เอเชีย-แปซิฟิก อเมเจอร์ แชมเปียนชิพ ฟีฟ่าคว้าแชมป์
เอเชีย-แปซิฟิก อเมเจอร์ แชมเปียนชิพ 2026 ปิดฉากลงอย่างน่าประทับใจ หลัง “ฟีฟ่า” พงศภัค เหล่าภักดี นักกอล์ฟสมัครเล่นไทย ระเบิดฟอร์มแซงคว้าแชมป์ได้เป็นสมัยที่ 2 ติดต่อกัน พร้อมรับสิทธิ์ลงแข่งขันกอล์ฟเมเจอร์ระดับโลกอย่าง เดอะ มาสเตอร์ส และดิ โอเพน ในปี 2027 ความสำเร็จครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของวงการกอล์ฟไทย และเป็นบทพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นของนักกอล์ฟดาวรุ่งรายนี้
เอเชีย-แปซิฟิก อเมเจอร์ แชมเปียนชิพ
การแข่งขันจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 ตุลาคมถึง 1 พฤศจิกายน 2026 ที่สนามเท อาราย ลิงก์ส เซาท์ คอร์ส เมืองโทมาราตา ประเทศนิวซีแลนด์ โดยมีนักกอล์ฟสมัครเล่นชายชั้นนำจาก 39 ประเทศและเขตบริหารพิเศษ รวมทั้งหมด 120 คน เข้าร่วมชิงชัยในรูปแบบสโตรกเพลย์ 72 หลุม ตลอด 4 รอบ การแข่งขันรายการนี้จัดโดยสมาพันธ์กอล์ฟเอเชีย-แปซิฟิก หรือ APGC ร่วมกับเดอะ มาสเตอร์ส ทัวร์นาเมนต์ และอาร์แอนด์เอ
สำหรับนิวซีแลนด์ นี่ถือเป็นครั้งที่ 2 ที่ได้รับหน้าที่เป็นเจ้าภาพการแข่งขันรายการใหญ่ของภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก หลังจากเคยจัดมาแล้วในปี 2017 ที่รอยัล เวลลิงตัน กอล์ฟ คลับ สนามเท อาราย ลิงก์สขึ้นชื่อเรื่องทิวทัศน์สวยงาม สภาพลมที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา และความท้าทายของแฟร์เวย์กับกรีน ซึ่งทำให้นักกอล์ฟต้องวางแผนการเล่นอย่างรอบคอบ
เส้นทางแชมป์ของฟีฟ่าในรายการเอเชีย-แปซิฟิก อเมเจอร์ แชมเปียนชิพ
ก่อนเข้าสู่รอบสุดท้าย พงศภัคเริ่มต้นด้วยการตามหลังผู้นำอยู่ 2 สโตรก แม้จะพลาดเสียโบกี้ที่หลุม 4 และหลุม 8 แต่เจ้าตัวไม่เสียสมาธิ กลับมาทำเบอร์ดี้ที่หลุม 9 และหลุม 11 จนขยับขึ้นเป็นผู้นำเดี่ยว จังหวะสำคัญเกิดขึ้นเมื่อแซค สวอนวิค นักกอล์ฟเจ้าถิ่นและผู้นำหลังจบรอบ 3 พลาดเสียทริปเปิลโบกี้ที่หลุม 11 ทำให้สถานการณ์บนลีดเดอร์บอร์ดเปลี่ยนทันที
จากนั้นฟีฟ่าเล่นด้วยความมั่นใจมากขึ้น และทำเบอร์ดี้เพิ่มได้ที่หลุม 17 ขยับหนีคู่แข่งเป็น 4 สโตรก ก่อนประคองตัวจบหลุมสุดท้ายด้วยพาร์ สกอร์รอบสุดท้ายอยู่ที่ 1 อันเดอร์พาร์ 70 ส่งผลให้สกอร์รวม 4 วันอยู่ที่ 6 อันเดอร์พาร์ 278 คว้าแชมป์ไปครองอย่างยอดเยี่ยม โดยชนะสวอนวิค 3 สโตรก
ชัยชนะครั้งนี้ทำให้ฟีฟ่าเป็นนักกอล์ฟคนที่ 2 ในประวัติศาสตร์ของรายการที่คว้าแชมป์ 2 สมัยติดต่อกัน ต่อจากฮิเดกิ มัตซึยามะ นักกอล์ฟชื่อดังจากญี่ปุ่น ซึ่งเคยทำได้ในปี 2010 และ 2011 นอกจากนี้ พงศภัคยังเป็นนักกอล์ฟคนที่ 3 ที่คว้าแชมป์รายการนี้ได้ 2 สมัย ต่อจากมัตซึยามะและหลิน อวี้ชินจากจีน
- พงศภัค เหล่าภักดี คว้าแชมป์ด้วยสกอร์รวม 6 อันเดอร์พาร์ 278
