LEPAS อัดฉีด 250 ล้านบาทอัปเกรดอีโคซิสเต็ม

ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าไทยกำลังเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง และการแข่งขันไม่ได้วัดกันเฉพาะเรื่องราคา สมรรถนะ หรือเทคโนโลยีภายในรถเท่านั้น แต่ยังรวมถึงคุณภาพการบริการหลังการขาย ความพร้อมของศูนย์บริการ และความมั่นใจที่ผู้บริโภคจะได้รับตลอดอายุการใช้งาน ล่าสุด LEPAS เดินหน้าประกาศแผนลงทุนครั้งใหญ่ โดย LEPAS อัดฉีด 250 ล้านบาทอัปเกรดอีโคซิสเต็ม เพื่อวางรากฐานการเติบโตในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าไทยอย่างจริงจัง

การลงทุนครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่การขยายเครือข่ายศูนย์บริการ การพัฒนาคลังอะไหล่ และการยกระดับมาตรฐานการดูแลลูกค้าให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น โดยบริษัทตั้งเป้าขยายศูนย์บริการให้ครบ 50 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ใช้รถสามารถเข้าถึงบริการได้สะดวก ไม่ว่าจะอาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ หรือต่างจังหวัด

LEPAS อัดฉีด 250 ล้านบาทอัปเกรดอีโคซิสเต็ม

นายจิตติศักดิ์ วงษ์ศิริ ผู้อำนวยการด้านการขายและการพัฒนาเครือข่ายผู้แทนจำหน่าย บริษัท เลพาส ประเทศไทย จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทปรับกลยุทธ์บริการหลังการขายเชิงรุกผ่านการเปิดตัวโปรแกรม “LEPAS Care” โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ในการดูแลลูกค้าในระยะยาว แผนงานดังกล่าวไม่ได้มองเพียงการซ่อมบำรุงเมื่อเกิดปัญหา แต่ให้ความสำคัญกับการป้องกัน การให้คำแนะนำ และการสร้างประสบการณ์ที่ดีตลอดช่วงเวลาที่ลูกค้าเป็นเจ้าของรถ

หัวใจสำคัญของแผนนี้คือการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานคลังอะไหล่รวมมูลค่ากว่า 250 ล้านบาท เพื่อให้มีอะไหล่สำคัญเพียงพอและสามารถบริหารจัดส่งไปยังศูนย์บริการต่าง ๆ ได้รวดเร็วขึ้น การมีระบบคลังอะไหล่ที่แข็งแรงจะช่วยลดระยะเวลารอซ่อม เพิ่มความคล่องตัวในการทำงานของช่าง และช่วยสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าที่กำลังตัดสินใจเปลี่ยนมาใช้รถยนต์ไฟฟ้า

LEPAS อัดฉีด 250 ล้านบาทอัปเกรดอีโคซิสเต็ม เพื่อดูแลลูกค้าครบวงจร

อีกหนึ่งไฮไลต์ของ LEPAS Care คือแพ็กเกจรับประกันสำหรับรถใหม่ ซึ่งครอบคลุมระยะเวลา 8 ปี หรือ 200,000 กิโลเมตร นับเป็นเงื่อนไขที่ช่วยลดความกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายในอนาคตได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ บริษัทยังนำเสนอ Lifetime Warranty Package สำหรับชิ้นส่วนหลักของรถ ได้แก่ แบตเตอรี่แรงดันสูง มอเตอร์ขับเคลื่อน และระบบควบคุมไฟฟ้า โดยแพ็กเกจดังกล่าวครอบคลุมทั้งลูกค้าเดิมและลูกค้าใหม่ตามข้อกำหนดของบริษัท

การรับประกันชิ้นส่วนสำคัญมีความหมายต่อผู้ใช้รถ EV อย่างมาก เพราะแบตเตอรี่แรงดันสูงและระบบขับเคลื่อนถือเป็นองค์ประกอบที่มีมูลค่าสูง การมีเงื่อนไขดูแลที่ชัดเจนช่วยให้เจ้าของรถวางแผนค่าใช้จ่ายได้ง่ายขึ้น และทำให้การตัดสินใจซื้อรถยนต์ไฟฟ้ามีความมั่นใจมากกว่าเดิม อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้รถควรศึกษาเงื่อนไขการรับประกัน การบำรุงรักษา และข้อกำหนดด้านการใช้งานอย่างละเอียด เพื่อให้ได้รับสิทธิประโยชน์ครบถ้วน

นอกจากการรับประกันแล้ว LEPAS ยังเตรียมบริการสนับสนุนการใช้งานในชีวิตประจำวัน โดยมีบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง หรือ Roadside Assistance & Towing Service แบบไม่จำกัดจำนวนครั้ง บริการดังกล่าวครอบคลุมการช่วยเหลือเมื่อรถมีปัญหาระหว่างเดินทาง รวมถึงการประสานงานรถยกเพื่อพารถเข้าศูนย์บริการที่เหมาะสม

  • บริการช่วยเหลือฉุกเฉินและรถยกตลอด 24 ชั่วโมง
  • ไม่จำกัดจำนวนครั้งตามเงื่อนไขของบริษัท
  • มอบเครื่องชาร์จไฟฟ้าพร้อมติดตั้งฟรีสำหรับรถใหม่
  • จัดหารถยนต์ทดแทนในกรณีงานซ่อมบำรุงหรือวิเคราะห์ใช้เวลานานเกิน 3 วันทำการ
  • มีศูนย์บริการและคลังอะไหล่รองรับการเติบโตในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ

สำหรับผู้ที่กังวลเรื่องการชาร์จไฟที่บ้าน บริษัทมีข้อเสนอเครื่องชาร์จไฟฟ้าพร้อมบริการติดตั้งฟรีสำหรับรถใหม่ ช่วยให้ลูกค้าสามารถเตรียมความพร้อมก่อนใช้งานจริงได้สะดวกยิ่งขึ้น ส่วนในกรณีที่รถต้องเข้ารับการตรวจสอบหรือซ่อมเป็นเวลานานเกิน 3 วันทำการ บริษัทมีบริการรถยนต์ทดแทน หรือ Courtesy Car เพื่อช่วยลดผลกระทบต่อการเดินทางและการใช้ชีวิตประจำวันของลูกค้า

มาตรการช่วยเหลือลูกค้า LEPAS ในช่วงน้ำท่วม

ในปี 2569 สถานการณ์อุทกภัยยังเป็นประเด็นที่ผู้ใช้รถต้องเตรียมรับมือ LEPAS Care จึงขยายขอบเขตการดูแลไปยังลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม โดยจัดทำมาตรการช่วยเหลือและเยียวยาเพื่อให้เจ้าของรถสามารถนำรถเข้าตรวจสอบได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย การตรวจหลังรถถูกน้ำท่วมมีความสำคัญมาก โดยเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้าที่มีระบบแบตเตอรี่แรงดันสูงและระบบควบคุมไฟฟ้าหลายส่วน

มาตรการช่วยเหลือประกอบด้วยบริการตรวจเช็กสภาพรถฟรี การตรวจวิเคราะห์ด้วยระบบ Diagnostic Scan การตรวจสุขภาพแบตเตอรี่ และการตรวจสอบระบบเบรก เพื่อประเมินความเสียหายอย่างละเอียด นอกจากนี้ยังมีส่วนลดค่าแรงและค่าอะไหล่ 30% สำหรับค่าใช้จ่ายที่อยู่นอกเหนือความคุ้มครองของประกันภัย ซึ่งช่วยลดภาระของลูกค้าที่ต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

บริษัทจะช่วยดูแลแบบครบวงจร ตั้งแต่การประสานงานรถยก การออกรายงานผลตรวจเพื่อใช้ประกอบการเคลมประกันภัย ไปจนถึงการพิจารณาข้อเสนอพิเศษในกรณีรถได้รับความเสียหายรุนแรงจนไม่สามารถซ่อมแซมได้ตามปกติ แนวทางนี้สะท้อนให้เห็นว่าบริการหลังการขายไม่ได้จำกัดอยู่แค่ช่วงเวลาที่รถเข้าศูนย์ แต่ยังรวมถึงการช่วยเหลือลูกค้าในสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด

ลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน สร้างความเชื่อมั่นระยะยาว

การที่ LEPAS อัดฉีด 250 ล้านบาทอัปเกรดอีโคซิสเต็ม ถือเป็นสัญญาณว่าบริษัทให้ความสำคัญกับการเติบโตในตลาดไทยอย่างเป็นรูปธรรม เงินลงทุนดังกล่าวจะช่วยพัฒนาระบบสนับสนุนหลายด้าน ตั้งแต่บุคลากร ช่างเทคนิค อะไหล่ เครื่องมือวิเคราะห์ ไปจนถึงระบบบริการลูกค้า ยิ่งรถยนต์ไฟฟ้าได้รับความนิยมมากขึ้นเท่าไร การมีทีมงานที่เข้าใจเทคโนโลยีเฉพาะทางก็ยิ่งมีความจำเป็นมากขึ้นเท่านั้น

สำหรับผู้บริโภค การเลือกซื้อรถยนต์ไฟฟ้าควรพิจารณามากกว่าสเปกตัวรถ ควรดูความครอบคลุมของศูนย์บริการ ระยะเวลารับประกัน ความพร้อมของอะไหล่ ช่องทางติดต่อฉุกเฉิน และความชัดเจนของเงื่อนไขต่าง ๆ ด้วย แผนของ LEPAS ที่เน้นการขยายศูนย์บริการและลงทุนคลังอะไหล่จึงเป็นปัจจัยที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับทั้งลูกค้าปัจจุบันและผู้ที่กำลังสนใจรถยนต์ไฟฟ้า

โดยสรุป LEPAS อัดฉีด 250 ล้านบาทอัปเกรดอีโคซิสเต็ม ไม่ได้เป็นเพียงการลงทุนเพื่อขยายธุรกิจ แต่เป็นการสร้างระบบนิเวศที่เชื่อมโยงรถยนต์ ศูนย์บริการ อะไหล่ การรับประกัน และบริการช่วยเหลือเข้าด้วยกัน หากบริษัทสามารถดำเนินงานตามแผนได้อย่างต่อเนื่อง ผู้ใช้รถก็จะได้รับประสบการณ์ที่สะดวกและอุ่นใจมากขึ้น ใครที่กำลังมองหารถ EV ควรติดตามรายละเอียดของ LEPAS Care และเปรียบเทียบเงื่อนไขให้เหมาะกับการใช้งานของตัวเอง เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านสู่รถยนต์ไฟฟ้าเป็นเรื่องง่ายและคุ้มค่าในระยะยาว

ที่มา – LEPAS อัดฉีด 250 ล้านบาทอัปเกรดอีโคซิสเต็ม

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *