เว็บไซต์หน่วยงานรัฐในสหรัฐใช้เอไออาลีบาบา จุดคำถามเรื่องความมั่นคง
ประเด็น เว็บไซต์หน่วยงานรัฐในสหรัฐใช้เอไออาลีบาบา จุดคำถามเรื่องความมั่นคง กลายเป็นเรื่องที่ได้รับความสนใจจากแวดวงเทคโนโลยีและความมั่นคงระหว่างประเทศ หลังมีรายงานว่าเว็บไซต์รัฐกิจจานุเบกษาของสหรัฐ ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของหอจดหมายเหตุแห่งชาติสหรัฐ เคยใช้แบบจำลองปัญญาประดิษฐ์ หรือเอไอ “เฉียนเหวิน” (Qwen) ของบริษัทอาลีบาบา เพื่อช่วยผู้ใช้งานค้นหาร่างกฎระเบียบของรัฐบาลกลางเป็นเวลาหลายเดือน ก่อนที่เครื่องมือดังกล่าวจะถูกถอดออกจากเว็บไซต์ในเวลาต่อมา
แม้ข้อมูลที่อยู่บนเว็บไซต์ดังกล่าวจะเป็นข้อมูลสาธารณะ และไม่ได้เกี่ยวข้องกับเอกสารลับโดยตรง แต่เหตุการณ์นี้ทำให้เกิดคำถามสำคัญเกี่ยวกับการเลือกใช้เทคโนโลยีจากต่างประเทศในระบบงานของรัฐบาล โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่สหรัฐและจีนกำลังแข่งขันกันอย่างเข้มข้นด้านเอไอ ชิปประมวลผล และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล
เว็บไซต์หน่วยงานรัฐในสหรัฐใช้เอไออาลีบาบา จุดคำถามเรื่องความมั่นคง
รายงานระบุว่า เครื่องมือค้นหาที่ใช้แบบจำลองเฉียนเหวินถูกนำมาใช้เพื่อช่วยให้ประชาชนค้นหาร่างกฎระเบียบของรัฐบาลกลางได้สะดวกขึ้น อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนว่าเริ่มนำระบบนี้มาใช้งานตั้งแต่เมื่อใด และระบบทำงานผ่านเซิร์ฟเวอร์ของหน่วยงานรัฐโดยตรง หรือส่งข้อมูลไปประมวลผลบนระบบของผู้ให้บริการภายนอก
ต่อมา เครื่องมือดังกล่าวถูกนำออกจากระบบในช่วงเวลาใกล้เคียงกับการเผยแพร่โพสต์บนสื่อสังคมออนไลน์ที่กล่าวถึงการใช้งานเอไอของอาลีบาบาในเว็บไซต์รัฐบาลสหรัฐ การถอดระบบออกทำให้หลายฝ่ายจับตาว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจต้องการตรวจสอบความเสี่ยงด้านข้อมูล ความปลอดภัยของซอฟต์แวร์ และความสอดคล้องกับนโยบายการจัดซื้อเทคโนโลยีของรัฐบาล
เหตุผลที่เอไอจีนกลายเป็นประเด็นอ่อนไหว
ความกังวลไม่ได้เกิดจากชื่อของแบบจำลองเพียงอย่างเดียว แต่เกี่ยวข้องกับบริบททางภูมิรัฐศาสตร์และความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐกับจีนด้วย ก่อนหน้านี้ สำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐ หรือเอฟบีไอ กล่าวหาอาลีบาบาว่าอาจลอกเลียนเทคโนโลยีเอไอของบริษัทแอนโทรปิก ซึ่งเป็นบริษัทคู่แข่งจากสหรัฐ เพื่อนำไปพัฒนาแบบจำลองของตนเอง ขณะที่เจ้าหน้าที่บางส่วนยังกล่าวหาว่าบริษัทเอไอจีนมีพฤติกรรมลักษณะดังกล่าวในระดับอุตสาหกรรม
ข้อกล่าวหาเหล่านี้ทำให้การใช้งานเอไอจากจีนในหน่วยงานของสหรัฐถูกพิจารณาอย่างละเอียดมากขึ้น แม้แบบจำลองจะเป็นซอฟต์แวร์แบบเปิดน้ำหนัก ซึ่งเปิดให้ผู้พัฒนาสามารถดาวน์โหลด ปรับแต่ง และติดตั้งบนระบบของตนเองได้ก็ตาม จุดสำคัญจึงอยู่ที่วิธีการติดตั้งและการจัดการข้อมูล ไม่ใช่เพียงประเทศต้นทางของเทคโนโลยี
ความเสี่ยงขึ้นอยู่กับการประมวลผลข้อมูล
ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงมองว่า ความเสี่ยงของการใช้เอไอในหน่วยงานรัฐขึ้นอยู่กับว่าแบบจำลองถูกประมวลผลที่ใด หากระบบทำงานอยู่บนโครงสร้างพื้นฐานของหน่วยงานสหรัฐ และไม่มีการส่งข้อมูลออกไปภายนอก ความเสี่ยงอาจอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ โดยเฉพาะกรณีที่ใช้กับข้อมูลสาธารณะเท่านั้น
ในทางกลับกัน หากคำค้นหา เอกสาร หรือข้อมูลจากผู้ใช้งานถูกส่งไปยังเซิร์ฟเวอร์ของบริษัทเอกชนในต่างประเทศ ก็อาจเกิดความเสี่ยงด้านความเป็นส่วนตัว การจัดเก็บข้อมูล และการเข้าถึงโดยบุคคลที่ไม่ได้รับอนุญาต นอกจากนี้ ยังต้องพิจารณาว่าระบบมีการบันทึกประวัติการใช้งานหรือไม่ รวมถึงข้อมูลเหล่านั้นถูกนำไปใช้ฝึกแบบจำลองต่อหรือเปล่า
- ตรวจสอบตำแหน่งของเซิร์ฟเวอร์และสถานที่ประมวลผลข้อมูล
- กำหนดประเภทข้อมูลที่สามารถป้อนเข้าสู่ระบบได้อย่างชัดเจน
- แยกข้อมูลสาธารณะออกจากข้อมูลภายในและข้อมูลลับ
- ตรวจสอบซอฟต์แวร์และการอัปเดตด้านความปลอดภัยอย่างสม่ำเสมอ
- จัดทำแผนรองรับกรณีระบบผิดพลาดหรือข้อมูลรั่วไหล
สำหรับกรณีนี้ ยังไม่มีหลักฐานยืนยันว่าข้อมูลลับของรัฐบาลสหรัฐถูกส่งออกนอกระบบ หรือมีการเข้าถึงข้อมูลที่อาจกระทบต่อความมั่นคงแห่งชาติ อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนว่าแม้ระบบจะถูกใช้กับข้อมูลสาธารณะ หน่วยงานรัฐก็ยังจำเป็นต้องประเมินความเสี่ยงอย่างรอบด้าน เพราะการเลือกเครื่องมือหนึ่งเข้ามาอยู่ในระบบราชการอาจสร้างผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนได้
ผลกระทบต่อนโยบายเอไอของรัฐบาลสหรัฐ
สหรัฐกำลังผลักดันนโยบายเพื่อรักษาความเป็นผู้นำด้านเอไอและลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากจีน สมาชิกสภาคองเกรสบางส่วนจึงเห็นว่า หน่วยงานรัฐบาลไม่ควรใช้แบบจำลองเอไอจากจีน เนื่องจากอาจเพิ่มการพึ่งพาเทคโนโลยีและสร้างช่องโหว่ในระยะยาว โดยเฉพาะหากระบบดังกล่าวถูกนำไปเชื่อมต่อกับฐานข้อมูลภายในหรือโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ
อย่างไรก็ตาม อีกมุมหนึ่งมองว่าแบบจำลองแบบเปิดน้ำหนักอาจช่วยให้หน่วยงานสามารถตรวจสอบโค้ด ปรับแต่งระบบ และติดตั้งภายในองค์กรได้มากกว่าแพลตฟอร์มปิดบางประเภท การตัดสินใจจึงควรพิจารณาจากผลการตรวจสอบความปลอดภัย แหล่งที่มาของซอฟต์แวร์ เงื่อนไขการใช้งาน และความสามารถในการควบคุมข้อมูล มากกว่าการตัดสินจากชื่อประเทศเพียงอย่างเดียว
ประเด็น เว็บไซต์หน่วยงานรัฐในสหรัฐใช้เอไออาลีบาบา จุดคำถามเรื่องความมั่นคง จึงเป็นบทเรียนสำหรับทุกองค์กรที่กำลังนำเอไอมาใช้งาน การทดลองเทคโนโลยีใหม่ควรเริ่มจากการกำหนดขอบเขตข้อมูล ทำระบบทดสอบแยกจากระบบหลัก และประเมินความเสี่ยงโดยผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยไซเบอร์ นอกจากนี้ ควรมีการเปิดเผยนโยบายการใช้เอไอให้ผู้ใช้งานทราบ เพื่อสร้างความโปร่งใสและความรับผิดชอบ
ในท้ายที่สุด การใช้เอไอให้เกิดประโยชน์ไม่ควรแลกกับการลดมาตรฐานด้านความปลอดภัย หน่วยงานรัฐควรตรวจสอบทุกขั้นตอน ตั้งแต่การคัดเลือกผู้ให้บริการ การติดตั้งระบบ ไปจนถึงการลบข้อมูล หากองค์กรใดกำลังพิจารณาใช้เอไอจากต่างประเทศ เหตุการณ์นี้อาจเป็นสัญญาณให้ทบทวนระบบกำกับดูแลและวางมาตรการป้องกันไว้ล่วงหน้า เพื่อให้เทคโนโลยีช่วยงานได้จริงโดยไม่กลายเป็นความเสี่ยงใหม่
ติดตามข่าวเทคโนโลยีและประเด็นความมั่นคงอย่างต่อเนื่อง พร้อมตรวจสอบแหล่งข้อมูลก่อนนำเอไอมาใช้ในองค์กร เพราะความปลอดภัยที่ดีเริ่มต้นจากการตั้งคำถามให้ถูกต้อง
ที่มา – เว็บไซต์หน่วยงานรัฐในสหรัฐใช้เอไออาลีบาบา จุดคำถามเรื่องความมั่นคง