- แซค สวอนวิค จบรองแชมป์ด้วยสกอร์รวม 3 อันเดอร์พาร์ 281
- ปรินทร์ สารสมุทร ทำผลงานดีที่สุดในกลุ่มนักกอล์ฟไทยที่เหลือ จบอันดับ 10 ร่วม
- ฟีฟ่าได้รับสิทธิ์ลงเล่นเดอะ มาสเตอร์ส และดิ โอเพน ในปี 2027
สิทธิ์ที่ได้รับจากการคว้าแชมป์มีความหมายอย่างมาก เพราะฟีฟ่าจะได้กลับไปแข่งขันในรายการเมเจอร์เป็นครั้งที่ 2 หลังจากเคยได้รับสิทธิ์จากการคว้าแชมป์เมื่อปีก่อน การได้เผชิญหน้ากับนักกอล์ฟอาชีพระดับโลกจะช่วยเพิ่มประสบการณ์และพัฒนาฝีมือของเขาได้อีกมาก
หลังจบการแข่งขัน ฟีฟ่าเปิดเผยความรู้สึกว่า เขาขอขอบคุณคุณพ่อคุณแม่ที่เสียสละและสนับสนุนการเดินทางบนเส้นทางกอล์ฟมาโดยตลอด รวมถึงขอบคุณเดอะ มาสเตอร์ส อาร์แอนด์เอ เอพีจีซี สนามแข่งขัน แฟนกอล์ฟ และทีมงานทุกคนที่มีส่วนช่วยให้ความสำเร็จครั้งนี้เกิดขึ้น นอกจากนี้ยังกล่าวขอบคุณซานติอาโก เพื่อนสนิทและแคดดี้ รวมถึงโค้ชจากมหาวิทยาลัยแอริโซนา สเตต ที่ช่วยพัฒนาทักษะของเขาอย่างต่อเนื่อง
พงศภัคยังฝากข้อความถึงนักกอล์ฟรุ่นน้องว่า อย่าหยุดเชื่อมั่นในตัวเอง ตั้งใจฝึกซ้อม และกล้าที่จะฝัน เพราะนักกอล์ฟไทยมีศักยภาพไม่แพ้ชาติใดในโลก คำพูดนี้สะท้อนให้เห็นถึงทัศนคติที่แข็งแกร่งของแชมป์ และอาจเป็นแรงบันดาลใจให้เยาวชนไทยหันมาสนใจกีฬากอล์ฟมากขึ้น
ผลงานของฟีฟ่าในรายการ เอเชีย-แปซิฟิก อเมเจอร์ แชมเปียนชิพ ตลอด 5 ครั้งที่ผ่านมาแสดงให้เห็นพัฒนาการอย่างชัดเจน เขาเริ่มจากการจบอันดับ 5 ร่วมในปี 2022 ก่อนหลุดไปอยู่อันดับ 56 ร่วมในปี 2023 และอันดับ 26 ร่วมในปี 2024 จากนั้นจึงคว้าแชมป์ 2 ปีติดต่อกันในปี 2025 และ 2026 การกลับมาสร้างผลงานได้อย่างต่อเนื่องสะท้อนถึงความพยายาม การเรียนรู้จากข้อผิดพลาด และการเตรียมตัวที่เป็นระบบ
ขณะที่นักกอล์ฟไทยรายอื่นก็ทำผลงานได้น่าสนใจ ปรินทร์ สารสมุทร หรือ “แอนฟิลด์” ระเบิดฟอร์มในรอบสุดท้ายด้วยสกอร์ 5 อันเดอร์พาร์ 66 ทำสกอร์รวม 4 โอเวอร์พาร์ 288 จบอันดับ 10 ร่วม ส่วนจอช ดวงมณีจบอันดับเดียวกัน ด้านเสฏฐวุฒิ เคนานัน จบอันดับ 27 ร่วม ด้วยสกอร์รวม 10 โอเวอร์พาร์ 294 และชนชน โชคประจักษ์ชัด จบอันดับ 30 ร่วม ด้วยสกอร์รวม 11 โอเวอร์พาร์ 295
สำหรับแซค สวอนวิค แม้จะพลาดโอกาสเป็นนักกอล์ฟนิวซีแลนด์คนแรกที่คว้าแชมป์ แต่ก็ยังได้รับสิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขันรอบไฟนัลควอลิฟายอิงของดิ โอเพน หลังจบรองแชมป์ด้วยสกอร์รวม 3 อันเดอร์พาร์ 281 ส่วนการแข่งขันครั้งต่อไปในปี 2027 จะจัดขึ้นที่ฮอยอานา ชอร์ส กอล์ฟ คลับ ประเทศเวียดนาม ระหว่างวันที่ 28-31 ตุลาคม
มุมมองที่น่าสนใจจากชัยชนะของฟีฟ่าคือ นักกอล์ฟไทยสามารถก้าวขึ้นมาโดดเด่นบนเวทีระดับภูมิภาคได้อย่างเต็มภาคภูมิ แฟนกอล์ฟควรติดตามผลงานของเขาในเวทีเมเจอร์ปีหน้า และร่วมส่งกำลังใจให้ฟีฟ่าพิสูจน์ตัวเองต่อหน้าผู้เล่นชั้นนำของโลก


