ขับขี่รู้สึกมั่นใจมากขึ้นเมื่อเดินทางทั้งในเมืองและต่างจังหวัด

การรับประกันและบริการช่วยเหลือฉุกเฉินเป็นองค์ประกอบที่มีความสำคัญสำหรับผู้ที่กำลังเปลี่ยนผ่านจากรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปมาใช้รถยนต์ไฟฟ้า เพราะหลายคนอาจยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการดูแลรถและการเดินทางระยะไกล การมีทีมงานพร้อมให้ความช่วยเหลือจึงช่วยลดความกังวล และทำให้การใช้รถ EV ในชีวิตประจำวันเป็นเรื่องง่ายขึ้น

เร่งขยายเครือข่าย มั่นใจ 30 แห่งปีนี้ เพื่อการเติบโตที่ยั่งยืน

นอกจากเป้าหมายด้านจำนวนสาขา FORTHING THAILAND ยังต้องการพัฒนาเครือข่ายให้มีคุณภาพและสามารถรองรับลูกค้าได้จริง การขยายธุรกิจจึงไม่ได้หมายถึงการเพิ่มจุดจำหน่ายเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงการพัฒนาบุคลากร ระบบบริการ และมาตรฐานการดูแลลูกค้าให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน

มุมมองดังกล่าวถือเป็นเรื่องที่น่าสนใจ เพราะความสำเร็จของแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าไม่ได้ขึ้นอยู่กับยอดขายเพียงอย่างเดียว แต่ยังขึ้นอยู่กับความสามารถในการดูแลลูกค้าหลังจากส่งมอบรถแล้ว หาก FORTHING สามารถสร้างเครือข่ายที่เข้าถึงง่าย บริการรวดเร็ว และมีมาตรฐานสม่ำเสมอ ก็จะช่วยเพิ่มความไว้วางใจและสนับสนุนการเติบโตในตลาดไทยได้ในระยะยาว

สำหรับผู้บริโภคที่สนใจรถยนต์ FORTHING การตรวจสอบข้อมูลโชว์รูม ศูนย์บริการ เงื่อนไขการรับประกัน และรายละเอียดแคมเปญต่าง ๆ ก่อนตัดสินใจถือเป็นเรื่องที่ควรทำ ขณะเดียวกัน การทดลองขับและพูดคุยกับที่ปรึกษาการขายจะช่วยให้เข้าใจฟังก์ชันของรถ รวมถึงประเมินว่ารุ่นที่สนใจเหมาะกับรูปแบบการใช้งานของตนเองหรือไม่

โดยสรุป แผนเร่งขยายเครือข่าย มั่นใจ 30 แห่งปีนี้ แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจของ FORTHING THAILAND ในการสร้างความแข็งแกร่งให้แบรนด์ พร้อมดูแลลูกค้าอย่างครบวงจร ตั้งแต่การจำหน่ายไปจนถึงบริการหลังการขาย หากบริษัทเดินหน้าพัฒนาเครือข่ายได้ตามเป้าหมาย ผู้บริโภคชาวไทยก็จะมีทางเลือกในการใช้รถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น และได้รับความมั่นใจตลอดเส้นทางการเป็นเจ้าของรถ

มุมมองส่งท้าย: การมีศูนย์บริการใกล้บ้านคือหนึ่งในกุญแจสำคัญที่จะทำให้รถยนต์ไฟฟ้าได้รับความนิยมมากขึ้น ดังนั้นการขยายเครือข่ายของ FORTHING จึงเป็นสัญญาณที่ดีทั้งต่อผู้บริโภคและการเติบโตของตลาด EV ไทย ผู้ที่สนใจควรติดตามความคืบหน้าของสาขาใหม่และเลือกศูนย์บริการที่สะดวกกับการใช้งานของตนเอง

ที่มา – เร่งขยายเครือข่ายมั่นใจ30แห่งปีนี้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *